im-mahamuni-buddha-tempel-mandalay-myanmar-d3060b92-100a-4d8f-af1e-f412965e54b4-horz
1384600658_gallery6-horz
Mandalay-Hill-Monasteries-Myanmar-horz
m04
1372083934-023-o-horz
shutterstock_279607802
shutterstock_430482016
shutterstock_714189931
shutterstock_1098358181
shutterstock_1117663895
shutterstock_424682377
im-mahamuni-buddha-tempel-mandalay-myanmar-d3060b92-100a-4d8f-af1e-f412965e54b4-horz
1384600658_gallery6-horz
Mandalay-Hill-Monasteries-Myanmar-horz
m04
1372083934-023-o-horz
shutterstock_279607802
shutterstock_430482016
shutterstock_714189931
shutterstock_1098358181
shutterstock_1117663895
shutterstock_424682377

OWMY07 พม่า-ย่างกุ้ง-พุกาม-อินเล-มัณฑะเลย์ 5 วัน FD

พม่า” ..เต็มอิ่ม!!!
สัมผัสวิถีชีวิตและประเพณีเอกลักษณ์ของพม่า
 ไหว้พระธาตุประจำปีเกิดปีมะเมีย
ณ พระมหาเจดีย์ชเวดากองที่ย่างกุ้ง
 สักการะเจดีย์ชเวสิโกง   ทุ่งเจดีย์พันองค์
สุดงดงาม ณ เมือง พุกาม
 สัมผัสวิถีชีวิตของชาวอินตา..ลูกแห่งทะเลสาบอินเล
 สักการะพระบัวเข็ม อายุนับพันปี
ร่วมพิธีศักดิ์สิทธิ์ล้างหน้าพระมหามัยมุนี
เมือง มัณฑะเลย์
เดินทางโดย  สายการบินแอร์เอเชีย FD 

Tour Price

BookingDepartArriveAirlinePriceDownload
27 ธ.ค. 6131 ธ.ค. 6134,900฿download pdf
29 ธ.ค. 612 ม.ค. 6234,900฿download pdf
วันแรก ย่างกุ้ง–วัดบารมี-เจดีย์โบดาทาวน์–เทพทันใจ–พระมหาเจดีย์ชเวดากอง-ตลาดสก๊อต  
05.30น. พร้อมกันที่สนามบินดอนเมือง  ชั้น 3  เคาน์เตอร์  1-2 สายการบินแอร์เอเชีย FD โดยมีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก
แก่ทุกท่าน
07.15น. อออกเดินทางสู่กรุงย่างกุ้งโดยเที่ยวบิน  FD 251 
08.00น. เดินทางถึงสนามบินนานาชาติ เม็งกะลาดง เมืองย่างกุ้งซึ่งอยู่ห่างจากกรุงย่างกุ้ง มาทางตะวันตกเฉียงเหนือ
19 กิโลเมตร หลังจากผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นำท่านเดินทางสู่ วัดบารมี ให้สักการะพระเกศาของพระพุทธเจ้า ที่เชื่อว่ายังมีชีวิตอยู่จริง พระเกศาธาตุ สามารถเคลื่อนไหวได้  พร้อมนำท่านชมพระบรมสารีริกธาตุ
เก็บไว้ในเจดีย์ทอง ซึ่งเป็นของพระโมคลา พระสารีบุตร และองค์พระอรหันต์หลายๆ ท่านด้วยกัน  นำท่านเดินทางเข้า
ตัวเมืองย่างกุ้งท่านจะได้สัมผัสบรรยากาศยามค่ำคืนของชาวย่างกุ้ง ยามตลอดสองข้างทางที่เดินทางเข้าตัวเมือง
(เวลาท้องถิ่นที่เมียนมาร์ช้ากว่าประเทศไทยครึ่งชั่วโมง) นำท่านชมเจดีย์โบดาทาวน์ตามตำนานเล่าขานว่า เมื่อราว 2000 ปีก่อน พระเจ้าโอกะลาปะ กษัตริย์มอญทรงบัญชาให้นายทหารระดับแม่ทัพตั้งแถวถวายสักการะแด่พระเกศธาตุ
ที่นายวาณิชสองพี่น้องอัญเชิญมาทางเรือและมาขึ้นฝั่งเมืองตะเกิงหรือดากอง ณ บริเวณนี้ จึงสร้างเจดีย์โบดาทาวน์
ไว้เป็นที่ระลึก พร้อมทั้งแบ่งพระพุทธเกศา 1 เส้น มาบรรจุไว้ ก่อนนำไปบรรจุในมหาเจดีย์ชเวดากองและเจดีย์สำคัญอื่นๆ เจดีย์โบดาทาวน์จึงเป็นหนึ่งในมหาบูชาสถานของชาวมอญและพม่าเรื่อยมา นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่น่าชมในอาณาบริเวณเจดีย์โบดาทาวน์คือ พระพุทธรูปทองคำ ประดิษฐานในวิหารด้านขวา ซึ่งเป็นพุทธรูปปางมารวิชัยที่มีพุทธลักษณะงดงามยิ่งนัก ตามประวัติว่าเคยประดิษฐานอยู่ในพระราชวังมัณฑะเลย์ ครั้นเมื่อพม่าตกเป็นอาณานิคมอังกฤษ
ในปี พ.ศ. 2428 ถูกเคลื่อนย้ายไปยังพิพิธภัณฑ์กัลกัตตาในอินเดีย ทำให้รอดพ้นจากระเบิดของฝ่ายสัมพันธมิตรที่ถล่ม
วังมัณฑะเลย์ ต่อมาในปี 2488 พระพุทธรูปองค์นี้ถูกจัดไปแสดงที่พิพิธภัณฑ์วิกตอเรียและแอลเบิร์ต นอกจากพระพุทธรูปทองคำแล้ว จากนั้นนำท่านขอพร พระเทพทันใจ เทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ของชาวพม่าและชาวไทย ที่นิยมมากราบไหว้
ขอพรและเพื่อความเป็นสิริมงคลจากนั้นนำท่านข้ามฝั่งไปอีกฟากหนึ่งของถนนเพื่อสักการะ  เทพกระซิบ  ซึ่ง
องค์เทพกระซิบนี้ชาวพม่าเชื่อว่าเป็นธิดาของพญานาค คนพม่าจะนับถือเทพองค์นี้มากรองจากเทพทันใจ  ท่านจะเห็นได้จากของไหว้ที่คนพม่านำมาไหว้เมื่อประสบความสำเร็จตามพรที่ขอ  โดยการขอพรเทพกระซิบนี้  ต้องไปขอเบา ๆ ข้าง ๆ หู ซึ่งเป็นที่มาของเทพกระซิบ
เที่ยง บริการอาหาร กลางวัน ณ ภัตตาคาร พิเศษ!! เป็ดปักกิ่ง  สลัดกุ้งมังกร…
จากนั้นนำท่านเลือกซื้อสินค้าที่ “สก๊อตมาร์เก็ต” ซึ่งสร้างโดยชาวสก๊อตสมัยเมื่อครั้งพม่ายังคงเป็นอาณานิคมของประเทศอังกฤษ ท่านจะสามารถซื้อหาของที่ระลึกพื้นเมืองได้มากมายในราคาถูก เช่น ไม้ และงาช้างแกะสลัก พระพุทธรูปไม้หอมแกะสลัก แป้งทานาคา ผ้าปักพื้นเมืองและเครื่องเงินจากนั้นนำท่านนมัสการ พระมหาเจดีย์ชเวดากอง
พระเจดีย์ทองคำคู่บ้านคู่เมืองประเทศพม่าอายุกว่าสองพันห้าร้อยปี กล่าวกันว่าทองคำที่ใช้หุ้มมหาเจดีย์ชเวดากองนี่
ยังมีมากกว่าในห้องนิรภัยของธนาคารประเทศอังกฤษเสียอีก ใครก้อตามที่ได้พบเห็น ก็ต้องรู้ว่าพม่านั้นมีความมั่งคั่ง
แฝงเร้นอยู่มากมายมหาศาล มหาเจดีย์ชเวดากองมีความสูง 100 เมตร ภายในองค์เจ ดีย์ประดิษฐานพระเกศธาตุของพระพุทธเจ้าและเครื่องบริขารของอดีตพระพุทธเจ้าอีกสามองค์เอาไว้ ส่วนด้านนอกมีการใช้แผ่นทองหุ้มเอาไว้มากถึง 8,688 แผ่น ส่วนยอดประดับด้วยเพชร 5,448 เม็ด ทับทิม ไพลิน และบุษราคัมอีก 2,317 เม็ด มีมรกตเม็ดเขื่องอยู่ตรงกึ่งกลาง ทั้งหมดนี้อยู่บนยอดฉัตรสูง 10 เมตร ที่มีไม้หุ้มทองเจ็ดท่อนรองรับ มีระฆังใบเล็ก ๆ ประดับอยู่ 1,485 ใบเป็นระฆังทอง 1,065 ใบ ระฆังเงิน 420 ใบ รอบองค์เจดีย์ชเวดากองมีทั้งสถูปบริวาร วิหารทิศ วิหารราย และศาลาอำนวยการ มีพระประจำวันเกิดให้ท่านได้สรงน้ำขอพร และขอพรจากองค์เจดีย์ ณ ลานอธิฐานอดีตเคยเป็นลานอธิฐานของ
พระเจ้าบุเรงนองก่อนออกรบ ซึ่งท่านสามารถถ่ายภาพตรงมุมนี้จะสวยที่สุด       
18.00 น. รับประทานอาหารค่ำ
ที่พัก พักที่ Reno HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 3 ดาว
วันที่สอง พุกาม–เจดีย์ชเวสิกอง–วัดอนันดา–วัดสัพพัญญู–วัดมนูหะ-วัดนันพญา-วิหารติโลมินโล-มหาเจดีย์ธรรมยังยี–เจดีย์ชเวซันดอ
04.00 น. บริการอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรมหลังอาหารนำท่านเดินทางสู่ สนามบิน
06.15 น. นำท่านเดินทางสู่ เมืองพุกาม (BAGAN)โดยสายการบินแอร์เมียร์ม่า เที่ยวบินที่ UB 631
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ  ภัตตาคาร
07.35 น. เดินทางถึง เมืองพุกาม (BAGAN) ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของเขตที่ราบ บะกัน ในปัจจุบัน คือเมือง หย่าวน์อู่
เมื่อสมัยกุบไลข่านยกทับมาเหยียบเมืองบะกันในปี 1287 นั้น ได้มีการสร้างวัดวาอารามและสถูปเจดีย์ขึ้นบนที่ราบ
อันกว้างใหญ่ไพศาลนี้กว่า 13,000 แห่ง แต่หลังจากที่ผ่านไป 700 ปี กลับมีมีศาสนสถานหลงเหลืออยู่ ราว 2,000 แห่งเท่านั้น นอกนั้นก็ยังคง หลงเหลือแค่ซากกองหินอิฐที่ปรักหักพังบ้าง ถูกแม่น้ำเอยาวดีพัดหายไปบ้าง ชม เจดีย์ชเว
สิกอง 
(SHWEZIGON) 1 ใน 5 มหาเจดีย์สถานศักดิ์สิทธิ์ของพม่า งค์เจดีย์สีทองอร่ามทรงระฆังคว่ำ สูง 160 เมตร เป็นสถานที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุและพระเขี้ยวแก้ว เจดีย์รูปแบบศิลปะพม่าแท้ แห่งนี้สร้างขึ้นโดยกษัตริย์อโนรธา (King Anawrahta) ด้วยทรงเชื่อว่าตนเองเป็น “พระมหาจักรพรรดิราช ”จึงพยายามรวบรวมพระสารีริกธาตุมาไว้ด้วยกัน จากนั้น ทรงปล่อยช้างเผือกที่อัญเชิญมาจากลังกาออกไปเพื่อเสี่ยงทาย พญาช้างเผือกพำนักที่ตรงไหน ก็สร้างเจดีย์ ชเวสิกองที่นั้น แต่สร้างฐานไปได้แค่สามชั้น พระเจ้าอโนรธาก็สิ้นพระชนม์ลงเสียก่อน พระเจ้าจันสิตธาจึงสร้างต่อจนแล้วเสร็จสมบูรณ์ ในปี 1089 จากนั้นนำท่านชม วัดอนันดา (อนันดากู่พยา)  สร้างเสร็จเมื่อปี 1091 โครงสร้างของวัดมีระเบียงทางเดินที่ไม่ซับซ้อน มีซุ้มประตูใหญ่สี่ซุ้มขนาดเท่ากันทุกด้าน เปิดจากแนวกึ่งกลางกำแพงไปสู่ห้องคูหา
กลางวิหาร ด้านบนก่อเป็นแกนทึบสี่เหลี่ยมขึ้นไปรับกับส่วนยอด โครงสร้างวิหารมีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส ในซุ้มพระมีพระพุทธรูปยืน สูง 9.5 เมตร ประดิษฐานอยู่ทั้งสี่ซุ้ม แทนองค์พระอดีตพระพุทธเจ้าทั้ง     จากนั้นนำท่านชม
วัดสัพพัญญู(ตั๊ดปยิ่นยูพยา) จัดเป็นวัดที่สูงที่สุดใน บะกัน สูงถึง 61 เมตร และถือเป็นแม่แบบของสถาปัตยกรรมบะหม่า
จากนั้นนำท่าน ชม วัดมนูหะ สร้างขึ้นโดยกษัตริย์มหูหา กษัตริย์มหูหาทรงมีพระประสงค์ที่จะสั่งสมบุญไว้สำหรับชาติ
ภพหน้า จึงนำเอาอัญมณีบางส่วนไปขายเอาเงินมาสร้างวัดแห่งนี้ โดยสร้างพระพุทธรูปนั่งขนาดใหญ่ 3 องค์ และพระพุทธรูปนอนขนาดใหญ่อีก 1 องค์ ในศาลาสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเล็ก สะท้อนออกถึงความคับแค้นใจที่ถูกจับมาขัง
เป็นเชลยได้อย่างดี จากนั้นชม วัดนันพญา เดิมเป็นที่ใช้คุมขังพระเจ้ามหูหา กษัตริย์มอญที่รบแพ้ พระเจ้าอะนอรธา กษัตริย์พม่าเลยถูกจับมาเป็นเฉลยศึกที่นี่ วัดนี้มีแผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสพร้อมระเบียงยาว ภายในมีศิลปะนูนต่ำ
เรื่องทศชาติที่งดงาม สะท้อนอิทธิพลพราหมณ์ที่ปะปนกับพุทธศาสนาเถรวาทแบบมอญเอาไว้อย่างลงตัว
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย วัดทิโลมินโล(Htilominlo Pagoda ) สร้างด้วยอิฐและสอดินแต่พื้นปูด้วยหิน มี แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสและมีมุข
ยื่นยาวออกไปทางทิศตะวันออก ใกล้กับแท่นบูชา ภายในอาคารมีเสาหิน 4 เสา และบนแต่ละด้านของเสาก็สลักลายดอกไม้รูปสามเหลี่ยมและ เทวรูปพระพรหมทรงถือดอกบัวอยู่ในแต่ละหัตถ์งานตกแต่งภายนอกอาคารที่น่าสนใจยิ่ง คือ บานหน้าต่างเป็นช่องปรุทำจากศิลา อันเป็นแบบอย่างและกรรมวิธีของงานงางพุกามใน ส่วนที่เชื่อว่ารับวัฒนธรรมมอญ ทั้งนี้รวมถึงลวดลายที่ประดับกรอบของหน้าต่างและส่วนหลังอาหารนำท่านชม มหาเจดีย์ดัมมะหยั่นจี หรือ
“แสงสว่างแห่งธรรม
 สร้างในรัชสมัยของพระเจ้านะระตู่ ถึงแม้รัชสมัยจะสั่นยิ่ง แต่พระองค์ก็ได้ชื่อว่า เป็นผู้ที่สร้างวัด
ที่ใหญ่ที่สุดใน บะกัน (พุกาม) ด้วยพระองค์ ทรงวิตกว่า ผลกรรมจากการกระทำในชาตินี้ จะติดตามพระองค์ไปในชาติ
ภพหน้า พระองค์จึงสร้างวัดนี้ขึ้นเพื่อล้างบาป เล่าขานกันว่า พระเจ้านะระตู่ ทรงควบคุมดูแลการก่อสร้างด้วยพระองค์เอง ช่างจะต้องวางเรียงศิลาไม่ให้มีช่องแม้แต่แม้เข็มเพียง 1 เล่ม หากสอดผ่านรอยต่อไปได้ช่างก่อสร้างจะต้องถูกสั่งประหารทันที แต่การก่อสร้างยังไม่ทันแล้วเสร็จ พระองค์ก็ถูกลอบปลงพระชนม์ลงเสียก่อน       นำท่านชม เจดีย์ชเวซันดอ
หนึ่งในพระพุทธสถานสามแห่งที่ พระเจ้าอโนรธาทรงสร้างไว้ในบะกัน สร้างขึ้นในปี 1057 และมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า
มหาเป่งนะกู่พยา (วัดพระพิฑเนศ) เพราะแต่เดิมเคยมีเทวรูปพระพิฑเนศประดิษฐานอยู่ตามมุมฐานทักษิณทั้ง 5 ชั้น
ให้ท่านได้ ความงดงามของ ทะเลเจดีย์ และถือเป็นที่ๆเหมาะที่สุดกับการเก็บภาพความประทับใจได้เกือบทั่วเมืองพุกามเลยทีเดียว
เย็น บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
ที่พัก พักที่ Baban  HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 3 ดาว
วันที่สาม เฮโฮ–วัดชเวยังห์เป-ทะเลสาบอินเล–วัดพระบัวเข็ม-วัดแมวกระโดด 
05.30 น. บริการอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม หลังอาหารออกเดินทางสู่สนามบินพุกาม
07.50 น. ออกเดินทางสู่ เมืองเฮโฮ โดยสายการบินเมียร์ม่าแอร์ เที่ยวบินที่ UB 632
08.30 น. เดินทางถึงสนามบินเมืองเฮโฮ ประตูสู่รัฐฉาน นำท่านเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศสู่ ทะเลสาบอินเล ระยะทางประมาณ 20 กิโลเมตร(1 ชั่วโมง) นำท่านชม วัดชเวยังน์เป  เป็นวัดไม้หน้าต่างรูปไข่ เอกลักษณ์เด่นของที่นี่ วัดชเวยังวี (Shwe Yaunghwe)เป็นวัดเก่าแก่กว่า 200 ปี เณรน้อยหลายรูปรอเรียนหนังสืออยู่ตอนเช้า   หลังจากนั้นนำท่านลงเรือสู่ทะเลสาบอินเล ทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดของพม่า ซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 158 ตารางกิโลเมตร และประชาชนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบแห่งนี้คือชาวอินตาหรือแปลว่าลูกทะเลสาบซึ่งมีมากกว่า 70,000 คน มีถิ่นฐานเดิมอยู่ที่ตาแวและตะนิ่นตายี แต่สงครามที่ยืดเยื้อระหว่างพม่ากับไทยในช่วงศตวรรษที่ 18 ทำให้พวกเขาต้องย้ายถิ่นฐานหนีมาตั้งรกรากอยู่ที่ทะเลสาปอินเลแทนจนถึงปัจจุบัน และระหว่างนั่งเรือเพื่อเข้าโรงแรมที่พักท่านจะเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามและสภาพความเป็นอยู่ของชาวบ้าน การสร้างบ้านบนทะเลสาบ นำท่านชม แปลงผักลอยน้ำ ซึ่งชาวอินตาส่วนใหญ่จะทำสวนลอยน้ำด้วยการเก็บเอาต้นอ้อแห้งๆ มาถักรวมกันกับหญ้าให้เป็นแนวยาว จากนั้นใช้ลำไม้ไผ่ตรึงไว้กับก้นทะเลสาบ จากนั้นเอาโคลนจากก้นทะเลสาบขึ้นมากลบทับ ผักที่ชาวอินตานิยมปลูกคือ มะเขือเทศ แตงกวา กะหล่ำ ถั่ว และมะเขือยาว ฯลฯ เพราะจะเติบโตดีในที่ชุ่มชื้น ท่านจะได้เห็นวิธีชีวิต ของชาวประมง ที่ พายเรือด้วยเท้าข้างเดียวทั้งชายและหญิงอันเป็นเอกลักษณ์ของชาวอินยา
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหาร
13.00 น. นำท่านเที่ยวชม วัดพองดออู สร้างในศตวรรษที่ 12 อดีต พระพุทธรูป 5 องค์นี้ (พระบัวเข็ม) ชาวบ้านจะอัญเชิญขึ้นเรือแล้วแห่ไปตามหมู่บ้านต่างๆรอบทะเลสาบ ( ซึ่งจะแห่หลังจากเทศกาลออกพรรษา 15 วัน ) มีขนาด 5 ซ.ม. แต่ปัจจุบันชาวบ้านเอาทองมาปิดพระจนถึงปัจจุบัน พระพุทธรูปมีขนาดสูงกว่าเดิมถึง 6 เท่า ถือเป็นพระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์คู่ทะเลสาบอินเล มีตำนานเล่ากันว่า แต่เดิมนั้น ชาวบ้านได้อันเชิญพระพุทธรูปออกมาแห่ทั้ง 5 องค์ แต่ในปี 1965 เกิดพายุใหญ่ ทำให้เรือพลิกคว่ำ จนจมลงก้นทะเลสาบไป ชาวบ้านจึงช่วยกันงมหาพระพุทธรูปขึ้นมา แต่ก้อพบเพียง 4 องค์เท่านั้น แต่เมื่อนำพระพุทธรูปทั้ง 4 องค์กลับมายังวัด และพบว่าพระพุทธรูปองค์ที่ห้าซึ่งงมหาไม่เจอนั้น ตั้งรออยู่ในสภาพที่ยังมีเศษวัชพืชติดอยู่เต็มองค์เป็นที่น่าอัศจรรย์ นับตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา จึงไม่มีการอัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้ออกไปแห่ที่ไหนอีกเลย ส่วนตำแหน่งที่เรือพลิกคว่ำ ปัจจุบันได้สร้างเสาปักเอาไว้เป็นเครื่องหมาย หัวเสาทำเป็นรูปหงส์ไว้อยู่ จากนั้นให้ท่าน นมัสการ พระบัวเข็ม เพื่อเป็นสิริมงคล หลังจากนั้นนำท่านชม หมู่บ้านน้ำปั่น ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ผลิตบุหรี่ ท่านจะเห็นวิธีการผลิตอย่างประณีตและบุหรี่ที่นี้มีกลิ่นหอม และนำท่านชม หมู่บ้านทอผ้าอินปอขอม ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่นำเส้นใยบัวมาทอเป็นเสื้อผ้า, ผ้าพันคอ ฯลฯ ท่านจะได้เห็นถึงขั้นตอนที่สำคัญ ๆ ตั้งแต่การเก็บใยบัว วิธีการทอผ้า จนถึงวิธีการเก็บใยบัว จากนั้นชมโรงงานตีเหล็ก ชม เครื่องเงินคุณภาพ ซึ่งเป็นธุรกิจครอบครัว งานฝีมือทุกชิ้นที่นี่ ล้วนแล้วแต่มาจากคนในครอบครัว ชม วัดแมวกระโดด มีอายุ 200 กว่าปี ที่นี้จะมีพระพุทธรูปเก่าแก่อยู่ และจุดเด่นของที่นี้คือ เสาแต่ละต้นที่ใช้สร้างวัดแห่งนี้ จากนั้นนำท่านเดินทางกลับที่พัก พักผ่อนกับบรรยากาศของทะเลสาบอินเล
เย็น บริการอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร /หลังอาหาร
ที่พัก พักที่ Royal Inle Resort   HOTEL หรือเทียบเท่าระดับ 3 ดาว
วันที่สี่  มัณฑะเลย์–สะพานไม้อูเบ็ง–ทะเลสาบคองตามัน-พระราชวังมัณฑะเลย์–พระราชวังไม้สัก–วิหารชเวนันดอร์–วัดกุโสดอร์-Mandalay Hill  
06.00 น. บริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม ออกเดินทางสู่สนามบิน
09.30 น. ออกเดินทางสู่ เมืองมัณฑะเลย์ โดยสายการบิน Air KBZ  เที่ยวบินที่ K 7 26610.05 น.
ถึง เมืองมันฑะเลย์ อดีตราชธานีของพม่าบน มัณฑะเลย์ซึ่งเป็นเพียงหนึ่งในไม่กี่เมืองที่ยังคงใช้ ชื่อเดิมเรื่อยมาไม่มีการเปลี่ยนแปลงตั้งอยู่บนที่ราบอันแห้งแล้งและเขตทำนาปลูกข้าวตามแนว ลำน้ำเอยาวดีตอนบน มีประชากรมากกว่า 1 ล้านคน อากาศร้อน (ยกเว้น ช่วงฤดูหนาวธันวา –กุมภา) ปัจจุบันมัณฑะเลย์ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีนาฎศิลป์และคีตศิลป์
ดีที่สุดในพม่า นำท่านเดินทางสู่เมืองอมรปุระ อยู่ทางตอนใต้ของเมืองมัณฑะเลย์ออกไป 12 กิโลเมตร พระเจ้าโบ่ต่อพญาทรงสร้างเมืองอมรปุระขึ้นในปี 1782 ใกล้กับเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นราชธานีที่มีอายุน้อยที่สุดเพียง 76 ปี โดยย้ายจากเมือง อินน์วะ ตามคำแนะนำของเหล่าปุโรหิตโหราจารย์ ให้เป็นราชธานีแห่งใหม่แทน จึงมีการบันทึกเรื่องราวของเมืองหลวงใหม่กับประชากรกว่า 200000 คนเอาไว้ นำชม สะพานไม้อูเบ็ง (U-Ben) สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในโลกโดยข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ชื่อว่าเสาอู เสาของสะพานใช้ไม้สักถึง 1,208 ต้น ซึ่งมีอายุกว่า 200 ปี
เที่ยง บริการอาหารกลาวงวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ พระราชวังมัณฑะเลย์ รอยอดีตสุดท้ายก่อนพม่าเสียเมือง หรือที่เรียกว่า พระราชวังหลวงในรัชสมัยพระเจ้ามินดงถูกสร้างขึ้นตามแบบผังภูมิจักรวาลแบบพารหมณ์ปนพุทธ โดยสมมุติให้เป็นศูนย์กลางของโลก (เขาพระสุเมร) แผนผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัส มีกำแพงล้อมรอบทั้งสี่ทิศ แต่ละทิศมีทางเข้า  3 ประตู รวมทั้งสิ้น 12 ประตู  ที่ประตู
ทำสัญลักษณ์จักรราศีประดับเอาไว้ ใจกลาง พระราชวังเป็นห้องพระมหาปราสาท (ห้องสีหาสนบัลลังก์) เหนือห้อง
ทำเป็นยอดปราสาท หุ้มด้วยแผ่นทองซ้อนกันเจ็ดชั้น สูง 78 เมตร เชื่อกันว่าจะเป็นในจักรวาลจะลอดผ่านตรงลงมาสู่พระแท่นราชบัลลังก์ ช่วยให้กษัตริย์ ตัดสินพระทัยในเรื่องต่างๆได้อย่างถูกต้อง นำท่านสู่ วัดกุโสดอร์ ใจกลางวัดเป็น
เจดียืมหาล่อกะมาระเส่ง (มหาโลกมารซิน) สูง 30 เมตร ซึ่งจำลองแบบมาจากพระมหาเจดีย์ชเวสิกองแห่งเมืองพุกาม เป็นวัดที่พระเจ้ามินดงสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งการสังคายนาพระไตรปิฎกครั้งที่ 5 และ ถือเป็นครั้งแรกที่มีการจารึกลงบนหินอ่อน 729 แผ่นเป็นภาษาบาลี ทั้งหมด จารึกพระไตรปิฎก 84,000 พระธรรมขันธ์ และต้องใช้พระสงค์ถึง 2400 รูปในการคัดลอก และใช้เวลานานถึง หกเดือน กว่าจะแล้วเสร็จ พระไตยปิฏกที่ชำระขึ้นในครั้งนี้ เรียกได้ว่าเป็น “พระไตรปิฎกเล่มใหญ่ที่สุดในโลก” และชม วิหารชเวนันดอร์  พระราชวังไม้สัก  เคยตั้งอยู่ในพระราชวังหลวง เป็นที่ประทับนั่งสมาธิของพระเจ้ามินดง เพียงหลังเดียวที่เหลือรอดมาได้ จนสิ้นพระชนม์ที่วิหารแห่งนี้ พระเจ้าตี่ปอก็โปรดฯ ให้ย้ายมาไว้ยังที่ตั้งปัจจุบัน จากนั้นนำท่านทางสู่ MANDALAY HILL เป็นจุดชมวิว ทิวทัศน์ ที่สวยงามที่สุดของ
เมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของพระราชวัง อยู่บนเขาสูง 240 เมตร ในอดีตนั้นทหารอังกฤษ
กับอินเดียจำนวนมากมาทิ้งชีวิตไว้ที่นี้ เมื่อครั้งที่เข้าตีค่ายทหารญี่ปุ่นในปี 1945 และทางทิศใต้มีบันไดทางขึ้นใหญ่
สองสาย ขั้นบันไดทางขึ้นมีอยู่ประมาณ 1,729 ขั้น แต่ก็ขึ้นไม่ลำบากเพราะมีหลังคาคลุมกันแดดกันฝนตลอดทางเดิน
ขึ้น มีร้านค้าขายของที่ฝากของที่ระลึกตลอดสองข้างทางเดิน (สำหรับท่านที่ไม่สามารถเดินขึ้นเขาได้นั้น จะมีลิฟไว้
คอยบริการ) จุดชมวิวของเมืองมัณฑะเลย์ ณ จุดตรงนี้ท่านสามารถมองเห็นทัศนียภาพของเมืองมัณฑะเลย์เกือบทั้งเมือง ร่วมเชิญท่านบันทึกภาพอันน่าประทับใจไว้เป็นที่ระลึก
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร /จากนั้นเดินทางเข้าสู่โรงแรมที่พัก
ที่พัก พักที่  Mandalay Shwev Phyu   HOTEL   หรือเทียบเท่าระดับ 3 ดาว
วันที่ห้า พิธีล้างหน้าพระพักตร์พระมหามัยมุนี-มัณฑเลย์-วัด’Snake Pagoda’- กรุงเทพ ฯ 
04.00 น. นำท่านสู่ เจดีย์มหามุนี เพื่อเข้าร่วม พิธีล้างหน้าพระพักตร์พระมหามัยมุนี ซึ่งที่นี่จะทำการเป็นประจำทุกวันเป็นพิธีการศักดิ์สิทธิมาก นมัสการ พระมหามัยมุนี อันเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุด 1 ใน 5 แห่ง ของพม่า ถือเป็นต้นแบบพระพุทธรูปทองคำขนาดใหญ่ทรงเครื่องกษัตริย์ที่ได้รับการขนานนามว่า “พระพุทธรูปทองคำเนื้อนิ่ม” ที่พระเจ้ากรุงยะไข่ทรงหล่อขึ้นที่เมืองธรรมวดี เมื่อปี พ.ศ. 689 สูง 12 ฟุต 7 นิ้ว หุ้มด้วยทองคำเปลวหนา 2 นิ้ว ทรงเครื่องประดับทองปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 9 ฟุต ในปี พ.ศ. 2327 พระเจ้าปดุงได้สร้างวัดมหามุนี หรือเพื่อประดิษฐานพระมหามัยมุนี และในปี พ.ศ.2422 สมัยพระเจ้า สีปอ ก่อนจะเสียเมืองพม่าให้อังกฤษได้เกิดไฟไหม้วัดทองคำ จึงทำให้ทองคำเปลวที่ปิดพระละลายเก็บเนื้อทองได้น้ำหนักถึง 700 บาท ต่อมาในปี พ.ศ.2426 ชาวพม่าได้เรี่ยไรเงินเพื่อบูรณะวัดขึ้นใหม่มีขนาดใหญ่กว่าเดิมโดยสายการออกแบบของช่างชาวอิตาลีจึงนับได้ว่าเป็นวัดที่สร้างใหม่ที่สุดแต่ประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ที่สุดในเมืองพม่า
เช้า รับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม
จากนั้น พาแวะชมขอพร ณ วัด‘Snake Pagoda’ หรือวัด ‘Meui Phaya’ ซึ่งวัดนี้ มีความสำคัญก็คือมีงูเหลือมศักดิ์สิทธิ์ 2 ตัว อยู่บริเวณฐานขององค์พระพุทธรูปประธานในวัด เหมือนคอยปกปักรักษาพระ และมีประชาชนและชาวบ้านให้ความเคารพนับถือมาก ประมาณว่าถ้าตั้งใจขออะไรก็จะสมหวัง
 10.00 น.  จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สนามบินมัณฑะเลย์ (บริหารอาหารบนเครื่อง)
12.50 น. เหินฟ้าสู่กรุงเทพ โดยสายการบินแอร์เอเชีย  เที่ยวบินที่ FD  245
15.15 น. เดินทางถึงกรุงเทพ โดยสวัสดิภาพ

 

ข้อมูลเพิ่มเติม

Month

12-ธันวาคม

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์

เข้ามาเพิ่มบทวิจารณ์เป็นคนแรก “OWMY07 พม่า-ย่างกุ้ง-พุกาม-อินเล-มัณฑะเลย์ 5 วัน FD”