Additionally, paste this code immediately after the opening tag:
duomo M
la spezia M
Sforza M
St.Peter's Basilica M
Venice M
piza tower M
Sirmeone M
Venice M 2
florence M
duomo M
la spezia M
Sforza M
St.Peter's Basilica M
Venice M
piza tower M
Sirmeone M
Venice M 2
florence M

WPTG1211M ทัวร์อิตาลี 11 วัน แกรนด์ทัวร์ TG ก.ย.2019 – มี.ค.2020 นั่งรถไฟด่วน

มิลาน – ปราสาทสฟอร์เชสโก – ดูโอโม่ – เซอมิโอเน – ล่องเรือทะเลสาบการ์ดา –เวนิส เมสเต้ –สะพานถอนลมหายใจ – จตุรัสซานมาโค – ลา สเปเซีย ชิงเกว่ แตร์เร – นั่งรถไฟชมเมือง – ลงเรือสู่พอร์โตฟิโน-ปิซ่า – หอเอนปิซ่า (1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก) – เซียน่า – เดอะ มอลล์ เอ้าท์เล็ท ฟลอเรนซ์-เนินเขาไมเคิล แองเจโร – สเต๊กเนื้อฟิออเรนติน่า – ชิมไวน์เคียนติ – นั่งรถไฟด่วนสู่เมืองเนเปิ้ล – เกาะคาปรี-ล่องเรือ (ถ้ำบลูก๊อตโต้)-นั่งรถราง – ซอร์เรนโต้ – เมืองโบราณปอมเปอี – โรม – กรุงวาติกัน – เข้าชมพิพิธภัณฑ์วาติกัน – (Sistine Chapel) – เข้าชมภายในโคลอสเซียม – น้ำพุเทรวี่ – เมืองเก่าโรม – บันไดสเปน                                    

Tour Price

BookingDepartArriveAirlinePriceDownload
18 ก.ย. 6228 ก.ย. 62115,900฿download pdf
9 ต.ค. 6219 ต.ค. 62115,900฿download pdf
21 ต.ค. 6231 ต.ค. 62115,900฿download pdf
8 พ.ย. 6218 พ.ย. 62111,900฿download pdf
29 พ.ย. 629 ธ.ค. 62115,900฿download pdf
4 ธ.ค. 6214 ธ.ค. 62115,900฿download pdf
25 ธ.ค. 624 ม.ค. 63125,900฿download pdf
30 ธ.ค. 629 ม.ค. 63125,900฿download pdf
15 ม.ค. 6325 ม.ค. 63111,900฿download pdf
12 ก.พ. 6322 ก.พ. 63111,900฿download pdf
18 มี.ค. 6328 มี.ค. 63111,900฿download pdf

ทัวร์อิตาลี 11 วัน แกรนด์ทัวร์ TG ก.ย.2019 – มี.ค.2020 นั่งรถไฟด่วน

 

วันที่1 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 
21.30 สมาชิกทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศชั้น 4 เคาร์เตอร์สายการบินไทย(เคาเตอร์D) พร้อมเจ้าหน้าที่คอยดูแลเช็คสัมภาระและบัตรที่นั่งบนเครื่อง
วันที่2        มิลาน – ชมเมือง – ปราสาทสฟอร์เชสโก – ดูโอโม่ – เซอมิโอเน
ล่องเรือทะเลสาบการ์ดา – เวนิส เมสเต้
00.35 เหิรฟ้าสู่เมืองมิลาน…โดยสายการบินไทยแอร์เวย์ Thai Airways เที่ยวบินที่ TG940
07.10 เดินทางถึงเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองมิลาน เมืองสำคัญในภาคเหนือของประเทศอิตาลี ตั้งอยู่บริเวณที่ราบลอมบาร์ดี นำท่านเดินทางสู่บริเวณ “ปราสาทสฟอร์เซสโก้” ปราสาทสวยงามหลังนี้ได้เคยเป็นป้อมปราการของพวกตระกูลวิสคอนติ ต่อมาเป็นที่พำนักของผู้นำเผด็จการในช่วงศตวรรษที่ 15 คือ ตระกูลสฟอร์ซา  มีเวลาให้ท่านได้ถ่ายภาพกับมุมสวยๆ ของน้ำพุที่โพยพุ่งบริเวณด้านหน้าปราสาทสฟอร์เซสโก้ นำท่านชม “มหาวิหารแห่งมิลาน หรือดูโอโม” สัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของเมือง อันมีขนาดใหญ่โตมโหฬาร สร้างขึ้นด้วยหินอ่อนสีขาวในศิลปะแบบโกธิค ใช้เวลาสร้างนานกว่า 500 ปี ปัจจุบันเป็น “โบสถ์แคธอลิกที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก” ลานด้านหน้าเป็นที่ตั้งของพระราชานุสาวรีย์พระเจ้าวิคเตอร์เอ็มมานูเอลที่ 2 ทรงม้า รายล้อมด้วยอาคารที่เก่าแก่คลาสสิคและช้อปปิ้งมอลล์ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีเวลาให้ท่านได้เลือกหาซื้อสินค้าชื่อดังมากมายที่ “ แกลเลอเรีย วิคเตอร์เอ็มมานูเอลที่2 ” ที่ใช้เวลาก่อสร้างถึง 12 ปีเป็นอาคารหลังคากระจกโครงเหล็กพื้นโมเสกลวดลายงดงามมาก ภายในประกอบด้วยร้านค้าสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง เช่น Prada, Louis Viton, Gucci, Bally, Amani, Moschino , Versace ฯลฯ ให้ท่านได้ช้อปปิ้งตามอัธยาศัย บนถนนมองท์ นโปลียอง และถนนวิคเตอร์เอมมานูเอล หรือนั่งจิบกาแฟชมบรรยากาศ
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย จากนั้นนำท่าน ออกเดินทางสู่ Sirmeone เมืองอันเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 2,000 ปี มีลักษณะภูมมิประเทศเป็นแหลมที่ยื่นออกไป ในทะเลสาบการ์ด้า ซึ่งมีความยาวกว่า 55 กิโลเมตรเมืองนี้จึงถูกขนาบข้างด้วยทะเลสาบ นำท่านลงเรือล่องชมความงดงามของทะเลสาบการ์ดา (Gauda Lake) ผ่านชมวิลล่าที่สวยงามของบรรดาเหล่าเศรษฐีในยุโรป ท่านจะเห็นเทือกเขาแอล์ปที่สวยงาม จากนั้นให้ทุกท่านได้ชมเมืองเก่าที่แสนสวยงาม มีร้านค้าและ ร้านขนมอยู่มากมาย เก็บภาพป้อมปราการประจำเมือง ที่เป็นจุดสัญลักษณ์ตั้งแต่สมัยยุคโรมัน สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอิตาลีไปยัง “ เมืองเวนิส เมสเตร้ ” ราชินีแห่งทะเลเอเดียตริก เมืองหลวงของแคว้นเวเนโต
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร พื้นเมือง เมนูพิเศษ สปาเกตตี้ล๊อบสเตอร์ (Spaghetti Lobster) และขนมหวาน   / นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
พักที่ NH Laguna venice hotel / delfino HOTEL หรือระดับใกล้เคียง ทัวร์อิตาลี 11 วัน แกรนด์ทัวร์
วันที่3      เวนิส – สะพานถอนลมหายใจ – จตุรัสซานมาโค
(รวมค่าล่องเรือกอนโดล่า) – ลา สเปเซีย
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางเข้าสู่ท่าเรือตรอนเชโต้ จากนั้นลงเรือเข้าสู่ “ เมืองเวนิส ” เมืองอันแสนโรแมนติกซึ่งเป็นจุดหมายปลายทางของคู่รักจากทั่วโลก เมืองเวนิสได้รับฉายาว่า ราชินีแห่งทะเลอาเดรียตริก (Queen of the Adriatic), เมืองแห่งสายน้ำ (City of Water), เมืองแห่งสะพาน (City of Bridges), และ เมืองแห่งแสงสว่าง (The City of Light) เรือนำท่านเดินทางเข้าสู่ “เกาะซานมาร์โค” ศูนย์กลางของเมืองเวนิส พร้อมนำคณะเดินทางเข้าสู่บริเวณ “จตุรัสซานมาโค” ระหว่างการเดินทางชม อนุสาวรีย์ของพระเจ้าวิคเตอร์เอมานูเอลที่ 2 ถ่ายภาพคู่กับ“ สะพานถอนหายใจ” สะพานแห่งสัญลักษณ์ที่เชื่อมต่อกับพระราชวังดอร์จ  ชมความสวยงามของ“พระราชวังดอร์จ” (ภายนอก) อันเป็นที่ประทับของเจ้าเมืองเวนิสในยุคที่ยังเป็นรัฐอิสระ อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางของการปกครองแคว้นในยุคสมัยนั้น ชม“โบสถ์เซนต์มาร์ค” ซึ่งเป็นโบสถ์แบบไบเซ็นไทน์ที่ “ใหญ่ที่สุด” ในยุโรปตะวันตก อิสระเลือกช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังนานาชนิด อาทิ Gucci, Louis Vuitton, Prada, Bally, Chanel หรือ“ เครื่องแก้วมูราโน่ ” สินค้าพื้นเมืองอันเลื่องชื่อ อิสระให้ท่านเดินเที่ยวชมงานก่อสร้างที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นอัจฉริยะด้านสถาปัตยกรรมที่“สะพานเรียลอัลโต้”
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านล่องเรือกอนโดล่า ชมลำคลองที่ให้แทนถนนผ่านชมบ้านเรือนชาวเวนิสรวมถึงวิวที่สวยงามของสะพานต่างๆ ที่ทอดผ่านลำคลอง ให้ท่านได้ดื่มดำกับสถาปัตยกรรมที่มีอายุยาวนานมากกว่า 500 ปี **แถมรวมค่าล่องเรือกอนโดล่าเรียบร้อยแล้วโดยสารลำล่ะ 5-6 ท่าน** จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมือง ลา สเปเซีย (LA SPEZIA) เมืองในเขตลิกูเรีย ทางตอนเหนือของอิตาลี อยู่ระหว่างเมืองเจนัวและปิซ่า บนทะเลลิกูเรียและเป็นหนึ่งในอ่าวที่มีความสำคัญทางด้านการค้า และการทหาร เดินทางถึง เมือง ลา สเปเซีย นำท่านเข้าสู่ตัวเมือง
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร  / นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
พักที่ NH LA SPEZIA HOTEL หรือระดับใกล้เคียง ทัวร์อิตาลี 11 วัน แกรนด์ทัวร์
วันที่4         ลา สเปเซีย – ชิงเกว่ แตร์เร – นั่งรถไฟชมเมือง – ลงเรือสู่พอร์โตฟิโน – เมืองปิซ่า
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านนั่งรถไฟสู่ ชิงเกว่ แตร์เร (Cinque Terre) หมู่บ้านเล็กๆ ทั้งห้า ที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งริเวียร่า ของอิตาลี CINQUE TERRE มีความหมายว่า “ห้าดินแดน” (FIVE LANDS) ประกอบด้วย หมู่บ้านห้าแห่ง ได้แก่ MONTEROSSO AL MARE, VERNAZZA, CORNIGLIA, MANAROLA และ RIOMAGGIORE โดยทั้งห้าหมู่บ้านนี้มีหุบเขาล้อมรอบ ประกอบกันเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติฯ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้อีกด้วย แวะชมความงามของหมู่บ้านริโอแมกจิโอเร (RIOMAGGIORE) เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีเสน่ห์ และมีบรรยากาศเหมือนเมืองตุ๊กตา บ้านเรือนที่ตั้งลดหลั่นกันบนหน้าผาที่ปกคลุมด้วยต้นไม้เขียวขจีตัดกับน้ำทะเลเมดิเตอร์เรเนียนสีเทอร์ควอยซ์ ทำให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตแห่งหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย อิสระให้ท่านชมความงดงาม และถ่ายภาพตามอัธยาศัย นำท่านออกเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศ สู่เมืองเซนต์ มาการิตา
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่าย นำท่านลงเรือเฟอร์รี่สู่เมืองพอร์โตฟิโน (นั่งเรือประมาณ 20 นาที) เดินทางถึงเมืองพอร์โตฟิโน นำท่านเดินเล่นเที่ยวชมเมืองโดยรอบ พอร์โตฟิโนเป็นเมืองท่า แห่งชายทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่มีชื่อเสียงในระดับโลก ซึ่งตั้งอยู่ในเขตจังหวัดของเจนัว ที่ถูกล้อมรอบด้วยท่าเรือเล็กๆ จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “สวรรค์แห่งเมืองท่า” สำหรับนักท่องเที่ยวก็ว่าได้ เมืองเล็กๆ ที่แสนน่ารัก ภายในตัวเมืองประกอบไปด้วยด้วยบ้านเรือนหลากสีสัน ซึ่งตั้งเบียดเสียดกันไปตามเชิงเขาเขียวชอุ่ม โอบล้อมอ่าวที่มี เรือยอร์ชส่วนตัว จอดเต็มไปหมด เก็บภาพโบสถ์เซนต์มาร์ติน (St.Martin) ซึ่งสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 โดยตัวโบสถ์นั้นมีขนาดที่ไม่ใหญ่โต แต่ก็มีความสวยงามมากพอสมควร ได้เวลาสมควรนำท่านออกเดินทางกลับได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่เมืองปิซ่า (Pisa)
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร/นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
พักที่ NH HOTEL PISA หรือระดับใกล้เคียง
วันที่5 หอเอนปิซ่า (1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก) – เซียน่า – เดอะ มอลล์ เอ้าท์เล็ท
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเปลี่ยนเป็นรถ Shutter Bus เข้าชมความมหัศจรรย์ของ “หอเอนแห่งเมืองปีซ่า” 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ถูกสร้างด้วยหินอ่อน สูง 181 ฟุต มี 8 ชั้นโดยเริ่มสร้างเมื่อปี ค.ศ.1174 แล้วเสร็จเมื่อ ค.ศ.1350 ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 176 ปี พร้อมชมความสวยงามของ“หอสวดมนต์ที่สร้างในสไตล์โรมันเนสก์จตุรัสดูโอโมแห่งปิซาได้รับเลือกโดยองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ. 1987 เมืองแห่งนี้ยังเป็นบ้านเกิดของนักวิทยาศาสตร์ และนักดาราศาสตร์เอกของโลก “กาลิเลโอ” ซึ่งเขาได้พิสูจน์กฎการณ์ดึงดูดของโลกโดยปล่อยวัตถุให้ตกมาจากที่สูงเขาสังเกตพบว่า ไม่ว่าวัตถุหนักหรือเบา ต่างตกถึงพื้นดินพร้อมกัน และให้ชาวโลกรู้ โดยทำการทดลองปล่อยลูกบอลจากหอเอนปิซ่าแห่งนี้ และเขายังเป็นคนแรกที่ใช้กล้องโทรทัศน์ (Telescope) ส่องดูดาวเมื่อประมาณ 400 ปีก่อนและได้ประกาศสิ่งที่ค้นพบซึ่งท้าทายความเชื่อของคนในสมัยนั้นซึ่งเชื่อกันว่าโลกเป็นศูนย์กลางของสุริยะจักรวาลแต่กาลิเลโอยืนยันว่าดวงอาทิตย์ต่างหากเป็นศูนย์กลางของสุริยะจักรวาล จนทำให้เขาถูกจับคุมขังในที่สุด นำท่านเดินทางสู่เมืองเซียน่า (140 กม.) ตลอดทั้งใจกลางเมืองเก่าของเซียน่าได้รับเลือกโดยองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ.1995
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านเยี่ยม จตุรัสเปียซซ่า เดล คัมโป Piazza del Campo ซึ่งได้รับยกย่องว่าเป็นมรดกโลก และเคยเป็นบ้านของาลิโอนักแข่งม้าที่มีชื่อกระฉ่อนที่สุดในโลก ชมจตุรัสเปียซซ่า เดล คัมโป ที่ได้ชื่อว่าสวยแปลกตาเพราะมีรูปทรงเป็นรูปพัด ลาดเอียงแบบขั้นบันได ตั้งอยู่ ด้านหน้าศาลาว่าการเมืองเซียน่า เดินเล่น ชมเมือง บ้านเรือนต่างๆ ถึงแม้ดูเก่าแก่ แต่ยังคงถูกใช้งานเป็นที่อยู่อาศัยและร้านค้า มีศาลากลางจังหวัดสไตล์โกธิค น้ำพุเกีย โบสถ์พระแม่นิรมล ที่นี่มีเทศกาลพาลิโอแสดงในชุดพื้นเมืองทุกปีมีชื่อเสียงมาก ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางเข้าสู่ เดอะ มอลล์ เอ้าท์เล็ท (The Mall Outlet) เลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมมากมายในราคาพิเศษโดยเฉพาะแบรนด์ชั้นนำของอิตาลี เช่น GUGCI & PRADA และแบรนด์อื่นๆมากมาย เช่นArmani , Bally, Bulgari, Burberry, Calvin Klein, Camper, Diesel, Hugo Boss, L’Occitane , Lacoste, Loewe, Michael Kors, Polo Ralph Lauren, Quiksilver, Ray-Ban, Samsonite, Spazio Dolce & Gabbana, Swarovski, Swatch, TAG Heuer, Timberland, Tommy Hilfiger, Versace, etc.
คํ่า บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ Mediterano hotel / หรือระดับใกล้เคียง ทัวร์อิตาลี 11 วัน แกรนด์ทัวร์
วันที่6 ฟลอเรนซ์ – เนินเขาไมเคิล แองเจโร – สเต๊กเนื้อฟิออเรนติน่า
ชิมไวน์เคียนติ – นั่งรถไฟด่วนสู่เมืองเนเปิ้ล
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางเข้าชม “เมืองฟลอเรนซ์” Florence เมืองที่ได้รับฉายาว่า“เมืองที่มีความงามเป็นอมตะ ”เป็นเมืองต้นแบบของศิลปะแบบเรอเนสซองส์ ซึ่งเป็นเมืองที่มีความเจริญสูงสุดในช่วงศตวรรษที่ 13-16 ทั้ง ทางด้านเศรษฐกิจและศิลปะวัฒนธรรมเป็นนครโบราณอันยิ่งใหญ่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยมั่งคั่งและร่ำรวยกว่ากรุงโรม เป็นถิ่นกำเนิดของศิลปินระดับโลก 2 ท่าน คือ“ ลีโอนาโด ดาวินชี และ ไมเคิลแองเจลโลก ”
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคารเมนูพิเศษ
บ่าย ฟิออเรนติน่า สเต๊ก (Fiorentina Beef Steak) เมนูสุดพิเศษที่มีชื่อเสียง ที่สุดของแคว้นทอสคานี่ ซึ่งโดยปกติเชฟจะย่างเนื้อทั้งก้อนแล้วมาบรรจงแล่ให้ลูกค้าที่โต๊ะอาหารขณะที่ยังร้อนอยู่ (ท่านใดไม่ทานเนื้อวัวกรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายขาย บริษัทฯ จะเปลี่ยนเมนูเป็นสเต๊กปลาหรือหมูแทน)เดินเที่ยวชมเขตเมืองเก่า ชม“จัตุรัสเพียซซ่าซินยอเรตตา”  ชมสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นของเมืองที่ “มหาวิหารซานตามาเรีย เดลฟิออเร” เป็นวิหารที่มียอดโดมขนาดใหญ่สัญลักษณ์แห่งเมืองฟลอเรนซ์ จากนั้นออกเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองชม “โบสถ์ซันตาโคเช่” โบสถ์ขนาดใหญ่ซึ่งใช้เป็นสถานที่ฝังศพของศิลปินชื่อก้องโลก “ไมเคิลแองเจลโล และ กาลิเลโอ” และศิลปินชื่อดังของเมือง จากนั้นนำท่านข้ามแม่น้ำอาร์โนเข้าสู่ “จตุรัสไมเคิลแองเจลโล” บนเนินสูงชมรูปหล่อสัมฤทธิ์จำลอง“เดวิด” David ที่โด่งดังในตำนานเป็นผลงานชิ้นเอกของไมเคิลแองเจลโล และบริเวณจัตุรัสแห่งนี้ท่านสามารถจะบันทึกภาพวิว ทิวทัศน์ที่งามที่สุดของกรุงฟลอเรนซ์พร้อมชมประติมากรรมที่สวยงามของ “สะพานเวคคิโอ” สะพานเก่าแก่แห่งแรกที่ข้าม “แม่น้ำอาร์โน” สัญลักษณ์ของเมืองฟลอเรนซ์ / จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่สถานีรถไฟฟลอเรนซ์
16.00 ออกเดินทางสู่เมืองเนเปิ้ล โดยรถไฟด่วน Italiarail
19.00 เดินทางถึงสถานีรถไฟเมืองเนเปิ้ล / นำท่านเข้าสู่โรงแรมที่พัก
คํ่า บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร ณ โรงแรมที่พัก
พักที่ Royal Continental Hotel / หรือระดับใกล้เคียง
วันที่7 เนเปิ้ล – เกาะคาปรี – ล่องเรือ (ถ้ำบลูก๊อตโต้) นั่งรถราง – พิเศษสุดพักบนเกาะคาปรี
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางออกจากสู่เกาะคาปรี(Capri Island) โดยเรือเจ๊ตฟรอย / นำท่าน ล่องเรือ ชมทิวทัศน์อันสวยงามของเกาะคาปรี ท่ามกลางท้องฟ้าสีคราม น้ำทะเลสีน้ำเงินเข้ม นำท่านชมความงามของถ้ำบลูกรอตโต้(BLUE GROTTO) ถ้ำนี้ถูกค้นพบเมื่อปี 1826 มีขนาดกว้าง 45 เมตรและยาว 54 เมตร สูง 15 เมตร ทางเข้าถ้ำสูงจากระดับน้ำทะเลเพียงเมตรเศษๆ (ในกรณีที่สภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยกับการออกเรือ อาจงดรายการชมถ้ำบลูกอตโต้) จากนั้นนำท่านนั่งเรือสู่เกาะคาปรี สถานที่ตากอากาศของชนชั้นสูงมาตั้งแต่สมัยโรมันเรืองอำนาจ และยังคงไว้ซึ่งมนต์เสน่ห์แห่งความงามมาจนถึงทุกวันนี้ บรรดากวีและนักเขียนชื่อดังต่างก็บอกในงานเขียนเป็นเสียงเดียวกันว่า “ที่คาปรีสวรรค์อยู่ใกล้ๆ เพียงแค่ปรายตามอง” นำท่านโดยสารรถราง (fUNICULAR) สู่ย่านกลางเมืองของเกาะคาปรี
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านเช็ค-อิน เข้าสู่ที่พักในเกาะคาปรี มีเวลาให้ท่านชื่นชมกับบรรยากาศที่ทำให้คาปรีมีเสน่ห์เป็นที่หลงใหลของนักท่องเที่ยว อดีตเคยเป็นที่ประทับตากอากาศของจักรพรรดิแห่งอาณาจักรโรมัน ที่โปรดให้เป็นวิมานฉิมพลีริมฝั่งทะเล ชมทิวทัศน์อันงดงามของ ยอดเขาอนาคาปรี ชมบ้านเรือนและบ้านพักตากอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนให้ท่านได้เดินเล่นผ่อนคลายกับธรรมชาติอย่างเต็มอิ่ม
คํ่า บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร/นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
พักที่ Hotel la Residence / Hotel Villa San Felice / หรือระดับใกล้เคียง
วันที่8 เกาะคาปรี – ซอร์เรนโต้ – เมืองโบราณปอมเปอี – โรม
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ได้เวลาอันสมควร นำท่านลงเรือกลับสู่เมืองซอร์เรนโต้ (Sorrento) นำท่านชมเมืองซอร์เรนโต้ เมืองสวยริมชายฝั่งทะเลที่มาของเพลง “คัมแบค ทู ซอร์เรนโต้” และเป็นบ้านเกิดของ เอนริโก คารูโซ (ENRICO CARUSO) นักร้องโอเปราชื่อดัง เป็นเมืองในฝันที่งดงามล้ำเลิศ เมืองที่มีทัศนียภาพสวยงาม ได้เวลาสมควร เดินทางเข้าสู่ “เมืองปอมเปอี”
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านชมเมืองโบราณ 2,000 ปี ที่ถูกทำลายโดยลาวาของภูเขาไฟ วิโซเวียส ซึ่งภูเขาไฟลูกนี้ระเบิดเอาดินโคลนเถ้าถ่าน และหินละลายทับถมจมลงไปในดินในชั่วเวลาไม่กี่นาทีเมื่อ พ.ศ.662 ประชาชนนับหมื่นต้องถูกฝังทั้งเป็นตายด้วยความทุกข์ทรมาน โดยไม่มีโอกาสหนีรอดออกมาได้เลย และปอมเปอี ก็ถูกลืมไปจากความทรงจำของชาวโลกต่อมาได้มีการฟื้นฟูศึกษาประวัติศาสตร์โบราณชื่อปอมเปอีจึงถูกค้นพบแต่ไม่มีใครทราบว่าอยู่ที่ไหน จนกระทั่ง พ.ศ.2291 ได้พบร่องรอยของซากเมือง เมื่อรื้อดินที่ทับถมออกมาหมดแล้วก็พบซากเมืองที่ใหญ่โต และสร้างด้วยหินอย่างแข็งแรง บางแห่งพบ “ ซากชาวปอมเปเอียน และสัตว์เลี้ยงของเขาที่ตายกลายเป็นหินยังคงสภาพเดิมทุกประการ ” แต่ทว่าภาพนั้นจะเห็นลักษณะของความหวาดกลัวต่อความตายได้เป็นอย่างดีบางคนนั่งเอามือปิดหน้าตายบางคนนั่งซบกับกำแพงบ้านตายก็มี ปอมเปอีจึงได้ชื่อว่า “ซากเมืองแห่งความตาย” / ได้เวลาสมควรนำท่านออกเดินทางสู่กรุงโรม / นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคารภายในที่พัก
พักที่ NH Hotel, Rome หรือระดับใกล้เคียง
วันที่9 โรม – กรุงวาติกัน – เข้าชมพิพิธภัณฑ์วาติกัน(คิวกรุ๊ป) – (Sistine Chapel)
เข้าชมภายในโคลอสเซียม – น้ำพุเทรวี่ – เมืองเก่าโรม – บันไดสเปน
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านออกเดินทางเข้าสู่ นครรัฐวาติกัน “ประเทศเอกราช” หรือ “รัฐอิสระที่เล็กที่สุดในโลก” มีเนื้อที่ประมาณ 250 ไร่ เป็นที่ประทับของ พระสันตะปาปา ซึ่งเป็นประมุขสูงสุดแห่งศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก (นำท่านใช้คิวกรุ๊ปไม่ต้องต่อแถวเข้าชมภายในของพิพิธภัณฑ์วาติกัน) ซึ่งเป็นแหล่งรวมงานศิลปะจากทุกยุคทุกสมัยที่สะสมมาเป็นเวลาหลายร้อยปีและสมบูรณ์ที่สุดในยุโรป  เข้าชมในส่วนของวิหารชิสติน (Sistine Chapel) ที่มีไฮไลท์อยู่ที่ภาพวาดบนเพดานอันเลื่องชื่อ วิหารซิสติน หรือโบสถ์น้อยซิสติน มีความสำคัญในการเป็นสถานที่ทำการประชุมเลือกตั้งพระสันตะปาปาองค์ใหม่และมีชื่อเสียงในทางสถาปัตยกรรมและจิตกรรมฝาผนังหรือภาพวาดบนเพดานแสดงประวัติศาสตร์ของมนุษย์ชาติก่อนการมาถึงของพระคริสต์โดยจิตรกรผู้มีชื่อเสียงในสมัยเรอเนสซองซ์ จากนั้นนำท่านเข้าชมในส่วนของ“ มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ ” (St.Peter’s Basilica) ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่และสำคัญที่สุดในนครรัฐวาติกัน เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธ์ของพระศาสนจักรโรมันคาทอลิกที่มีขนาด “ใหญ่ที่สุดในโลก” ได้รับการออกแบบโดย “ ไมเคิลแองเจลโล ภายในมหาวิหารประดับประดาไปด้วยงานศิลปะชิ้นเอกมากมาย อาทิเช่น “ปิเอต้า” (The Pieta) รูปแกะสลักหินอ่อนแม่พระมารีย์อุ้มพระศพของพระเยซูเจ้าไว้บนตัก ผลงานของไมเคิล แอง เจโล ได้แกะสลักหินอ่อนงานชิ้นนี้เมื่อเขาอายุ 25 ปี และยังเป็นงานชิ้นเดียว ที่ไมเคิลแองเจลโลแกะสลักชื่อตัวเองไว้ที่รูปปั้นชิ้นนี้
 เที่ยง  บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
 บ่าย นำท่านเข้าชมภายในสนามกีฬาโคลอสเซียม 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่เกิดขึ้นมาเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจของ “ เวสปาเรียน Vespasian เริ่มสร้างขึ้นเมื่อ ค.ศ. 72 แล้วเสร็จปี ค.ศ. 80 ในสมัยของ Titus บุตรชายของจักรพรรดิ์เวสปาเรียน โดยโคลอสเซียมแห่งนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกของชาวโรมันโบราณ เด่นในแง่สถาปัตยกรรม และความยิ่งใหญ่ที่สามารถจุคนได้ถึง 50,000 อาทิ “จัตุรัสเวเนเซีย” Piazza Venezia จตุรัสที่ยิ่งใหญ่ใจกลางกรุงโรม ผ่านชมระเบียงปาลาสโซ สถานที่ใช้กล่าวสุนทรพจน์ของมุสโสลินีในโอกาสต่างๆ “อนุสาวรีย์พระเจ้าวิคเตอร์ เอ็มมานูเอ็ลที่ 2” ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นพระบิดาของชาว อิตาลี “ประตูชัยคอนสแตนติน” สัญลักษณ์แห่งชัยชนะและที่มาของ “ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม” จากนั้นชมร่องรอยของศูนย์กลางแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์  “โรมันฟอรั่ม”  จากนั้นเดินทางกลับสู่กรุงโรม นำท่านชมความสวยงามของ “น้ำพุเทรวี่” น้ำพุเทรวี่นี้ถือเป็นผลงานชิ้นเอกที่สร้างความประทับให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลก ส่วนกลางของน้ำพุนั้นมีรูปปั้นของเทพเจ้าเนปจูนขี่รถม้าติดปีกแสดงถึงความมีสุขภาพที่แข็งแรงและความอุดมสมบูรณ์ของอาณาจักร จากนั้นเดินเข้าสู่เขตเมืองเก่าเพื่อเข้าชมความมหัศจรรย์ของ“วิหารแพนธีออน” สถาปัตยกรรมจากยุคโรมันที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศอิตาลี มีอายุเก่าแก่ประมาณ 2,000 กว่าปี วิหารแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นเมื่อ 27 ปีก่อนคริสตกาล จุดเด่นที่น่าสนใจของวิหารแพนธีออน คือ การออกแบบ“ โดม ” ด้านบนของอาคารทำได้อย่างน่าอัศจรรย์ จากนั้นเดินทางสู่ “ ย่านบันไดสเปน ” สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง และเป็นสัญลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของกรุงโรม
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคารไทย
พักที่ NH Hotel, Rome / หรือเทียบเท่าระดับใกล้เคียง
วันที่10 โรม – เดินทางกลับ
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่สนามบิน

13.30 เหิรฟ้ากลับสู่กรุงเทพฯโดย สายการบินไทย แอร์เวย์ Thai Airways เที่ยวบินที่ TG944
วันที่11 กรุงเทพฯ
06.50 เดินทางถึงกรุงเทพฯ…โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
หมายเหตุ โปรแกรมการเดินทางอาเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมะสม เนื่องจากสภาพ ลม ,ฟ้า , อากาศ,การล่าช้าอันเนื่องมาจากสายการบิน และสถานการณ์ในต่างประเทศที่ทางคณะเดินทางในขณะนั้น เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง ได้มอบหมายให้ หัวหน้าทัวร์ผู้นำทัวร์ มีอำนาจตัดสินใจ ณ ขณะนั้นทั้งนี้การตัดสินใจ จะคำนึงถึงผลประโยชน์ของหมู่คณะเป็นสำคัญ ทัวร์อิตาลีสวิสเซอร์แลนด์

ทัวร์อิตาลี มีนักท่องเที่ยว 58.3 ล้านคนต่อปี (2017), อิตาลีเป็นประเทศที่มีผู้เข้าชมมากที่สุดเป็นอันดับห้าในด้านการท่องเที่ยวระหว่างประเทศ [1] ผู้คนส่วนใหญ่มาที่อิตาลีเพื่อชมวัฒนธรรมอาหารประวัติศาสตร์แฟชั่นและศิลปะชายฝั่งทะเลและชายหาดที่สวยงามภูเขาและอนุสาวรีย์โบราณอันมีค่า อิตาลียังมีแหล่งมรดกโลกมากกว่าประเทศอื่น ๆ ในโลก การท่องเที่ยวเป็นภาคอุตสาหกรรมที่เติบโตและมีกำไรมากที่สุดแห่งหนึ่งของอิตาลีโดยมีรายรับประมาณ 189.1 พันล้านยูโร

แกรนด์อิตาลี

ผู้คนเคยไปเยือนอิตาลีมาหลายศตวรรษ แต่คนแรกที่ไปเยือนคาบสมุทรด้วยเหตุผลด้านการท่องเที่ยวคือผู้ดีในช่วงแกรนด์ทัวร์เริ่มต้นในปลายศตวรรษที่ 17 และเจริญรุ่งเรืองในศตวรรษที่ 18
หมู่เกาะเช่นคาปรีได้รับความนิยมในปลายศตวรรษที่ 14 และทศวรรษแรกของศตวรรษที่ 19
โรมในฐานะเมืองหลวงของจักรวรรดิโรมันอันทรงพลังและทรงอิทธิพลดึงดูดคนนับพันให้เข้ามาในเมืองและประเทศจากทั่วทุกมุมโลกซึ่งรวมถึงทะเลเมดิเตอร์เรเนียนแอฟริกาเหนือแผ่นดินใหญ่บริเตนใหญ่ (อังกฤษ) และส่วนต่างๆของตะวันออกกลาง ผู้ค้าและพ่อค้ามาอิตาลีจากหลายส่วนของโลก

เมื่อจักรวรรดิล่มสลายในปี 476 AD โรมไม่ได้เป็นศูนย์กลางของการเมืองและวัฒนธรรมของยุโรปอีกต่อไป ในทางกลับกันมันเป็นฐานของตำแหน่งสันตะปาปาซึ่งปกครองศาสนาคริสต์ที่กำลังเติบโตซึ่งหมายความว่าโรมยังคงเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญของการแสวงบุญของยุโรป ผู้แสวงบุญเป็นเวลาหลายศตวรรษและทุกวันนี้จะมาถึงเมืองและนั่นจะเป็น “การท่องเที่ยว” หรือ “การท่องเที่ยวทางศาสนา” ในยุคต้น ๆ อาณาจักรการค้าของเวนิสปิซาและเจนัวหมายความว่าผู้ค้านักธุรกิจและพ่อค้าจากทั่วทุกมุมโลกจะมาที่อิตาลีเป็นประจำ ในศตวรรษที่ 16 และต้นศตวรรษที่ 17 ด้วยความสูงของยุคฟื้นฟูศิลปวิทยานักเรียนหลายคนมาที่อิตาลีเพื่อศึกษาสถาปัตยกรรมอิตาลีเช่น Inigo Jones