Additionally, paste this code immediately after the opening tag:
ทัวร์สก๊อตแลนด์
ทัวร์สก๊อตแลนด์
ทัวร์สก๊อตแลนด์
ทัวร์สก๊อตแลนด์
ทัวร์สก๊อตแลนด์
ทัวร์สก๊อตแลนด์
ทัวร์สก๊อตแลนด์
ทัวร์สก๊อตแลนด์

WQR0910E ทัวร์สก๊อตแลนด์ ทัวร์ไอร์แลนด์ เหนือ-ใต้ 10 วัน เอดินเบอระ เบลฟาสต์ ดับบลิน

ทัวร์สก๊อตแลนด์ ทัวร์ไอร์แลนด์ เหนือ-ใต้ 10 วัน เอดินเบอระ เบลฟาส ดับบลิน

ล่องเรือทะเลสาบลอคเนส-ริ่ง ออฟ เคอร์รี่-หน้าผาโมเฮอร์-ปราสาทเอลีน โดแนน-อินเวอร์เนส-ฟอร์ท วิลเลียม

เบลฟาสต์-ดับบลิน-กลาสโกว์-เอดินเบอระ

 

Tour Price

BookingDepartArriveAirlinePriceDownload
9 ส.ค. 6218 ส.ค. 6289,900฿download pdf
20 ก.ย. 6229 ก.ย. 6285,900฿download pdf
18 ต.ค. 6227 ต.ค. 6285,900฿download pdf
8 พ.ย. 6217 พ.ย. 6282,900฿download pdf

ทัวร์สก๊อตแลนด์ ทัวร์ไอร์แลนด์ เหนือ-ใต้ 10 วัน เอดินเบอระ เบลฟาสต์ ดับบลิน

หมายเหตุ รายละเอียดด้านหน้านี้เป็นรายการเบื้องต้น หากท่านต้องการรับรายละเอียดโปรแกรมที่สมบูรณ์กรุณาติดต่อพนักงานขาย หรือกดดาวน์โหลดไฟล์ PDF ด้านบน
วันแรก กรุงเทพฯ – เอดินเบอระ
18.00 น. สมาชิกทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศชั้น 4 เคาร์เตอร์สายการบินกาต้าร์แอร์เวย์(เคาเตอร์ Q) เจ้าหน้าที่คอยดูแลเช็คสัมภาระและบัตรที่นั่งบนเครื่อง
20.25 น. ออกเดินทางสู่กรุงโดฮาโดยสายการบินกาต้าร์แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR835
23.05 น. เดินทางถึงกรุงโดฮา ประเทศกาต้าร์ (แวะพักเปลี่ยนเครื่องใช้เวลารอเปลี่ยนเครื่องประมาณ 2 ชั่วโมง)
วันที่2 โดฮา – เอดินเบอระ – สเตอร์ลิ่ง – ชมเมือง – เอดินเบอระ
01.15 น. ออกเดินทางสู่กรุงเอดินเบอระ โดยสายการบินกาต้าร์แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR031
07.20 น. เดินทางถึงสนามบินนานาชิติกรุงเอดินเบอระ ประเทศสก๊อตแลนด์ หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้วนำท่านเดินทางสู่ คาล์ตัน ฮิลล์ (Calton Hill) ถัดจากวัง Holyrood ที่เป็นที่ตั้งของเสาคอลั่ม โรมันอันใหญ่ยักษ์ ที่ถือเป็น The National Monument ของสก็อตแลนด์ พื้นที่ตรงนี้สมัยโบราณใช้เป็นที่ประหารนักโทษ ต่อมาก็เปลี่ยนมาเรื่อยๆ เป็นโรงหนังบ้าง บ้านของข้าราชการบ้าง จากนั้นผ่านชมรัฐสภาสก็อตแลนด์ ผ่านชมร้าน The Elephant House เป็นร้านนั่งชิลๆ เมนูเบาๆ อาหารราคาไม่แพง ที่ J.K. Rowling มานั่งแต่งหนังสือแฮร์รี่ พอตเตอร์ภาคแรก นำท่านเข้าสู่ตัวเมืองเอดินเบิร์ก เมืองหลวงและเมืองศูนย์กลางวัฒนธรรม แห่งความภาคภูมิใจของชาวสก๊อต เป็นเมืองศูนย์กลางของประเทศสก๊อตแลนด์ ตั้งแต่ยุคศตวรรษที่ 15 เจ้าของสมญานามกรุงเอเธนส์แห่งยุโรปเหนือ เข้าชมความยิ่งใหญ่ของ “ปราสาทเอดินเบิร์ก ตั้งอยู่บนเนินเขาอันสวยงามเป็นปราสาทที่งดงามและเป็นสถานที่เก็บรักษามหามงกุฎแห่งราชวงศ์ เคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์สก็อต และยังถือว่าเป็นจุดชมเมืองเอดินเบิร์กได้เป็นอย่างดีเนื่องจากเป็นเนินเขาสูง มองเห็นเด่นเป็นสง่าจากทุกมุมเมือง และยังได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองเอเธนส์แห่งทิศเหนือเนื่องจากสถาปัตยกรรมการก่อสร้างที่คล้ายคลึงกับวิหารแพนธีออนในประเทศกรีซ เข้าชมเครื่องราชและอัญมนีอันล้ำค่าของสก๊อตแลนด์
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองสเตอร์ลิง “Stirling” (42 กม.) นำท่านเข้าชมความงามของปราสาทสเตอร์ลิง (Stirling Castle) ซึ่งเป็นปราสาทที่มีความโดดเด่นทางด้านประวัติศาสตร์และสถาปัตยกรรมและมีขนาดใหญ่ที่สุดและสำคัญที่สุดปราสาทหนึ่งของสกอตแลนด์ ตั้งอยู่บนเนินคาลเซิลฮิอล์ (Castle Hill) ซึ่งเป็นเนินที่เกิดจากหินภูเขาไฟโบราณ และล้อมรอบสามด้านด้วยผาสูงชันทำให้เหมาะแก่การป้องกันตน นำท่านแวะถ่ายรูปกับ อนุสาวรีย์ วอลเลซ (Wallace Monument) เป็นอนุสาวรีย์ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแด่ วิลเลียม วอลเลซ(William Wallace) วีรบุรุษนักรบผู้ยิ่งใหญ่ของสกอตแลนด์ โดยอนุสาวรีย์วอลเลซ สร้างขึ้นบน เนินเขาแอบบีเครก (Abbey Craig) เนินเขาที่มีความสูงประมาณ 111 เมตร (364ฟุต) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเมืองสเตอร์ลิง และได้มีการนำเรื่องราวของวิลเลียม วอลเลซมาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง “Brave Heart” ที่นำแสดงโดย เมล กิ๊บสัน ได้เวลาสมควรนำท่านออกเดินทางสู่กรุงเอดินเบอระ
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ Crown Plaza Hotel Edinburgh Royal Terrace / หรือเทียบเท่าระดับใกล้เคียง
วันที่3 เอดินเบอระ – ล่องเรือทะเลสาบล็อกเนส – โรงงานวิสกี้ – ชมเมืองอินเวอร์เนส
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
จากนั้นนําท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบลอชเนสส์ “LOCHNESS” (189 กม.) นำท่านล่องเรือชมทะเลสาบเนสส์ หรือ “ทะเลสาบลอชเนสส์” LOCHNESS ทะเลสาบขนาดใหญ่ที่มีความยาวถึง 40 กิโลเมตร เป็นทะเลสาบขนาดใหญ่และ มีชื่อเสียงของสกอตแลนด์ จากเรื่องเล่าตํานานของ เนสซี่ (NESSIE) สัตว์ประหลาด ที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบ Loch Ness รูปร่างคล้ายไดโนเสาร์มีคอยาวลำตัวใหญ่มหึมา ที่มีคนอ้างว่าถ่ายรูปตัวเนสซี่ได้ในปี ค.ศ.1934 ทำให้เป็นเรื่องที่โด่งดังไปทั่วโลก
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่โรงงานวิสกี้ชื้อดัง Glen Glen Ord Distillery Visitor Centre & Whisky Shop เกลน วิสกี้ เป็นโรงกลั่นเหล้าวิสกี้ ในที่ราบสูงของสก๊อตแลนด์และเป็นโรงเหล้าวิสกี้ ซิงเกิลมอลต์ ที่เหลืออยู่เพียงแห่งเดียวบนเกาะ Black Isle (Highland) ผลิตภัณฑ์หลักของ บริษัท คือวิสกี้ซิงเกิล มอลต์ ที่อายุ 12 ปี โรงกลั่นได้รับรางวัลเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ดีที่สุดในการแข่งขันไวน์และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ระหว่างประเทศในปี ค.ศ.1994  และ1996 ให้ท่านได้ชิมรสชาติอันหอมหวน และกลมกล่อมของวิสกี้ซิงเกิล มอลล์ไฮแลนด์ จากนั้นเดินทางสู่เมืองอินเวอร์เนส “Inverness” (21 กม.)อินเวอร์เนส เปรียบเสมือนเมืองหลวงของ Highlands เนื่องจาก เป็นเมืองหน้าด่าน และก็เป็นเมืองที่ใหญ่และคึกคักที่สุดของไฮแลนด์ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันในนามของ เมืองหลวงแห่งที่ราบสูงไฮด์แลนด์ เดินเล่นชมเมือง เพลิดเพลินไปกับทัศนียภาพสวยงาม ณ ปากแม่นํ้าเนส ที่ห้อมล้อมไปด้วยหมู่เนินเขา อิสระช้อปปิ้งตามอัธยาศัยในเมืองที่น่ารักแห่งนี้
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ Kingsmills Hotel Inverness / หรือระดับใกล้เคียง ทัวร์สก๊อตแลนด์ ทัวร์ไอร์แลนด์ 
วันที่4 อินเวอร์เนส – ปราสาทเอลีน โดแนน – ฟอร์ท วิลเลียม – กลาสโกว์ – ชมเมือง
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
จากนั้นเดินทางเข้าสู่ ไคล์ ออฟ ลอชลาช “KYLE OF LOCHLASH” เพื่อนําท่านเข้าชม ปราสาท EILEAN DONAN CASTLE ปราสาทที่ตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆ ตรงจุดบรรจบของทะเลสาบ 3 แห่ง Loch Duich, Loch Long และ Loch Aish ปราสาท นี้ เป็นหนึ่งในปราสาทของสกอตแลนด์ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เคยถูกใช้เป็นป้อมปราการในการรบ ตัวปราสาทดั้งเดิมสร้างตั้งแต่ปี 1230 เพื่อป้องกันการรุกรานของพวกไวกิ้ง ปราสาทที่เห็นเพิ่งสร้างใหม่เมื่อเมื่อประมาณปี 1900 ที่ตั้งของปราสาทที่เป็นเอกลักษณ์และบรรยากาศรอบๆ ปราสาทที่เงียบสงบและสวยงามมาก ทำให้ Eilean Donan เป็นหนึ่งในปราสาทที่สวยงามและถูกถ่ายรูปมากที่สุดในสกอตแลนด์  นำท่านเดินทางสู่เมืองฟอร์ท วิลเลี่ยม “Fort William” (105 กม.)
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
เที่ยง จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ทะเลสาบลอช โลมอน (Loch Lomond) ขึ้นชื่อว่าเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่สวยที่สุดในสกอตแลนด์ และมีขนาดใหญ่ที่สุดในเครือสหราชอาณาจักร ความยาวทั้งสิ้นราว 39 กิโลเมตร นำท่านถ่ายรูปบรรยากาศริมทะเลสาบ ณ จุดชมวิว ที่สมเด็จพระราชีนีควีนอลิซาเบธ ครั้งหนึ่งเคยทรงทอดพระเนตรชมความงาม ณ ริมทะเลสาบแห่งนี้เมื่อครั้งปี ค.ศ. 1879 ได้เวลาสมควรออกเดินทางสู่เมืองกลาสโกว์ (Glasgow) (53 กม.) จากนั้นนำท่านชมเมืองกลาสโกว์ “Glasgow” เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของสกอตแลนด์ ตั้งอยู่บนแม่น้ำไคลด์ ชาวกลาสโกว์ รู้จักกันในชื่อ กลาสวีเจียนส์ “Glaswegians” เมืองกลาสโกว์นั้นถือเป็นเมืองใหญ่ในสหราชอาณาจักรที่มีความเจริญรุ่งเรืองและล้ำหน้ามากที่สุดเมืองหนึ่ง ตั้งแต่ในศตวรรษที่ 16 นำท่านสัมผัสสีสันของเมืองกลาสโกว์ที่ Buchanan Street สถานที่แห่งการจับจ่ายหรือการนัดพบของคนเมือง ไม่ว่าจะเป็นตอนกลางวันหรือแม้แต่ยามค่ำคืน ถนนสายนี้จะเป็นถนนที่มีผู้คนพลุกพล่านมาก สามารถเดินชมอาคารบ้านเรือนที่ยังคงอนุรักษ์ความเก่าแก่และสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมไว้เป็นอย่างดีอิสระให้ท่านได้เดินเล่น หรือช้อปปิ้งตามอัธยาศัย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ Radisson Blu Hotel, Glasgow / หรือระดับใกล้เคียง
วันที่5 กลาสโกว์ – แคร์นไรอัน – เรือเฟอร์รี่ – เบลฟาสต์(ไอร์แลนด์เหนือ) – ชมเมือง – ไทแทนิค ทัวร์ – ช้อปปิ้ง 
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ท่าเรือเฟอร์รี่ Cairnryan Port ชมวิวทิวทัศน์ระหว่างทาง
11.30 น. ออกเดินทาง สู่กรุงเบลฟาสต์ โดยเรือเฟอร์รี่ ให้ท่านได้ชมวิวความสวยงามระหว่างเส้นทาง ประมาณ สองชั่วโมง
บริการอาหารกลางวัน บนเรือเฟอร์รี่
13.30 น. เรือเข้าเทียบท่ากรุงเบลฟาสต์ เมืองหลวงของไอร์แลนด์เหนือ
นำท่านเที่ยวชมกรุงเบลฟาสต์ (Bélfast) เป็นเมืองหลวงของไอร์แลนด์เหนือตั้งอยู่บนฝั่งของแม่น้ำแลน บริเวณชายฝั่งตะวันออกของไอร์แลนด์ เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในไอร์แลนด์เหนือ ในช่วงต้นทศวรรษที่ 18 เมืองเก่าเคยเป็นท่าเรือหลัก มีบทบาทสำคัญในการปฏิวัติอุตสาหกรรมในศตวรรษที่ 19 และกลายเป็นผู้ผลิตผ้าลินินรายใหญ่ที่สุดในโลกโดยได้รับฉายาว่า “Linenopolis” เป็นศูนย์กลางหลักของผ้าลินินของชาวไอริชรวมทั้งอุตสาหกรรมการผลิตยาสูบ อุตสาหกรรมทำเชือกและการต่อเรือฮาร์แลนด์และวูล์ฟ ซึ่งเป็นผู้สร้างเรือ RMS Titanic เป็นอู่ต่อเรือที่ใหญ่และมีประสิทธิภาพมากที่สุดในโลก หลังจากนั้นก็ยังคงเป็นอุตสาหกรรมการบินและขีปนาวุธที่สำคัญอีกด้วย ปัจจุบันนี้เบลฟาสต์ยังคงเป็นศูนย์กลางของอุตสาหกรรมตลอดจนศิลปะการศึกษาชั้นสูง ธุรกิจและกฎหมายและเป็นส่วนสำคัญทางเศรษฐกิจของไอร์แลนด์เหนือ เบลฟาสต์ยังคงเป็นท่าเรือหลักที่มีท่าเรือพาณิชย์และอุตสาหกรรมที่มีอิทธิพลเหนือแนวชายฝั่ง นำท่านชมเมืองโดย รอบ แวะเก็บภาพกลุ่มอาคารที่สวยงามในบริเวณจตุรัส Donegall Square เป็นที่ตั้งของอาคารรัฐบาลที่สวยงามที่สุด จากนั้นนำท่านแวะเก็บภาพท่าต่อเรือไททานิค ซึ่งได้ทำการต่อลำเรือที่ท่าเรือแห่งนี้ก่อนออกรับผู้โดยสารที่เซาท์ แธมป์ตัน ประเทศอังกฤษ นำท่านเข้าชมภายในพิพิธภัณฑ์ไททานิค (Titanic Belfast)เป็นศูนย์มัลติมีเดียที่ดีที่สุดในไอร์แลนด์ ท่านจะได้ทราบถึงประวัติความเป็นมาของเรือไทแทนิค ขั้นตอนการออกแบบ และการต่อเรือ ร่วมถึงการตกแต่งภายในที่สุดแสนหรูหรา นำท่านนั่งโดยสารแคปซูลการเวลาย้อนรอยเรื่องราวความยิ่งใหญ่ของเรือไทแทนิค ตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั้งจมลงสู่ก้นมหาสมุทรแอตแลนติก จากนั้นนำท่านสู่ย่านกลางเมืองอิสระทุกท่านเดินเล่นเก็บภาพเมืองที่น่ารักแห่งนี้
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก Stormont Belfast Hotel / หรือระดับใกล้เคียง ทัวร์สก๊อตแลนด์ ทัวร์ไอร์แลนด์ 
วันที่6 เบลฟาสต์ – สะพานแขวน คาร์ริค – ไจแอ๊นท์ คอสเวย์ – ลอนดอนเดอร์รี่ – กัลเวย์
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านออกเดินทางขึ้นเหนือสู่ (ที่รู้จักกันในชื่อ Rick-a-reedy) เป็นสะพานเชือกที่มีชื่อเสียง อยู่ในเขตการดูแลของเนชั่นแนล ทรัสท์ ตัวสะพานแขว เชื่อมโยงแผ่นดินใหญ่กับเกาะเล็ก ๆ ของ Carrickarede มีช่วงสะพานแขวนที่ยาวถึง 20 เมตร และสูงจากพื้นด้านล่างกว่า 30 เมตร เป็นจุดท่องเที่ยวที่ได้รับควานิยมเป็นอย่างมาก นำท่านเดินข้ามฝั่งสู่อีกด้านหนึ่ง(เสียวสุดๆ) เก็บภาพความสวยงามของท้องทะเลและธรรมชาติ จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่บริเวณชายหาดหินทางเดินยักษ์ (The Giant’s Causeway) แวะเก็บภาพอันสวยงามของแนวหน้าผาริมชายฝั่งแอตแลนติกเหนือ (White Park Bay) เดินทางถึงชายหาดหินมหัศจรรย์ นำท่านเดินชมความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่เกิดจากลาวาภูเขาไฟกระทบน้ำเย็นของทะเล เมื่อหลายล้านปีทำให้เกิดประติมากรรมทางธรรมชาติที่สวยงามแปลกตาไม่มีที่ใดเหมือนอิสระทุกท่านเก็บความประทับใจ จากกนั้นนำท่านออกเดินทางสู่เมืองลอนดอนเดอร์รี่ (Londonderry)
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
 บ่าย นำท่านเดินทางต่อสู่บริเวณชายหาดหินทางเดินยักษ์ (The Giant’s Causeway) แวะเก็บภาพอันสวยงามของแนวหน้าผาริมชายฝั่งแอตแลนติกเหนือ (White Park Bay) เดินทางถึงชายหาดหินมหัศจรรย์ นำท่านเดินชมความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ ที่เกิดจากลาวาภูเขาไฟกระทบน้ำเย็นของทะเล เมื่อหลายล้านปีทำให้เกิดประติมากรรมทางธรรมชาติที่สวยงามแปลกตาไม่มีที่ใดเหมือนอิสระทุกท่านเก็บความประทับใจ จากกนั้นนำท่านออกเดินทางสู่เมืองกัลเวย์ (Galway)
 ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พักที่ Galway Hotel / หรือระดับใกล้เคียง ทัวร์สก๊อตแลนด์ ทัวร์ไอร์แลนด์ 
วันที่ 7 กัลเวย์ – หน้าผาโมเออร์ – คิลลาร์นีย์   
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่บริเวณหน้าผาโมเออร์ (Cliffs of Moher) ชมความสวยงามของหน้าผาที่ตัดกับมหาสมุทรแอตแลนติกอย่างลงตัว สุดแสนโรแมนติก หน้าผาแห่งนี้มีความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 214 เมตร และเป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าบรรดานกทะเลชนิดต่างๆ มากมาย มีเวลาให้ท่านเดินเล่นชมความงามของธรรมชาติอย่างเต็มที่
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านเดินทางเข้าสู่อุทยานแห่งชาติ Killarney ทางภาคตะวันตกของไอร์แลนด์ท่ามกลางธรรมชาติของทะเลสาบป่าทึบ หุบเขาที่สงบและสวยงามเมืองเส้นทางผ่านบรรยากาศแบบชนบทที่สวยงามตลอดสองข้างทางมีหลายคนที่เคยเดินทางเคยกล่าวชมเส้นทางนี้ว่าสวยงามและโรแมนติคที่สุดสายหนึ่ง แวะเที่ยวฟาร์มมัครอสส (Muckross House) ฟาร์มที่เก่าแก่ประจำเมือง ท่านจะประทับใจไปกับบรรยากาศแบบไอริช อย่างแท้จริง อาคารบ้านเรือนในสไตล์ย้อนยุค รวมถึงสวนสวยสไตล์ไอริช ตัวอาคารเป็นคฤหาสน์ที่ออก แบบโดยสถาปนิกชาวอังกฤษ William Burn สร้างขึ้นในปี 1843 มีห้องพักหกสิบห้าห้องถูกสร้างขึ้นในสไตล์ทิวดอร์ สมเด็จพระราชินีวิกตอเรีย ได้เคยเสด็จมา ณ คฤหาสน์ แห่งนี้เมื่อครั้งยังครองราชอยู่ Muckross House ได้ถูกขายให้กับ William Bowers Bourn ซึ่งเป็นนักธุรกิจผู้มั่งคั่ง ในปี ค.ศ.1932 ตระกูลโบเวอร์ ได้ตัดสินใจมอบบ้าน Muckross House และที่ดินขนาด 11,000 เอเคอร์ให้กับประเทศไอริช ถูกเรียกว่า “Bourne-Vincent Memorial Park” จึงกลายเป็นอุทยานแห่งชาติแห่งแรกในสาธารณรัฐไอร์แลนด์และเป็นรากฐานของ Killarney National Park ในปัจจุบัน ท่านสามารถเลือกซื้อเลือกชิมเบเกอร์รี่ ของฟาร์มได้อย่างจุใจ เก็บภาพความประทับใจจากมุมต่างๆ ของฟาร์มแห่งนี้อย่างเต็มที่
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
พักที่ Randles Court Hotel / หรือระดับใกล้เคียง ทัวร์สก๊อตแลนด์ ทัวร์ไอร์แลนด์ 
วันที่ 8  คิลลาร์นีย์ – ริง ออฟ เคอร์รรี่(เส้นทางแสนสวย) – ดับบลิน     
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านสู่เส้นทางวงแหวนแห่งเคอร์รี่ (Ring of Kerry) ชมความสวยงาม ทัศนียภาพของทะสาบน้อยใหญ่ที่เรียงรายต่อเนื่องกันท่ามกลางขุนเขาสลับซับซ้อนดูแล้วทำให้เกิดความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่ได้สร้างสรรค์ไว้อย่างงดงามที่ท่านจะต้องประทับใจไม่รู้ลืม แวะชมเมืองต่างๆ ระหว่างเส้นทาง นำท่านเที่ยวชมปราสาทโรส (Ross Castle) ตัวปราสาทได้ถูกสร้างขึ้นในปลายศตวรรษที่ 15 โดยตระกูล O’Donoghues Mor (รอสส์) และได้มีการเปลี่ยนมือเจ้าของ ไปเป็นของตระกูล MacCarthy Mór จากนั้นเขาก็ขายปราสาทและที่ดินให้กับเซอร์ วาเลนไทน์ บราวน์ และเกิดเสียหายอย่างหนักในช่วงสงครามไอริซ กับสหราชอาณาจักร นำท่านเดินทางต่อ นำท่านเข้าชมศูนย์ท่องเที่ยวสเกลลิก (Skellig Experience) ได้รับการสนับสนุนโดย Cork Kerry Tourism เพื่อแสดงถึงชีวิตความเป็นอยู่ของสิ่งมีชีวิตบริเวณชายฝั่ง Skellig Islands ภายในศูนย์ออกแบบมาเพื่อให้ผู้เข้าชมใด้เรียนรู้ถึงสภาพแวดล้อมและสัตว์ต่างๆ ประวัติศาสตร์และโบราณคดี การเดินทางนกทะเล และที่อยู่อาศัย นำท่านชมอาคารต่างๆ ในเมือง Cahersiveen ชมโบสถ์ O’ Connell Memorial Church โบสถ์ศักดิ์สิทธิ์ประจำเมืองจากนั้นนำท่านออกเดินทางต่อลัดเลาะริมชายฝั่ง ชมภาพชนบทที่แสนจะสงบสุขและน่าแปลกตายิ่งนัก
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวันณ ภัตตาคาร
นำท่านออกเดินทางสู่กรุงดับบลินชมกรุงดับบลิน  (Dublin) เมืองหลวงของ สาธารณรัฐไอร์แลนด์ ตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลไอริชมีหาดทรายที่ยาวไปตามชายฝั่งทะเล ชื่อดับลินนั้นมาจากคำว่า Dubh Linn ซึ่งในภาษาไอริชมีความหมายว่า “สระน้ำสีดำ” (Black Pool) มีการจดบันทึกว่าถูกตั้งเป็นชุมชนตั้งแต่ศตวรรษที่ 7  ของอาณาจักรไอร์แลนด์ เมืองขยายอย่างรวดเร็วจากศตวรรษที่ 17 และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองรองจากลอนดอน ในจักรวรรดิอังกฤษ ก่อนการกระทำของสหภาพในปี ค.ศ. 1800 หลังจากการแบ่งแยกไอร์แลนด์ในปี 1922 ดับลินกลายเป็นเมืองหลวงของรัฐอิสระไอริชภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นประเทศไอร์แลนด์ เป็นศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์และร่วมสมัยสำหรับการศึกษาศิลปะการบริหารเศรษฐกิจและอุตสาหกรรม
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร ทัวร์สก๊อตแลนด์ ทัวร์ไอร์แลนด์ 
พักที่ Hilton Garden Inn Dublin Custom House / หรือระดับใกล้เคียง
วันที่ 9  ดับบลิน – ชมเมือง – สนามบิน
 เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ผ่านชมปราสาทดับบลิน ชมโบสถ์เซนต์แพทริค (ST.PATRICK) สร้างใน ค.ศ.1192 อุทิศแด่นักบวชแพททริค ผู้นำศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาธอลิค เข้ามาเผยแพร่ในดินแดนของชาวเคลท์โบราณเป็นท่านแรก ภายหลังจึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนักบุญประจำชาติของชาวไอริช  ชมโบสถ์พระคริสต์  โดยกษัตริย์ไซตริกซึ่งเป็นกษัตริย์ไวกิ้ง  จากนั้นนำท่านบันทึกภาพอาคารที่สร้างในยุคจอร์เจียน บนถนนฟิตซ์วิลเลียมที่มีลักษณะพิเศษโดย มีการใช้สีสันที่ฉูดฉาดบนบานประตูอันเป็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของชาวไอริช
จากนั้นนำท่านเข้าสู่ย่านการค้า อิสระช้อปปิ้ง สินค้าแบรนด์เนมมากมาย อาทิ Mark & Spencer, NEXT, Burberry ฯลฯ
………..พร้อมกัน ณ จุดนัดหมายเพื่อออกเดินทางสู่สนามบิน(กรุณาตรงต่อเวลานัดหมาย)
15.20 น. ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯโดยสายการบินกาต้าร์แอร์เวย์เที่ยวบินที่ QR018
วันที่10 สนามบินสุวรรณภูมิ ทัวร์สก๊อตแลนด์ ทัวร์ไอร์แลนด์ 
00.25 น. เดินทางถึงกรุงโดฮา ประเทศกาต้าร์ (แวะพักเปลี่ยนเครื่อง)
02.25 น. เหิรฟ้าสู่กรุงเทพฯโดยสายการบินกาต้าร์แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR980
12.55 เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ / โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

ทัวร์สก๊อตแลนด์ ทัวร์ไอร์แลนด์ เหนือ-ใต้ 10 วัน เอดินเบอระ เบลฟาส ดับบลิน

ทัวร์ไอร์แลนด์

ทัวร์สก๊อตแลนด์

ไอร์แลนด์ Ireland เป็นเกาะในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ มันถูกแยกออกจากบริเตนใหญ่ไปทางตะวันออกโดยนอร์ทแชนแนลทะเลไอริชและช่องแคบเซนต์จอร์จ ไอร์แลนด์เป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับสองของเกาะอังกฤษเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับสามในยุโรปและเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับที่ยี่สิบของโลก

การเมืองไอร์แลนด์ถูกแบ่งระหว่างสาธารณรัฐแห่งไอร์แลนด์ (ชื่ออย่างเป็นทางการไอร์แลนด์) ซึ่งครอบคลุมห้าในหกของเกาะและไอร์แลนด์เหนือซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร ในปี 2554 ประชากรของไอร์แลนด์มีจำนวนประมาณ 6.6 ล้านคนโดยจัดเป็นเกาะที่มีประชากรมากเป็นอันดับสองในยุโรปรองจากบริเตนใหญ่ 4.8 ล้านคนอาศัยอยู่ในสาธารณรัฐไอร์แลนด์น้อยกว่า 1.8 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในไอร์แลนด์เหนือ สภาพทางภูมิศาสตร์ของเกาะประกอบด้วยภูเขาที่ค่อนข้างราบเรียบล้อมรอบที่ราบภาคกลางมีแม่น้ำที่สามารถเดินเรือได้หลายสายในประเทศ พืชพรรณที่เขียวชอุ่มเป็นผลผลิตของสภาพภูมิอากาศที่ไม่รุนแรง แต่มีการเปลี่ยนแปลงซึ่งไม่มีอุณหภูมิมากเกินไป ไอร์แลนด์ส่วนใหญ่เป็นป่าไม้จนถึงสิ้นยุคกลาง ทุกวันนี้ป่าไม้สร้างขึ้นประมาณ 10% ของเกาะเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของยุโรปมากกว่า 33%,  และส่วนใหญ่เป็นป่าสนที่ไม่ใช่คนพื้นเมือง มีสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ยังหลงเหลืออยู่ถึงยี่สิบหกสายพันธุ์ – ไอร์แลนด์  สภาพภูมิอากาศของชาวไอริชได้รับอิทธิพลจากมหาสมุทรแอตแลนติกและทำให้อยู่ในระดับปานกลาง [11] และฤดูหนาวมีความรุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้สำหรับพื้นที่ทางตอนเหนือถึงแม้ว่าฤดูร้อนจะเย็นกว่าในทวีปยุโรป มีฝนและเมฆปกคลุม

หลักฐานที่เก่าแก่ที่สุดของการปรากฏตัวของมนุษย์ในไอร์แลนด์คือวันที่ 10,500 ปีก่อนคริสตกาล (12,500 ปีที่แล้ว) ภาษาเกลิคไอร์แลนด์เกิดขึ้นในศตวรรษที่ 1 เกาะแห่งนี้ได้รับการยกย่องจากศตวรรษที่ 5 เป็นต้นไป หลังจากการรุกรานของนอร์มันในศตวรรษที่ 12 อังกฤษอ้างว่าอำนาจอธิปไตย อย่างไรก็ตามการปกครองของอังกฤษไม่ได้ขยายไปทั่วทั้งเกาะจนกระทั่งการพิชิตทิวดอร์ในศตวรรษที่ 16 – 17th ซึ่งนำไปสู่การล่าอาณานิคมโดยผู้ตั้งถิ่นฐานจากอังกฤษ ในยุค 1690 ระบบการปกครองของโปรเตสแตนต์ภาษาอังกฤษได้รับการออกแบบมาเพื่อเสียเปรียบอย่างใหญ่หลวงคาทอลิกและโปรเตสแตนต์พวกพ้องและโปรเตสแตนต์ในช่วงศตวรรษที่ 18 กับการกระทำของสหภาพใน 2344 ไอร์แลนด์กลายเป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร สงครามอิสรภาพในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ตามมาด้วยการแบ่งเกาะสร้างรัฐอิสระไอริชซึ่งต่อมาได้กลายเป็นจักรพรรดิในทศวรรษต่อมาและไอร์แลนด์เหนือซึ่งยังคงเป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร ไอร์แลนด์เหนือเห็นเหตุการณ์ความไม่สงบในช่วงปลายทศวรรษที่ 1960 จนถึงปี 1990 เรื่องนี้ลดลงตามข้อตกลงทางการเมืองในปี 1998 ในปี 1973 สาธารณรัฐไอร์แลนด์ได้เข้าร่วมประชาคมเศรษฐกิจยุโรปในขณะที่สหราชอาณาจักรและไอร์แลนด์เหนือซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมันก็ทำเช่นเดียวกัน

วัฒนธรรมไอริชมีอิทธิพลอย่างมากต่อวัฒนธรรมอื่น ๆ โดยเฉพาะในสาขาวรรณกรรม นอกเหนือจากวัฒนธรรมตะวันตกที่สำคัญแล้วยังมีวัฒนธรรมของชนพื้นเมืองที่แข็งแกร่งดังที่แสดงออกผ่านเกมเกลิคดนตรีไอริชและภาษาไอริช วัฒนธรรมของเกาะนี้มีคุณสมบัติมากมายกับเกาะบริเตนใหญ่รวมถึงภาษาอังกฤษและกีฬาเช่นสมาคมฟุตบอลรักบี้การแข่งม้าและกอล์ฟ