Additionally, paste this code immediately after the opening tag:
shutterstock_Pisa3
ชิงเกล่เตเล่
shutterstock_81852040
shutterstock_Pisa3
ชิงเกล่เตเล่
shutterstock_81852040

WQR0108M อิตาลี-สวิตเซอร์แลนด์ 8 วัน QR

มิลาน – เวโรน่า – เมสเตร้ – เกาะเวนิส – สะพานถอนลมหายใจ – จัตุรัสซานมาโค – วิหารเซ็นต์มาร์ค ล่องเรือกอนโดล่า*** – ฟลอเรนซ์ – มหาวิหารซานตา มาเรีย เดลฟิออเร – ปิซ่า – หอเอนปีซ่า

ลา สเปเซีย – ชิงเกว่ แตร์เร – พอร์โตฟิโน – เจนัว – อนุสาวรีย์คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส – มิลาน – ดูโอโม

ฟอกซ์ทาวน์เอาท์เล็ท – ซุก – ลูเซิร์น – ซูริค

หมายเหตุ รายละเอียดด้านหน้านี้เป็นรายการเบื้องต้น หากท่านต้องการรับรายละเอียดโปรแกรมที่สมบูรณ์กรุณาติดต่อพนักงานขาย หรือกดดาวน์โหลดไฟล์ PDF ด้านบน
วันแรก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
22.30น. สมาชิกทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศชั้น 4 เคาร์เตอร์สายการการ์ตาร์แอร์เวย์ (เคาเตอร์ Q) พร้อมเจ้าหน้าที่คอยดูแลเช็คสัมภาระและบัตรที่นั่งบนเครื่อง
20.20 ออกเดินทางสู่กรุงโดฮาร์ ประเทศการ์ตาร์…โดยสายการบิน QATAR AIRWAYS เที่ยวบินที่ QR981
23.55 เดินทางถึงประเทศการ์ตาร์ ให้ท่านแวะพักเปลี่ยนเครื่อง (ในเวลาเปลี่ยนเครื่องประมาณ 2 ชั่วโมง)
วันที่สอง โดฮาร์ – มิลาน – เวโรน่า – เมสเตร้ – เกาะเวนิส – สะพานถอนลมหายใจ – จัตุรัสซานมาโค – วิหารเซ็นต์มาร์ค – ล่องเรือกอนโดล่า***
01.35 ออกเดินทางสู่เมืองมิลานโดยสายการบินกาต้าร์แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR123
06.25 เดินทางถึงสนามบินนานาชาติมิลาน ประเทศอิตาลี หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว นำท่านเดินทางสู่ “เมืองเวโรน่า” เมืองที่ใหญ่ และสำคัญเป็นอันดับ 2 ในแคว้นเวเนโตรองจากเวนิส เมืองเวโรนาได้รับสมญานามว่า “LITTLE ROMAN” เพราะยังคงสภาพสิ่งก่อสร้างจากสมัยโรมันไว้อย่างสมบูรณ์ นำคณะเดินทางเข้าชมย่านเมืองเก่า ที่ยังคงสภาพบ้านเรือนแบบโบราณ จากนั้นนำท่านสู่ “จตุรัสเออร์เบ” ที่รายล้อมไปด้วยคฤหาสน์ ,วังเก่าของตระกูลที่เคยปกครองเวโรน่า ระหว่างทางผ่านชมความยิ่งใหญ่ภายนอกของ “โรมัน อารีน่า” สนามกีฬากลางแจ้งแบบโบราณ จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่เมือง”เมสเตร้
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร  
บ่าย ท่านลงเรือเข้าสู่ “ เมืองเวนิสหนึ่งในเมืองที่สวยที่สุดในประเทศอิตาลี เป็นเมืองที่รู้จักกันในด้านของความเจริญรุ่งเรืองทางประวัติศาสตร์และศิลปะที่ได้รับฉายาว่า ราชินีแห่งทะเลอาเดรียตริก เมืองแห่งสายน้ำ เมืองแห่งสะพาน และ เมืองแห่งแสงสว่าง เมืองเวนิส ถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมหมู่เกาะขนาดเล็ก  ประมาณ 118 เกาะเข้าด้วยกันในบริเวณทะเลสาบเวนิเทียทะเลสา  บน้ำเค็มนี้ตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งระหว่างปากแม่น้ำโปกับแม่น้ำพลาวิ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลอาเดรียตริก ในภาคเหนือของประเทศอิตาลี โดยทั้งเมืองและทะเลสาบได้ถูกประกาศให้เป็นมรดกโลกในปี 1987 ชมความสวยงามของ โบสถ์เซนต์มาร์ค ซึ่งเป็นโบสถ์แบบไบเซ็นไทน์ที่ ใหญ่ที่สุด ในยุโรปตะวันตก ประดับประดาด้วยโมเสกทองคำอันงดงาม ให้คณะได้สัมผัสคลองแห่งเวนิสอันแสนโรแมนติกโดยการ “ นั่งเรือกอนโดร่า” Gondora ที่มีชื่อเสียงระดับโลก(ไม่รวมในรายการทัวร์กรุณาติดต่อหัวหน้าทัวร์)
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่: Delfino Ambasciatori Hotel หรือที่พักระดับใกล้เคียง
วันที่สาม เมสเตร้ – ฟลอเรนซ์ – มหาวิหารซานตา มาเรีย เดลฟิออเร – ปิซ่า – หอเอนปีซ่า
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านออกเดินทางสู่ “เมืองฟลอเรนซ์”  เป็นเมืองต้นแบบของศิลปะแบบเรอเนสซองส์ ซึ่งเป็นเมืองที่มีความเจริญสูงสุดในช่วงศตวรรษที่ 13-16 นำท่านเดินเที่ยวชมเขตเมืองเก่า ชม “จัตุรัสเพียซซ่าซินยอเรตตา” ชมสถาปัตยกรรมอันโดดเด่นของเมืองที่ “มหาวิหารซานตา มาเรีย เดลฟิออเร” เป็นวิหารที่มียอดโดมขนาดใหญ่สัญลักษณ์แห่งเมืองฟลอเรนซ์ จากนั้นออกเดินทางเข้าสู่ใจกลางเมืองชม “โบสถ์ซันตาโคเช่” โบสถ์ขนาดใหญ่ซึ่งใช้เป็นสถานที่ฝังศพของศิลปินชื่อก้องโลก “ไมเคิลแองเจลโล และกาลิเลโอ” และศิลปินชื่อดังของเมือง ชมจัตุรัสเดลลาซิญญอเรีย ( Piazza Della Signoria ) ที่มีความสวยงามและมีเอกลักษณ์โดดเด่นอย่างมาก เนื่องจากเป็นที่ตั้งของรูปปั้นเดวิด อันเป็นผลงานที่มีชื่อเสียงของ ไมเคิล แองเจโล่ จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่เมืองปิซ่า
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร  
บ่าย นำท่านเดินทางเข้าสู่เมืองปิซ่า เมืองแสนสวยริมฝั่งแม่น้ำอาร์โน และยังเป็นบ้านเกิด กาลิเลโอ ศิลปินที่มีชื่อเสียงของอิตาลีนำคณะเปลี่ยนเป็นรถ Shutter Bus เข้าชมความมหัศจรรย์ของ หอเอนแห่งเมืองปีซ่า”1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก  ถูกสร้างด้วยหินอ่อน สูง 181 ฟุต มี 8 ชั้นโดยเริ่มสร้างเมื่อปี ค.ศ.1174 แล้วเสร็จเมื่อ ค.ศ.1350 ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 176 ปี สำหรับหอเอนปิซ่านี้ภายในมีเสาหินอ่อนทีสลักลวดลายด้วยฝีมือจิตรกรชื่อดังแห่งยุคได้สลักลวดลายไว้สวยงามมากส่วนสาเหตุที่เอียงนั้นเกิดขึ้นหลังจากเมื่อสร้างเสร็จแล้ว ฐานได้ทรุดไปข้างหนึ่งเมื่อวัดดูปรากฏว่าเอียงออกจากแนวดิ่งของฐานถึง 14 ฟุต แต่ก็ยังไม่ล้มยังคงเอียงอยู่เช่นทุกวันนี้ เมืองแห่งนี้ยังเป็นบ้านเกิดของนักวิทยาศาสตร์ และนักดาราศาสตร์เอกของโลก กาลิเลโอ ซึ่งเขาได้พิสูจน์กฎการณ์ดึงดูดของโลกโดยปล่อยวัตถุให้ตกมาจากที่สูงเขาสังเกตพบว่าไม่ว่าวัตถุหนักหรือเบา ต่างตกถึงพื้นดินพร้อมกัน และให้ชาวโลกรู้ โดยทำการทดลองปล่อยลูกบอลจากหอเอนปิซ่าแห่งนี้และเขายังเป็นคนแรกที่ใช้กล้องโทรทัศน์(Telescope) ส่องดูดาวเมื่อประมาณ 400 ปีก่อนและได้ประกาศสิ่งที่ค้นพบซึ่งท้าทายความเชื่อของคนในสมัยนั้นซึ่งเชื่อกันว่าโลกเป็นศูนย์กลางของสุริยะจักรวาลแต่กาลิเลโอยืนยันว่าดวงอาทิตย์ต่างหากเป็นศูนย์กลางของสุริยะจักรวาล จนทำให้เขาถูกจับคุมขังในที่สุด ชมความสวยงามของหอสวดมนต์ที่สร้างในสไตล์โรมันเนสก์”จตุรัสดูโอโมแห่งปิซาได้รับเลือกโดยองค์การยูเนสโกให้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ.1987
ค่ำ

บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร   

พักที่ : THE GATE HOTEL หรือที่พักระดับใกล้เคียง
วันที่สี่ ปิซ่า – ลา สเปเซีย – ชิงเกว่ แตร์เร – พอร์โตฟิโน – เจนัว
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมือง ลา สเปเซีย (LA SPEZIA) เมืองในเขตลิกูเรีย ทางตอนเหนือของอิตาลี อยู่ระหว่างเมืองเจนัวและปิซ่า บนทะเลลิกูเรียและเป็นหนึ่งในอ่าวที่มีความสำคัญทางด้านการค้า และการทหาร นำท่าน นั่งรถไฟสู่ ชิงเกว่ แตร์เร (Cinque Terre) หมู่บ้านเล็กๆ ทั้งห้า ที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งริเวียร่าของอิตาลี CINQUE TERRE มีความหมายว่า “ห้าดินแดน” (FIVE LANDS) ประกอบด้วย หมู่บ้านห้าแห่ง ได้แก่ MONTEROSSO AL MARE, VERNAZZA, CORNIGLIA, MANAROLA และ RIOMAGGIORE โดยทั้งห้าหมู่บ้านนี้มีหุบเขาล้อมรอบ ประกอบกันเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติฯ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้อีกด้วย แวะชมความงามของหมู่บ้านริโอแมกจิโอเร (RIOMAGGIORE) เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีเสน่ห์ และมีบรรยากาศเหมือนเมืองตุ๊กตา บ้านเรือนที่ตั้งลดหลั่นกันบนหน้าผาที่ปกคลุมด้วยต้นไม้เขียวขจีตัดกับน้ำทะเลเมดิเตอร์เรเนียนสีเทอร์ควอยซ์ ทำให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตแห่งหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย อิสระให้ท่านชมความงดงาม และถ่ายภาพตามอัธยาศัย
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านลงเรือเฟอร์รี่สู่เมืองพอร์โตฟิโน นำท่านเดินเล่นเที่ยวชมเมืองโดยรอบ พอร์โตฟิโนเป็นเมืองท่าแห่งชายทะเลเมดิเตอร์เรเนียนที่มีชื่อเสียงในระดับโลก ซึ่งตั้งอยู่ในเขตจังหวัดของเจนัว ที่ถูกล้อมรอบด้วยท่าเรือเล็กๆ จนได้รับการขนานนามว่าเป็น “สวรรค์แห่งเมืองท่า” สำหรับนักท่องเที่ยวก็ว่าได้ เมืองเล็กๆ ที่แสนน่ารัก ภายในตัวเมืองประกอบไปด้วยด้วยบ้านเรือนหลากสีสัน ซึ่งตั้งเบียดเสียดกันไปตามเชิงเขาเขียวชอุ่ม โอบล้อมอ่าวที่มี เรือยอร์ช (Yacht) จอดเต็มไปหมด เก็บภาพโบสถ์เซนต์มาร์ติน (St. Martin) ซึ่งสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 โดยตัวโบสถ์นั้นมีขนาดที่ไม่ใหญ่โต แต่ก็มีความสวยงามมากพอสมควร จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่เมืองเจนัว
ค่ำ ***อิสระกับอาหารมื้อค่ำเพื่อความสะดวกในการช้อปปิ้ง***
พักที่ : KAVALIER HOTEL / ที่พักระดับใกล้เคียง    
วันที่ห้า เจนัว – อนุสาวรีย์คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส – มิลาน – ดูโอโม
เช้า

 

บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ “เมืองเจนัว” เป็นหนึ่งในเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศอิตาลี เป็นรัฐอิสระที่ตั้งอยู่ที่ลิกูเรียทางด้านตะวันตกเฉี  ยงเหนือของฝั่งทะเลอิตาลี ที่รุ่งเรืองตั้งแต่คริ  สต์ศตวรรษที่ 11 จนถึง ค.ศ.1797 รถโค้ชนำคณะชมเมืองโดยรอบ ซึ่งบริเวณกำแพงเมือง เป็นศิลปะที่มีมาตั้งแต่สมัยยุคกลาง ปัจจุบันเจนัวได้กลายเป็นแหล่งช้อปปิ้งที่มีชื่อเสียง และยังมีตึกรามโบราณในแบบสถาปัตยกรรมชาวโรมัน ซึ่งล้วนแต่มีอายุมากกว่า 500 ปี ขึ้นไป ผ่านชม “อนุสาวรีย์คริสโตเฟอร์ โคลัมบัสColumbus monument นักเดินเรือที่มีบ้านเกิดที่เมืองเจนัวแห่งนี้ หรือที่เชื่อกันว่าเป็นชาวยุโรปคนแรกที่ค้นพบทวีปอเมริกา ผ่านชมชายฝั่งทะเลที่ช่วยเพิ่มเสน่ห์ให้แก่เมืองนี้
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย

 

จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองมิลาน  จากนั้น ชม“ ปราสาทสฟอร์เซสโก้ ” ปราสาทสวยงามหลังนี้ได้เคยเป็นป้อมปราการของพวกตระกูลวิสคอนติ ต่อมาเป็นที่พำนักของผู้นำเผด็จการในช่วงศตวรรษที่ 15 คือ ตระกูลสฟอร์ซา  มีเวลาให้ท่านได้ถ่ายภาพกับมุมสวยๆ ของน้ำพุที่โพยพุ่งบริเวณด้านหน้าปราสาทสฟอร์เซสโก้  จากนั้นชม “มหาวิหารแห่งมิลาน หรือดูโอโม” สัญลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของเมือง อันมีขนาดใหญ่โตมโหฬาร สร้างขึ้นด้วยหินอ่อนสีขาวในศิลปะแบบโกธิค ใช้เวลาสร้างนานกว่า 500 ปี ปัจจุบันเป็น “โบสถ์แคธอลิกที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก” ลานด้านหน้าเป็นที่ตั้งของพระราชานุสาวรีย์พระเจ้าวิคเตอร์เอ็มมานูเอลที่ 2 ทรงม้า รายล้อมด้วยอาคารที่เก่าแก่คลาสสิคและช้อปปิ้งมอลล์ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก“แกลเลอเรีย วิคเตอร์เอ็มมานูเอลที่ 2” ที่ใช้เวลาก่อสร้างถึง 12 ปี เป็นอาคารหลังคากระจกโครงเหล็กพื้นโมเสกลวดลายงดงามมาก ภายในประกอบด้วยร้านค้าแบรนด์เนมชื่อดัง เช่น Prada, Louis Viton, Gucci, Bally, Amani, Moschino , Versace ฯลฯ
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ : อิสระอาหารค่ำ เพื่อความสะดวกในการช้อปปิ้ง
วันที่หก มิลาน – ฟอกซ์ทาวน์เอาท์เล็ท – ซุก
เช้า

 

บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านออกเดินทางสู่”ฟอกซ์ทาวน์เอาท์เล็ท”ที่ถูกที่สุดในสวิสเซอร์แลนด์ FOX TOWN OUTLET พบกับสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังหลากหลายกว่า160 ร้านค้าในราคาลดพิเศษ30%-70% มากกว่า250ยี่ห้อดังทั้งแบรนด์อิตาลี และนานาชาติ อาทิ Prada ,Gucci, D&G, Armani, Diesel, Bally,Calvin Klein, Boss, Gant, Prada, Ralph Lauren, Diesel, Esprit, Adidas, Nike, Replay, Superga, Samsonite, Fratelli Rossetti, Brums, La Perla, Fendi, Tod’s, Hogan, Versace and Valentino. นอกจากนั้นยังมีบาร์ให้ท่านได้นั่งดื่ม ,จิบกาแฟ พร้อมร้านอาหารแบบยุโรปให้ท่านได้เลือกซื้อเลือกรับประทานมากมาย (มาสวิสฯห้ามพลาด!ช้อปปิ้งแบรนด์เนมแท้ๆถูกที่สุดในยุโรป)
เที่ยง อิสระอาหารกลางวันเพื่อความสะดวกในการช้อปปิ้ง
บ่าย

 

จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่เมืองซุก (Zug) เมืองแสนสวยริมทะเลสาบซุก เมืองซุกเป็นทั้งเมืองหลวงและแคว้นในเวลาเดียวกัน เป็นแคว้นที่ร่ำรวยมาก เนื่องจากบริษัทข้ามชาติมาเปิดอ๊อฟฟิต ในแคว้นนี้มากที่สุด ทำให้อัตราการเก็บภาษีของแคว้นนี้ต่ำที่สุดในประเทศสวิส(อัตราการครอบครองรถหรูมากที่สุดในสวิส) นำท่านเดินชมโบสถ์กลางเมือง และตึกเก่าแก่อายุกว่า 500 ปี นำท่านเดิยนชมบริเวณริมทะเลสาบที่ทางรัฐบาลท้องถิ่นได้ลงทุนทำจุดชมชีวิตสัตว์น้ำใต้ทะเลสาบ ท่านจะเห็นพันธุ์ปลาชนิดต่างๆในทะเลสาบแห่งนี้ อิสระทุกท่านในถนนคนเดินที่มีร้านค้าพื้นเมือง ของที่ระลึกรวมทั้งนาฬิกาสวิสฯ ราคาพิเศษกว่าแคว้นอื่นๆ
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ : Park Hotel Zug  หรือที่พักระดับใกล้เคียง
วันที่เจ็ด ซุก – ลูเซิร์น – ชมเมือง – ซูริค
เช้า

 

บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านชม “เมืองลูเซิร์น” Lucerne เมืองที่ได้ชื่อว่ามีนักท่องเที่ยวบันทึกภาพไว้มากที่สุดในสวิสฯ นำคณะถ่ายภาพคู่กับ “อนุสาวรีย์สิงโต” อนุสรณ์รำลึกถึงการเสียชีวิตของทหารสวิสฯผู้ถวายการอารักขาแด่พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ในสงครามปฏิวัติใหญ่ฝรั่งเศส นำท่านเดินชมเมืองเก่าเดินข้าม “สะพานไม้คาเปล” ที่มีชื่อเสียงที่สุดของลูเซิร์น ซึ่งเป็นสะพานไม้ที่มีหลังคาคลุมตลอด ทอดตัวข้าม “ แม่น้ำรุซซ์” (Reuss) ซึ่งสร้างมากว่า 660 ปี เพื่อเชื่อมเขตเมืองใหม่ในฝั่งใต้และเขตเมืองเก่าในฝั่งเหนือ สะพานแห่งนี้เคยถูกไฟไหม้เมื่อปี 1993 แต่ก็ได้บูรณะใหม่จนมีสภาพใกล้เคียงของเดิม  ได้เวลาสมควรนำท่านออกเดินทางสู่สนามบิน…นำคณะเช็คอิน และทำ TAX REFUNED
16.05 ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯโดยสายการบินกาต้าร์แอร์เวย์เที่ยวบินที่ QR 096
23.50 เดินทางถึงกรุงโดฮา ประเทศกาต้าร์ (แวะพักเปลี่ยนเครื่อง)
วันที่แปด ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ            
02.15 เหิรฟ้าสู่กรุงเทพฯโดยสายการบินกาต้าร์แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR980
12.55 เดินทางถึงกรุงเทพฯ…โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
*หมายเหตุ

 

โปรแกรมการเดินทางอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม เนื่องจากสภาพ ลม ,ฟ้า , อากาศ,การล่าช้าอันเนื่องมาจากสายการบิน และสถานการณ์ในต่างประเทศที่ทางคณะเดินทางในขณะนั้น เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง ได้มอบหมายให้ หัวหน้าทัวร์ผู้นำทัวร์ มีอำนาจตัดสินใจ ณ ขณะนั้นทั้งนี้การตัดสินใจ  จะคำนึงถึงผลประโยชน์ของหมู่คณะเป็นสำคัญ