Additionally, paste this code immediately after the opening tag:
EJ-Kenya-Masai-Mara-riding-safari-camp-Gordie-Church_04
methode%2Fsundaytimes%2Fprodmigration%2Fweb%2Fbin%2F4155facb-e964-4d87-b7f5-337516e38f7d
shutterstock_104333882
Victoria waterfall
West Coast Farm
เคปทาวน์
EJ-Kenya-Masai-Mara-riding-safari-camp-Gordie-Church_04
methode%2Fsundaytimes%2Fprodmigration%2Fweb%2Fbin%2F4155facb-e964-4d87-b7f5-337516e38f7d
shutterstock_104333882
Victoria waterfall
West Coast Farm
เคปทาวน์

WSQ2109C แอฟริกาใต้ 9 วัน SQ [CPT-JNB] SEP-DEC 2019

เคปทาวน์ – เทเบิ้ล เมาท์เท่น – ล่องเรือชมแมวน้ำ – เคปพอยท์ – แหลมกู๊ดโฮป – นกเพนกวิน

ฟาร์มนกกระจอกเทศ – ไวน์เทสติ้ง – หมู่บ้านเรเซดี – โจฮันเนสเบิร์ก

FNB SOCCER CITY STADIUM – พริทอเรีย – ชมเมือง – ซัน ซิตี้

ส่องสัตว์ซาฟารี – ซัน ซิตี้ – อุทยานสวนสิงโต – โจฮันเนสเบิร์ก

***** ส่องสัตว์ซาฟารี BIG FIVE GAME ***** (รวมในค่าทัวร์แล้ว)

Tour Price

BookingDepartArriveAirlinePriceDownload
25 ก.ย. 623 ต.ค. 6279,900฿download pdf
8 ต.ค. 6216 ต.ค. 6279,900฿download pdf
22 ต.ค. 6230 ต.ค. 6279,900฿download pdf
12 พ.ย. 6220 พ.ย. 6279,900฿download pdf
3 ธ.ค. 6211 ธ.ค. 6279,900฿download pdf
วันที่1ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 
18.00

     สมาชิกทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศชั้น4ประตู5เคาน์เตอร์สายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ (เคาน์เตอร์ K) เจ้าหน้าที่คอยดูแลเช็คสัมภาระและบัตรที่นั่งบนเครื่อง

21.10

      ออกเดินทางสู่ สิงคโปร์  โดยสายการบินสิงคโปร์  แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ SQ 981

วันที่2  สิงคโปร์ – เคปทาวน์ – เทเบิ้ล เมาท์เท่น
00.25

     เดินทางถึง ท่าอากาศยานชางงี ประเทศสิงคโปร์ (แวะพักเปลี่ยนเครื่องประมาณ 1 ชั่วโมง)

01.25 ออกเดินทางสู่ เมืองเคปทาวน์  โดยสายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ SQ 478
09.25เดินทางถึง เมืองเคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้ หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว (นักท่องเที่ยวชาวไทยได้รับการยกเว้นการขอวีซ่า สามารถพำนักในแอฟริกาใต้ได้ 30 วัน) นำท่านชมเมืองเคปทาวน์ (CAPE TOWN) ซึ่งตั้งอยู่ในแหลมทางใต้สุดของประเทศ เป็นเมืองท่องเที่ยวต่างอากาศ และยังมีแหลมต่างๆ ที่เป็นที่รู้จักกันดีคือแหลมกู๊ดโฮป และแหลมอากุลฮาส ซึ่งตั้งอยู่ปลายใต้สุดของทวีปแอฟริกา เป็นจุดที่มหาสมุทรแอตแลนติคและมหาสมุทรอินเดียมาบรรจบกันจึงทำให้มีอากาศแปรปรวน และบริเณเมืองริมฝั่งทะเลของเคปทาวน์นี้ เป็นเส้นทางที่น่าเที่ยวที่สุดและมีวิวทิวทัศน์ที่งดงามน่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง  นำท่านขึ้นสู่ เทเบิ้ล เมาท์เท่น ภูเขาสูงยอดตัดตรงเหมือนกับโต๊ะ โดยกระเช้าไฟฟ้าหมุนรอบตัวเอง (CABLE CAR) ซึ่งในช่วงที่ลมแรงหรือมีฝนตกจะหยุดวิ่งทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของผู้มาเยือน ขึ้นมาด้านบน มีเส้นทางเดินลัดเลาะไปตามแนวขอบเขา เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมวิวรอบด้านได้อย่างชัดเจน ไกลไปจนถึงตัวเมืองเคปทาวน์ทีเดียว บนภูเขาโต๊ะนี้มีสัตว์ตัวเล็กประเภทหนึ่งหน้าตาน่าเอ็นดู ชื่อว่าตัวเดสซี่ หรือกระต่ายบิน (DASSIE OR ROCK RABBIT) มีลักษณะกึ่งผสมระหว่างกระรอกกับกระต่ายเป็นมิตรกับผู้คนที่ผ่านมาเยือน เมื่อมองไปรอบๆ เราจะเห็นภูเขารายล้อมหลายต่อหลายลูก แต่ที่โดดเด่นคือ ไลอ้อนเฮด (LION HEAD) ภูเขาที่มองดูแล้วใครๆ ก็ต้องพูดว่าคล้ายกับหัวสิงโต ในเวลาที่พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าภูเขาลุกนี้มีสีแดงสวยงามยิ่งนัก

หมายเหตุ กระเช้า CABLE CAR จะปิดทำการในช่วงที่ลมแรงหรือมีฝนตกจะหยุดวิ่ง ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของลูกค้า โดยทางบริษัทฯ จัดโปรแกรมทัวร์ นั่งรถม้าชมปราสาทแห่ง แหลมกู๊ดโฮป แทน

ค่ำบริการอาคารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารไทย
พักที่THE COMMODORE HOTEL หรือระดับใกล้เคียง              พักเคปทาวน์
วันที่3     ท่าเรือฮูทเบย์ – ล่องเรือชมแมวน้ำ – เคปพอยท์ – แหลมกู๊ดโฮป – นกเพนกวิน
เช้า

    บริการอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร

  นำท่านลงเรือที่ ท่าเรือฮูทเบย์ (HOUT BAY) เพื่อไปชมแมวน้ำที่เกาะดุยเกอร์ (DUIKER ISLAND) เหล่าแมวน้ำตัวอ้วนอุยนอนเบียดเสียดอาบแดดกันเต็มเกาะตามธรรมชาติ แล้วแวะเยี่ยมเหล่าบรรดานกเพนกวินแอฟริกันที่ “เมืองไซมอน” (SIMON’S TOWN) ณ เมืองแห่งนี้บ้านเรือนจะตั้งลดหลั่นกันอยู่ตามเนินเขา หันหน้าออกทะเล ซึ่งเจ้าของส่วนมากเป็นคนมีฐานะทั้งนั้น เมื่อมาถึงบริเวณชายหาดโบลเดอร์ เจ้าบ้านตัวน้อยเพนกวินแอฟ
ริกัน ตัวผู้มีสีสันมากกว่าตัวเมีย โดยเฉพาะบริเวณขอบตาจะมีสีชมพู คล้ายแต้มสีอายแชโดว์ไว้อย่างนั้น ส่วนตัวเมียจะไม่มี ลำตัวมีสีดำขาวตัดกัน แต่ตัวเมียมีสีน้ำตาลและมีขนาดใหญ่กว่า นกเพนกวินที่นี่ใช้ชีวิตอย่างอิสรสบายอารมณ์ตามธรรมชาติ แล้วเดินทางสู่แหลมแห่งความหวังหรือแหลมกู๊ดโฮป

เที่ยงบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมืองพร้อมชิม กุ้งมังกรรสเลิศ LOBSTER ท่านละ 1 ตัว
บ่ายนำท่านเที่ยวชมแหลมแห่งความหวัง หรือ แหลมกู๊ดโฮป (CAPE OF GOOD HOPE ) อยู่ในเขตสงวน CAPE OF GOOD HOPE NATURE RESERVE ปลายสุดแหลมมีประภาคารขนาดใหญ่ จะเห็นรอยตะเข็บที่มหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแอตแลนติกมาบรรจบกันได้ชัดเจน บนผิวน้ำซึ่งเป็นเหตุให้บริเวณนี้ ท้องทะเลมักมีหมอกลงจัดอากาศแปรปรวน ทั้งนี้เพราะกระแสน้ำอุ่นและกระแสน้ำเย็นมาประทะกัน ทำให้ยากต่อการเดินทางโดยทางเรือทั้งในสมัยโบราณและปัจจุบัน ทัศนะวิสัยไม่ดีนักทำให้เรือชนหินโสโครกหรือชนกันเองเสมอๆ จนก่อให้เกิดเรื่องราวของภาพหลอน มิติลี้ลับและเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับฟลายอิ้งดัตช์แมน FLYING DUTCHMAN ซึ่งเป็นชื่อเรือที่นักเดินทางเรือชาวดัตช์ ที่พยายามจะเดินทางอ้อมผ่านแหลมกู๊ดโฮป ให้ได้แต่ก็ทำไม่สำเร็จ ทำให้เรือสูญหายไปในทะเลท่ามกลางหมอกหนาทึบจนถึงทุกวันนี้ และจุดชมวิวที่สวยที่สุดคือ CAPE POINT เคปพ้อยท์ จนได้เวลาอันสมควร นำคณะออกเดินทางกลับสู่เมืองเคปทาวน์
ค่ำบริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร พิเศษ กุ้งมังกรและหอยเป๋าฮื้อ เมนูทีเด็ด
พักที่THE COMMODORE HOTEL หรือระดับใกล้เคียง           พักเคปทาวน์                      
วันที่4        เคปทาวน์ – ฟาร์มนกกระจอกเทศ – ไวน์เทสติ้ง – โจฮันเนสเบิร์ก
เช้าบริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

นำท่านสู่ WEST COAST FARM ฟาร์มเลี้ยงนกกระจอกเทศขนาดใหญ่ เพื่อที่ท่านจะได้สัมผัสกับวงจรชีวิตของนกกระจอกเทศอย่างใกล้ชิด รับชมและรับฟังเรื่องราวของการเลี้ยงนกกระจอกเทศ อันเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่ทำรายได้ดี ตลอดจนวงจรชีวิตของสัตว์ปีกที่มีขนาดใหญ่และวิ่งเร็วที่สุดในโลก นำท่านเที่ยวชมความงดงามที่ซ่อนเร้นของเมืองเคปทาวน์ เมืองเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า300 ปี ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่สวยที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ปลายสุดของแอฟริกาใต้ เป็นเมืองหลวงด้านนิติบัญญัติของแอฟริกาใต้ มีอดีตเก่าแก่และทันสมัยที่สุดแถมด้วยรางวัลเมืองที่ได้ชื่อว่าใจกว้างที่สุดของ แอฟริกาใต้อีกด้วย เพราะที่เมืองนี้คนต่างสีผิวสามารถเดินเคียงบ่าเคียงกันได้ทุกสถานที่

เที่ยงบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง ให้ท่านได้ทดลองชิมเนื้อและไข่ ของนกกระจอกเทศ
บ่ายนำท่านแวะชมไร่องุ่นและแหล่งผลิตไวน์กันที่ กรูทคอนสแตนเทีย ไวน์เอสเตทที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบดัตช์ ซึ่งยังคงรักษาอาคารบ้านเรือนสมัยเก่าไว้ได้ในสภาพที่ดีเยี่ยมและสวยงาม มีไร่องุ่นมากมายและเป็นไร่องุ่นที่ดี มีโรงงานผลิตไวน์แดง และมีบริการให้ชิมไวน์กันด้วย
…..นำท่านออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ สนามบิน
…..ออกเดินทางโดยสายการบิน……………… โดยเที่ยวบินที่ …………
อิสระอาหารค่ำตามอัธยาศัย
ค่ำบริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่PEERMONT HOTEL  หรือระดับใกล้เคียง                 พักโจฮันเนสเบิร์ก
วันที่5โจฮันเนสเบิร์ก – หมู่บ้านเรเซดี – FNB SOCCER CITY STADIUM (ด้านนอก) – ช้อปปิ้ง – ภัตตาคารคาร์นิวอร์
เช้าบริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านเรเซดี (LESEDI CULTURAL VILLAGE) หมู่บ้านวัฒนธรรมแห่งนี้นำเสนอวิถีชีวิตหลากหลายรูปแบบและประวัติศาสตร์ความเป็นมาของชนเผ่าพื้นเมืองต่างๆของชาวแอฟริกาใต้ได้อย่างละเอียด ทั้งรูปแบบบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ศิลปะการแสดงต่างๆ รอให้ทุกท่านสัมผัส นำท่านชมการแสดงพื้นเมือง ของชาวเรเซดี

เที่ยงบริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคารไทย
บ่ายนำท่านออกเดินทางกลับสู่ “โจฮันเนสเบิร์ก” (JOHANESBURG) (JOHANNESBURG)หรือที่ชาวแอฟริกาใต้เรียกกันสั้นๆว่า “โจเบิร์ก” ซึ่งเป็นเมืองธุรกิจมาตั้งแต่เมื่อร้อยกว่าปีก่อน และได้รับฉายาว่า THE GOLD CITY ในช่วงศตวรรษที่ 20 มีการแบ่งแยกสีผิว ทำให้เกิดชุมชนต่างผิวขึ้นคนละมุมเมือง โดยแยกเป็นเมืองคนขาว คือ SANDTON และเมืองคนดำคือ SOWETO เป็นเมืองลูกรายล้อมโจเบิร์ก ในปัจจุบันโจเบิร์กนั้น คลาคล่ำไปด้วยผู้คนและอาคารสูงทันสมัย ตัวเมืองโจฮันเนสเบิร์กทุกวันนี้มีลักษณะไม่ต่างกับเมืองใหญ่ทั่วโลก จากนั้นนำท่านชมสนาม FNB SOCCER CITY STADIUM ที่ใช้ในนัด เปิดสนาม และนัดชิงชนะเลิศ การแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2010 ที่ แอฟริกาใต้ เป็นเจ้าภาพ จากนั้นนำเข้าสู่เขต SANDTON อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าในแหล่ง ช้อปปิ้งที่ทันสมัยที่ แมนเดลลา สแควร์ (MANDELA SQUARE)
คํ่าบริการอาคารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมืองสไตล์แอฟริกัน (THE CARNIVORE)
คาร์นิวอร์ BBQ หอมกรุ่น ที่มีเนื้อสัตว์นานาชนิดให้ท่านได้ทดลองชิมท่ามกลางบรรยากาศแบบนีโอแอฟริกันอันโรแมนติก
พักที่PEERMONT HOTEL  หรือระดับใกล้เคียง               พักที่โจฮันเนสเบิร์ก
วันที่6โจฮันเนสเบิร์ก – พริทอเรีย – ชมเมือง – THE CRADLE OF HUMANKIND

LONG MARCH TO FREEDOM – WELWITSCHIA MARKET

เช้าบริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

นำท่านออกเดินทางสู่ “เมืองพริทอเรีย” เมืองแห่งดอกไม้สีม่วง (PRETORIA) เมืองหลวงด้านการบริหารของแอฟริกาใต้เมืองนี้ ดั่งตามชื่อของแอนดีส์ พรีทอรีอัส (ANDRIES PRETORIUS)  วีรบุรุษของการต่อสู้รบระหว่างพวกบัวร์ (BOER) กับชนพื้นเมืองผิวดำ พริทอเรีย จึงเป็นเมืองหลวงของชาวบัวร์ที่พยายามต่อสู่กับพวกอังกฤษเพื่อให้ได้อิสรภาพนอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของสถานทูตนานาชาติ ธนาคาร ทำเนียบประธานาธิบดีและที่ทำการรัฐบาล วุฒิสภาจะจัดประชุมขึ้นที่เมืองพริทอเรีย สิ่งหนึ่งที่โดดเด่นและอาจถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของเมืองคือ ต้นแจ๊กการันดา (JACARANDA) ที่มีดอกสีม่วงสดบานสะพรั่งดั่งเช่น ซากุระของชาวญี่ปุ่น เมืองนี้ได้สมญานามว่า “CITY OF JACARANDA” ซึ่งจะออกดอกบานสะพรั่งให้ได้เห็นกันในช่วงเดือนตุลาคมของทุกปี นำคณะนั่งรถเที่ยวผ่านชมสถานที่สำคัญของเมือง จัตุรัสกลางเมือง (CHURCH SQUARE) เป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์พอล ครูเกอร์ (STATUE OF PAUL KRUGER) อดีตประธานาธิบดีของรัฐอิสระชาวบัวร์ จัตุรัสแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ชาวบัวร์มาชุมนุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านการปกครอง และรับรู้ข่าวสารบ้านเมืองกัน ใกล้กันเป็น CITY HALL ศาลาเทศบาลเมืองด้านหน้าอาคารมีอนุสาวรีย์แอน ดีรส์ พรีท  อรัสและลูกชายผู้ก่อตั้งเมือง UNION BUILDING ทำเนียบประธานาธิบดี และที่ทำการของรัฐบาลที่ใหญ่โตมโหฬารราวกับพระราชวังจนติดอันดับว่าเป็นทำเนียบประธานาธบดีที่สวยที่สุดในโลก นำท่านชมภายนอกพิพิธภัณฑ์วูร์เทรคเกอร์ (VOORTREKKER MONUMENT & MUSEUM) ศูนย์รวมจิตใจของชนผิวขาวเชื้อสายดั้งเดิมของชาวบัวร์ อนุสาวรีย์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงการเดินทางอพยพของพวกบัวร์จากปลายแหลมของทวีป เข้าสู่ใจกลางประเทศแอฟริกาใต้และร่วมฉลองครบรอบ 100 ปี ของการสู้รบกับชาวพื้นเมือง

เที่ยงบริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่ายนำท่านออกเดินทาง THE CRADLE OF HUMANKIND ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของโยฮันเนสเบิร์ก, แอฟริกาใต้ ในเมืองกัวเต็ง  ได้ประกาศให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกในปี 1999  ปัจจุบันมีพื้นที่ 289 ตารางกิโลเมตร  และมีความซับซ้อนของถ้ำหินปูน ชื่อที่ลงทะเบียนในมรดกโลกคือ FOSSILL HOMINID SITES OF SOUTH AFRICA เป็นที่ตั้งของการค้นพบซากมนุษย์ดึกดำบรรพ์ AUSTRALOPITHECUS AFRICANUS เมื่อ 2.3 ล้านปี ชื่อเล่นของเธอคือ  PLES พบในปี 1947 โดย ROBERT BROOM และ JOHN T.ROBINSON การค้นพบนี้ช่วยยืนยันการค้นพบกะโหลกศีรษะ ของมนุษย์ดึกดำบรรพ์ ที่รู้จักกันในนาม TAUNG CHILD โดย RAYMOND DART ซึ่งถูกค้นพบ แต่ยังมีโครงกระดูกของมนุษย์ดึกดำบรรพ์ที่เก่าแก่ที่สุด เธออยู่ในพิพิธภัณฑ์แห่งชาติในประเทศ เอธิโอเปีย เธอชื่อว่า ลูซี่ LUCY ซึ่งโครงกระดูกของลูซี่ มีอายุราว 3.5 ล้านปีซึ้งถือกันว่าเป็น “ผู้หญิง” ที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดในโลก THE OLDEST WOMAN IN THE WORLD จากนั้น นำท่านชม LONG MARCH TO FFREEDOM  รูปปั้นสำริดของบุคคลสำคัญ ที่นำไปสู่อิสรภาพในประวัติศาสตร์โลกและแอฟริกา รูปปั้นของบุคคลสำคัญ เริ่มต้นในปี ค.ศ. 1700 ตั่งแต่หัวหน้าเผ่า กษัตริย์ หัวหน้ากบฏ มิชชันนารีและคนทรยศพร้อมคนรุ่นต่อไปของนักสู้เพื่ออิสรภาพ ไปจนถึงรูปปั้นสำริดของ เนลสัน แมนเดลา NELSON MANDELA รัฐบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ นักสู้ผู้ต่อต้านการเหยียดผิวและเป็นประธานาธิบดีคนแรกที่ได้รับเลือกตั้งตามกระบวนการทางประชาธิปไตยอย่างถูกต้องของแอฟริกาใต้ เขาได้รับรางวัลต่าง ๆ มากกว่า 250 รางวัลตลอดช่วงเวลา 4 ทศวรรษ รางวัลที่สำคัญที่สุดคือ รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพอีกด้วย จากนั้น นำท่านออกเดินทางสู่ ตลาด WELWITSCHIA MARKET เป็นตลาดสินค้าพื้นเมืองขายงานศิลปะงานฝีมือ ที่เต็มไปด้วยร้านค้าและสินค้าพื้นเมืองมากมาย
คํ่าบริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่THE MASLOW TIME SQUARE HOTEL             หรือระดับใกล้เคียง
วันที่7พริทอเรีย – อุทยานสวนสิงโต – ซัน ซิตี้
เช้าบริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

นำท่านออกเดินทางสู่ อุทยานสวนสิงโต” (THE UKUTULA LION CONSERVANCY) ท่านจะพบกับ สิงโตและสัตว์นานาชนิดภายในอุทยาน เพลิดเพลินไปกบการชมชีวิตของสัตว์เหล่านั้นให้อิสระท่านในการเก็บภาพความประทับใจภายในอุทยานแห่งนี้

เที่ยงบริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่ายนำท่านออกเดินทางสู่ “ซันซิตี้” (SUN CITY) หรือ THE LOST CITY เมืองลับแลแห่งหุบเขาแสงตะวัน เป็นเมืองที่ถูก เนรมิตขึ้นจากความคิดของอภิมหาเศรษฐีที่ชื่อว่า ซอล เคิร์ซเนอร์  ที่ลงทุนด้วยเงินจำนวนมหาศาลถึง 28,000 ล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้างนาน 18 ปี และความพยายามอีกล้นเหลือในการเนรมิต ผืนดินอันว่างเปล่าและแห้ง แล้งในแคว้น BOPHUTSWANA กลางแอฟริกาใต้ให้กลายเป็นเมืองแห่งความสำราญบันเทิงทุกรูปแบบ โดยการ เริ่มสร้างโรงแรมไปเรื่อยๆ ตั้งแต่ โรงแรมเดอะซันซิตี้, โรงแรมเดอะคาบานาส,โรงแรมเดอะคาสเคด และ เดอะพาเลซ (THE PALACE OR THE PALACE OF THE LOST CITY) ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียนผสมแอฟริกัน และตกแต่งภายในสไตล์แอฟริกัน ให้สมกับเป็นอาณาจักรอลังการดาวล้านดวงแห่งนี้ อิสระให้ท่านเพลิดเพลินกับสิ่งอำนวยความสะดวก มีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่และทะเลน้ำจืดเทียมขนาดใหญ่ยักษ์ที่ มีลักษณะเหมือนทะเลจริงๆ แวดล้อมด้วยขุนเขาและต้นไม้ที่จัดเป็นอย่างระเบียบสวยงาม นอกเหนือจากนี้ยังมีสนามกอล์ฟระดับมาตรฐานโลก ที่ใช้เป็นสถานที่แข่งกอล์ฟนัดสำคัญๆ มาหลายต่อหลายครั้งแล้ว ออกแบบโดยนักกอล์ฟชื่อดังของโลก GARY PLAYER คือ GARY PLAYER GOLF COURSE และ SUN CITY GOLF COURSE โรงภาพยนตร์ ร้านค้า ดิสโกเธค คาสิโนที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้เมืองนี้ไม่เคยหลับใหล สวนสัตว์ สวนพฤกษศาสตร์ที่รวบรวมพันธุ์ไม้จากทั่วโลกเอาไว้พร้อมน้ำตก และธารน้ำไหลรินเอื่อยๆ ที่สร้างความสดชื่นสบายอย่างบอกไม่ถูก บางสถานที่และกิจกรรมบางประเภทถูกสงวนไว้สำหรับแขกที่มาพัก THE PALACE เท่านั้น
คํ่าบริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่THE PALACE OF THE LOST CITY              หรือระดับใกล้เคียง
วันที่8ส่องสัตว์ซาฟารี – ซัน ซิตี้ – โจฮันเนสเบิร์ก – เดินทางกลับ
05.00ก่อนฟ้าสาง นำคณะออกเดินทาง ท่องป่าซาฟารีรับอรุณ ที่ป่าพีลันเนสเบิร์ก ที่มีเนื้อที่กว่า 500 ตารางกิโลเมตร นำท่านสัมผัสธรรมชาติอันสวยงาม โดยมีนายพรานซึ่งเป็นทั้งคนขับและผู้บรรยายนำเที่ยวชมสัตว์ต่างๆ ออกเดินทางสู่เขตวนอุทยานสัตว์ป่าขุนเขาพีลันเนสเบิร์ก และป่าซาฟารีของเอกชน เปิดให้ท่านได้ท่องป่าซาฟารี ชมสัตว์ที่ยิ่งใหญ่ทั้ง 5 ของแอฟริกาคือ สิงโต แรด ควาย ป่า ช้าง และเสือดาว ไปจนถึงเพื่อนๆ ที่น่ารักอย่างยีราฟ ม้าลาย ฮิปโปโปเตมัส และนกนานาชนิด นำท่านเข้าพักในซาฟารีลอดจ์ ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายครบครันท่ามกลางบรรยากาศที่ไม่เหมือนใคร ท่องป่าซาฟารีดูสัตว์ที่วนอุทยานสัตว์ป่า ขุนเขาพีลันเนสเบิร์ก (PILANESBERG GAME RESERVE) รถที่จะพาไปชมสัตว์เป็นรถแบบเปิดโลก ด้านข้างเปิดโล่งรับลม จุคนได้ 20 คน รถแต่ละคันมีนายพรานหรือ RANGER ซึ่งเป็นทั้งคนขับรถและไกด์คอยแนะนำวิธีการชมสัตว์ให้ทราบ ป่าพิลา
เนสเบิร์กแห่งนี้มีพื้นที่ประมาณ 500 ตารางกิโลเมตร พื้นที่เกิดจากภูเขาไฟระเบิดเมื่อหลายร้อยปีก่อนทำให้ผืนดินมีแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์ มีความเขียวชอุ่มเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์นานาชนิดและแน่นอนหมายรวมถึง ผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 5 (BIG FIVE) คือ ควายป่า ช้าง สิงโต แรด และเสือดาว ซึ่งถ้าได้เห็นครบก็ถือได้ว่าเป็นการชมสัตว์ที่สมบูรณ์ แต่ค่อนข้างเป็นไปได้ยาก เพราะสัตว์ที่นี่อยู่กันอย่างอิสระ ในป่าซึ่งเป็นป่าโปร่ง ป่าละเมาะ และทุ่งหญ้าสะวันนา จนถึงกึ่งทะเลทราย แอฟริกาใต้มีสัตว์ป่ากว่า 220 ชนิด ซึ่งสัตว์ป่ามีชีวิตอยู่อย่างอิสรเสรีตามธรรมชาติ
เช้าบริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก

ได้เวลาอันสมควร นำท่านออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานนานาชาติโออาร์แทมโบ (204 กม.)

13.45ออกเดินทางสู่ สิงคโปร์ โดยสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ SQ 479
วันที่9กรุงเทพฯ
06.10เดินทางถึง ท่าอากาศยานชางงี ประเทศสิงคโปร์ (แวะพักเปลี่ยนเครื่อง)
07.10เหิรฟ้าสู่ กรุงเทพฯ โดยสายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ SQ 970
08.35เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ / โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ