Additionally, paste this code immediately after the opening tag:
Bruges M
Cochem M
KINDERDIJK M
Marksburg Castle M
Monschau M
Trier M
Bruges M
Cochem M
KINDERDIJK M
Marksburg Castle M
Monschau M
Trier M

WPTG0410F เยอรมัน-เบลเยี่ยม-เนเธอร์แลนด์ 10 วัน TG ก.ย.-ก.พ. 2020

เบราบัค – เข้าชมปราสาทมาร์คเบิร์ก (มรดกโลก) – ล่องเรือแม่น้ำไรน์ – ค็อกเค่ม –
เทรียร์  –
ลักแซมเบิร์ก – ดินองท์ – ตูแนร์ (มรดกโลก) – บรูจน์ (มรดกโลก) – บรัสส์เซล
หมู่บ้านกังหันคินเดอร์ไดค์ (มรดกโลก) – เดลฟ์ – อูเทรคต์ – อัมสเตอร์ดัม
โฮร์น – อีดัม – โวลันดัม – ล่องเรือหมู่บ้าน “กีธูร์น” – ไนเมเก้น
   มอนเชา – เข้าชมปราสาทเบิร์ก – ลิมเบิร์ก – แฟรงเฟิร์ต                                                

Tour Price

BookingDepartArriveAirlinePriceDownload
27 พ.ย. 626 ธ.ค. 6287,900฿download pdf
30 ธ.ค. 628 ม.ค. 6397,900฿download pdf
7 ก.พ. 6316 ก.พ. 6387,900฿download pdf
Kinderdijk, Dutch Windmills, The Netherlands by Drone

วันที่1ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 
20.30คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารต่างประเทศ ชั้น 4 เคาน์เตอร์ D สายการบินไทยโดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยอำนวยความสะดวกก่อนเดินทาง
23.45ออกเดินทางสู่นครแฟรงค์เฟิร์ท ประเทศเยอรมัน โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG920
วันที่2       แฟรงค์เฟิร์ท – เบราบัค – ปราสาทมาร์คเบิร์ก (มรดกโลก)
ล่องเรือแม่น้ำไรน์ – ค็อกเค่ม – เทรียร์
06.00เดินทางถึงนครแฟรงค์เฟิร์ท ประเทศเยอรมัน หลังจากผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว
นำท่านออกเดินทางสู่เมือง “เบราบัค” (Braubach) (127 กม.) เมืองประวัติศาสตร์ที่ยังคงอนุรักษ์อาคารสิ่งก่อสร้าง กำแพงเมือง, บ้านครึ่งไม้ และปราสาทโบราณ ตั้งอยู่ในเขตรัฐแซกโซนี (Saxony) ชมย่านเมืองเก่าเมืองเบราบัค (Old city of Braubach) ย่านตัวเมืองอันเงียบสงบที่ล้อมรอบไปด้วยเหล่าอาคารบ้านไม้ที่มีอายุย้อนกลับไปในช่วงศตวรรษที่ 16 ถึง 18 จากนั้นชมปราสาท “มาร์คเบิร์ก” (Marksburg Castle) ซึ่งถูกขนานนามว่าเป็นสิ่งปลูกสร้างที่ยอดเยี่ยมแห่งยุคกลาง สร้างขึ้นในปี 1117 ริมฝั่งแม่น้ำไรน์ “Rhine” ปราสาทมาร์คเบิร์กมีอายุกว่า 700 ปี ในอดีตปราสาทหลังนี้เคยถูกใช้เป็นสถานที่ผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ และสถานที่คุมขังนักโทษ  ปราสาทมาร์คเบิร์กเป็นส่วนหนึ่งของมรดกโลกในเขตลุ่มแม่น้ำ Rhine ช่วงกลางตอนบน ซึ่งถูกขึ้นทะเบียนในปี 2002
เที่ยงบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร พื้นเมือง เมนูขาหมูเยอรมัน พร้อมเครื่องดื่มท่านสามารถเลือกได้
บ่ายนำท่านออกเดินทางสู่เมือง “บ็อบพาร์ด” เมืองแสนสวยริมฝั่งแม่น้ำไรน์ “นำท่านล่องเรือนำเที่ยวทันสมัยชมความสวยงามสองฝากฝั่งแม่น้ำไรน์” เข้าสู่เมือง “เซนต์กอร์” เมืองเล็กๆ ที่มีชื่อเสียงเพราะบทกวีของ Heinrich Hene เป็นเมืองที่ได้รับการดูแลรักษาอย่างดีเยี่ยม ยังคงให้ภาพประทับใจเหมือนที่เคยเป็นมาใน ค.ศ.ที่ 19  จากนั้นเดินทางสู่เมือง “ค็อกเค่ม” (Cochem) (60 กม.) เมืองเล็กๆ น่ารัก ที่ตั้งอยู่ในหุบเขา แห่งแคว้นไรน์แลนด์ ฟาลซ์ (Rheinland Pfalz) ตัวเมืองอยู่ ริมฝั่งแม่น้ำ มีปราสาทไรชสบวร์ก (REICHSBURG COCHEM CASTLE) ปราสาทสไตล์นีโอโกธิค ตั้งตระหง่านอยู่บนเนินเขา ริมแม่น้ำโมเซล เป็นป้อมปราสาทเก่าแก่อายุนับพันปี ให้ท่านได้เดินเล่นชมเขตเมืองเก่าตามอัธยาศัย สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่เมือง “เทรียร์” (Trier) (96 กม.) เมืองที่ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำโมแซลในประเทศเยอรมนี เมืองที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศเยอรมนีก่อตั้งขึ้นเมื่อก่อน 16 ปีก่อนคริสต์กาล
ค่ำบริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร / นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
พักที่Hotel Park Plaza Trier / หรือระดับใกล้เคียง
วันที่3     เทรียร์ (มรดกโลก) – ลักแซมเบิร์ก – ดินองท์ – บรัสส์เซล
เช้าบริการอารหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชมเมืองเทรียร์(เมืองมรดกโลก) อดีตที่ตั้งของรัฐบาลในจักรวรรดิโรมันตะวันตก ได้รับการขนานนามว่าเป็น “เมืองศักดิ์สิทธิ์” ในยุคกลาง ชมมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ มหาวิหารของนิกายโรมันคาทอลิกที่เก่าแก่ซึ่งยังคงความสวยงามไว้  ชมจตุรัสเมืองเก่า ที่เป็นตลาดแลกเปลี่ยนสินค้ามาตั้งแต่ศตวรรษที่ 10 ที่ชม พาร์ทา นิกรา (Porta Nigra) ประตูเมืองโรมันเก่าที่ขึ้นชื่อเป็นอย่างมาก สร้างจากหอนทรายสีเทา ซึ่งเป็นประตูเมืองโรมันที่ใหญ่ที่สุดทางเหนือของเทือกเขาแอลป์ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโกเมื่อปี 1986 สมควรแก่เวลา นำท่านเดินทางสู่เมือง “ลักแซมเบิร์ก” (Laxambourg) (47 กม.) เมืองแห่งแกรนด์ดยุค ผู้ปกครองนครรัฐที่มีพื้นที่ขนาดเล็กที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป (2,586 ตร.กม.) เข้าสู่ย่านเมืองเก่า ผ่านตึกเทศบาลเมือง ชมวิวทิวทัศน์ของเมืองที่บ้านเมืองตั้งเรียงรายอยู่ในแนวหุบเขาซึ่งเป็นภาพที่สวยงามน่าประทับใจ
เที่ยงบริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
บ่ายเดินทางสู่เมือง “ดินองท์” (Dinant) (138 กม.) นำท่านเดินเล่นชมเมืองดินองท์ เมืองขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ในจังหวัดนามูร์ “Namur” ตอนใต้ของประเทศเบลเยี่ยม โดยตัวเมืองตั้งอยู่ริมแม่น้ำมิวส์“Meuse River” ที่ขนาบข้างไปกับแม่น้ำและแนวผาสูงชัน จากนั้นนำท่านนั่งเคเบิลคาร์ ขึ้นสู่จุดชมวิวของเมือง ชมวิวเมืองดินองท์ บนป้อมปราการ Dinant Citadel ป้อมปราการที่แข็งแกร่งที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี ค.ศ.1530 แต่ถูกทำลายในช่วงสงครามฝรั่งเศส จากนั้นเดินทางสู่เมือง จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง “บรัสเซล” (105 กม.) เมืองหลวงของประเทศเบลเยียม นำท่านถ่ายรูปคู่ “อะตอมเมี่ยม” ประติมากรรมรูปอะตอมมหึมา สัญลักษณ์จากการรวมตัวครั้งแรกของกลุ่มประเทศยุโรปเมื่อปี ค.ศ.1959 ผ่าน จากนั้นชมบริเวณพระราชวังที่ประทับของกษัตริย์แห่งเบลเยี่ยม ชมแมนาคินพิส อนุสาวรีย์หนูน้อยยืนฉี่สัญลักษณ์ของกรุงบรัสเซลล์ ชมจัตุรัสแกรนด์เพลซ (มรดกโลก) ใจกลางเมือง ชมหมู่ตึกต่างๆ อาทิ ศาลาว่าการเมือง หมู่ตึก กริลเฮาส์ ซึ่งครั้งหนึ่งในอดีตเคยเป็นสถานที่ประทับของราชวงศ์กษัตริย์เบลเยี่ยม และเป็นตลาดนัดจุดรวมการแลกเปลี่ยนสินค้าในอดีต
ค่ำบริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง เมนูพิเศษหอยแมลงภู่อบสไตล์เฟมมิส/สเต๊กเนื้อหรือสเต๊กหมู
พักที่Radisson RED, Brussels / หรือที่พักระดับใกล้เคียง
วันที่4        บรัสส์เซล – ตูแนร์ (มรดกโลก) – บรูจน์ (มรดกโลก) – ล่องเรือ
เช้าบริการอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมือง “ตูแนร์” Tournai (92 กม.) เมืองเก่าแก่ที่สุดของเบลเยี่ยม เป็นเมืองโบราณอายุกว่า 2,000 ปี นำท่านชมความงามของมหาวิหารนอร์ทเทอร์ดาม มหาวิหารที่สำคัญที่สุดของประเทศ ในแบบโรมันเนสก์และกอธิค ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี 2000 และเป็นโบสถ์ที่เก่าแก่ที่สุดในเบลเยียม ชมหอระฆัง Belfry ซึ่งตั้งอยู่ในกลางเมือง มีความสูง 72 เมตร และบันได 256 ขั้น ชมสะพานโบราณ Pont des Trous สร้างในศตวรรษที่ 13 ทรงคุณค่าเพราะเป็นสะพานทหารแบบยุคกลาง 1 ใน 3 ของโลกที่เหลืออยู่ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง “บรูจน์” (Bruges) (84 กม.) เป็นเมืองใหญ่ที่สุดและเป็นเมืองหลวงของจังหวัดฟลานเดอร์ตะวันตกในบริเวณเฟลมิช (Flemish) ในประเทศเบลเยียม ทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดกับประเทศเนเธอร์แลนด์
เที่ยงบริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่ายหลังอาหารชมเมืองบรูจก์หรืออีกชื่อหนึ่งคือ “เวนิสเหนือ” เป็นเมืองท่าและมีความสำคัญในทางศิลปะในยุคจิตรกรรมยุคเนเธอร์แลนด์ตอนต้น เมืองในสมัยโบราณ อายุกว่า 500 ปี และได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก ในปี ค.ศ. 2000 ชมศาลาว่าการกลางเมือง ในสไตล์แบบโกธิค ชมจตุรัสมาร์ก หรือตลาดประจำเมือง ที่รายล้อมด้วยอาคารอันสวยงามของศิลปกรรมในยุคต่างๆ ที่ผสมผสานกันอย่างกลมกลืนและลงตัว จากนั้นนำท่าน ล่องเรือชมเมืองบรูจส์ ชมความงดงามเมืองมรดกโลกที่ยังคงอนุรักษ์ไว้อย่างสมบูรณ์   ที่มีความงดงามแบบดั้งเดิมที่ได้อนุรักษ์ไว้อย่างดี มีเวลาให้ท่านเดินเล่นชมเมืองหรือเลืกซื้อสินค้า ของที่ระลึกตามอัธยาศัย
ค่ำบริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
พักที่Best Western Premier Weinebrugge, BRUGGE / หรือที่พักระดับใกล้เคียง
วันที่5บรูจจ์ – หมู่บ้านกังหันคินเดอร์ไดค์ (มรดกโลก) – เดลฟ์
อูเทรคต์ – ปราสาทเดอฮาร์ – อัมสเตอร์ดัม   
เช้าบริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านกังหันคินเดอร์ไดค์ (KINDERDIJK) (170 กม.)เป็นหมู่บ้านกังหันลมที่เก่าแก่ที่สุดในเนเธอแลนด์ ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ในปี 1740 และยังได้รับการขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี 1997 ตั้งอยู่ในเขตของที่ราบลุ่มจึงเกิดน้ำท่วม ทำให้ต้องคิดค้นสร้างกังหันเพื่อสูบน้ำ และใช้โม่แป้งและสีข้าว ประทับใจกับความอลังการของกังหันเก่าแก่ ที่มีถึง 19 ตัว เรียงรายเป็นแนวยาวตามลำคลอง จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง “เดลฟ์” (Delft) (41 กม.) เมืองสำคัญทางประวัติศำสตร์ เนื่องจากเมืองนี้ในช่วงปี 1572-1584 เคยเป็นที่พำนักของเจ้าชายวิลเลี่ยมส์แห่งออ เรนจ์ พระบิดาแห่งประเทศเนเธอร์แลนด์ พระองค์ใช้เมืองเดลฟท์เป็นที่บัญชาการต่อสู้กับสเปน ชมย่านจัตุรัสกลางเมือง “Market Square” ซึ่งบริเวณใกล้เคียงกันจะเป็นที่ตั้งสถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่น โบสถ์เก่าที่ฝังพระศพของเจ้าชายวลิเลียมส์, ศาลาว่าการเมืองเดลฟท์ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศเนเธอร์แลนด์
เที่ยงบริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่ายนำท่านออกเดินทางสู่ เมืองยูเทรกต์ (Utrecht) (64 กม.) เมืองหลวงของจังหวัดยูเทรกต์ ซึ่งตั้งอยู่ในตอนกลางของประเทศเนเธอร์แลนด์ ภายในเมืองเต็มไปด้วยตึกรามบ้านช่องอันเก่าแก่ ซึ่งบางหลังมีมาตั้งแต่ยุคคริสต์ศตวรรษที่ 18  ชมมหาวิหารเซนต์มาร์ติน วิหารสไตล์โรมาเนสก์ ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในเนเธอร์แลนด์ เริ่มสร้างขึ้นในปี ค. ศ.711  ชมหอคอยโบสถ์ Domtoren Tower Cathedral ซึ่งเป็นหอคอยขนาดใหญ่ที่แยกออกจากมหาวิหารเซนต์มาร์ตินหลังเกิดพายุร้ายแรงเมื่อปี 1674 สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1320 ถึงปี ค.ศ. 1382 มีความสูง 112 เมตรและมีเรือนกระจกขนาด 50 ระฆังหลายศตวรรษเก่า หอดูดาวที่สูงที่สุดในประเทศเนเธอร์แลนด์ แวะเก็บภาพภายนอกของ ปราสาทเดอร์ฮาร์ (Castle De Haar) ปราสาทที่ใหญ่ที่สุดในเนเธอร์แลนด์ที่สร้างขึ้นสมัยยุคกลาง โดยสถาปนิกชาวเนเธอร์แลนด์  มีขนาดใหญ่มากจนเมื่อสร้างขึ้นเมื่อปีค. ศ.1811  จากนั้นเดินทางสู่กรุงอัมสเตอร์ดัม (43 กม.)
คํ่าบริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารจีน เมนูพิเศษกุ้งมังกร
พักที่NH City Center Amsterdam หรือระดับใกล้เคียง
วันที่6อัมสเตอร์ดัม – โฮร์น – อีดัม – โวลันดัม – อัมสเตอร์ดัม
เช้าบริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านออกเดินทางสู่เมือง “โฮร์น” (Hoorn) (41 กม.) เมืองเก่าตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 8 ตั้งอยู่บนอ่าวเอเซลเมร์ โดยในสมัยปลายยุคกลางเมืองโฮร์นยังเคยเป็นศูนย์กลางการค้าทางทะเลและการประมงที่มีชื่อเสียงมากแห่งหนึ่ของยุโรป นำท่านชมท่าเรือเมืองโฮร์น (Hoofdtoren Harbour) ซึ่งเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองที่รายล้อมไปด้วยบ้านเรือนยุคกลางชมโบสถ์ Oosterkerk ที่สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1616 จากนั้นเดินทางสู่เมือง “อีดัม” (Edam) (19 กม.) เข้าสู่บริเวณใจกลางเมืองเก่ายัง เป็นที่ตั้งของอาคารทางประวัติศาสตร์ที่มีความโดดเด่นทางด้านสถาปัตยกรรม ซึ่งปัจจุบันยังคงได้รับการอนุรักษ์เอาไว้เป็นอย่างดี เช่น โบสถ์เซนต์นิโคลัส (St.Nicholas Church) โบสถ์เก่าแก่ที่ถูกสร้างขึ้นใน ช่วงศตวรรษที่ 15 หรือในช่วงปี 1602-1699 ชมศาลาว่าการเมืองเก่า อาคารศาลากลางที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงปี 1737 ในสไตล์หลุยส์ที่สิบสี่ (Louis XIV Style) บันทึกภาพของพิพิธภัณฑ์อีดัม (Edam Museum) อาคารที่สร้างขึ้นแบบดัตช์ที่ยังคงถูกรักษาเอาไว้อย่างสมบูรณ์ ที่สร้างขึ้นในปีค.ศ. 1530 จากนั้นเดินทางสู่เมือง “โวเลนดัม” (VOLENDAM) หรือ “ไข่มุกแห่งซุย เดอร์ ซี” (The Pearl of the Zuiderzee) (3 กม.)
เที่ยงบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่ายนำท่านเดินเล่นชมเมืองเก่าที่มีความโดดเด่นในเรื่องของท่าเรือและหมู่บ้านชาวประมงรวมไปถึงลักษณะการแต่งกายในแบบดั้งเดิมของชาวดัตช์มากที่สุดอีกเมืองหนึ่งในประเทศเนเธอร์แลนด์ มีเวลาให้ท่านเดินเล่นชมเมืองตามอัธยาศัย จากนั้นกลับสู่กรุง “กรุงอัมสเตอร์ดัม” (22 กม.) ชมสภาพเมืองที่มีคลองเล็กคลองน้อยตัดไปมาทั่วเมืองอย่างเป็นระเบียบกว่า100สาย นำคณะเข้าชม “สถาบันเจียระไนเพชร Coster Diamond” อุตสาหกรรมการเจียระไนเพชรของเนเธอร์แลนด์ได้รับการยกย่องว่าดีที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จากนั้นเดินทางเข้าสู่ “ดามส์สแควร์” จัตุรัสใหญ่ใจกลางกรุงอัมสเตอร์ดัม อิสระให้ท่านได้เดินเที่ยวชมบรรยากาศอันโรแมนติกกับอาคารต่างๆในสไตล์ยุโรป พร้อมเลือกซื้อของที่ระลึกตามอัธยาศัย
คํ่าบริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารไทย
พักที่NH City Center Amsterdam หรือระดับใกล้เคียง
วันที่7อัมสเตอร์ดัม – กีธูร์น – ล่องเรือ – ไนเมเก้น – ดูสเซลดอร์ฟ
เช้าบริการอาหารเช้าที่ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านออกเดินทางสู่ “เมืองกีธูร์น” (126 กม.) เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ตั้งอยู่ระหว่างเมือง Zwolle และ Steenwijk ประเทศเนเธอร์แลนด์ หรือ “เวนิสแห่งเนเธอร์แลนด์” หมู่บ้านแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1230 โดยได้รับฉายาว่าเป็นหมู่บ้านไร้ถนน เพราะผู้คนที่นี่จะสัญจรกันทางเรือ จึงมีคูคลองเล็กๆ ลัดเลาะอยู่รอบหมู่บ้าน นำท่านล่องเรือชื่นชมทัศนียภาพอันสวยงามภายในหมู่บ้าน
เที่ยงบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร เมนูสเต๊กปลาแซลมอล
บ่ายนำท่านออกเดินทางสู่เมือง “ไนเมเก้น” (Nijmegen) (140 กม.) เมืองเก่าอายุกว่า 2,000 ปี ซึ่งเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในเนเธอร์แลนด์มีประวัติอันยาวนาน ในช่วงต้นของศตวรรษกองทัพโรมันเลือกตั้งค่ายที่ดินแดนแห่งนี้ และยังเป็นเมืองแรกของดัตช์ที่ถูกยึดครองโดยกองทัพนาซีในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เข้าสู่จตุรัสขนาดใหญ่กลางเมือง “Grote Markt”  อันเป็นที่ตั้งของอาคาร “Boterwaag” ที่สร้างในสไตล์เรเนสซองซ์ สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1612-1613 ชมโบสถ์นักบุญสตีเฟ่น “Stevenskerk Church” โบสถ์เก่าแก่ในรูแบบโรมัน-กอธิก สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 13  จากนั้นเดินทางสู่เมือง “ดูสเซลดอร์ฟ” (Düsseldorf) (120 กม.)
คํ่าบริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่LEONADO HOTEL, หรือที่พักระดับใกล้เคียง
วันที่8ดูสเซลดอร์ฟ – มอนเชา – ปราสาทเบิร์ก – โคเบลนซ์
เช้าบริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่เมือง “มอนเชาว์” (Monschau) (90 กม.) เมืองเล็กๆที่มีความสำคัญทางเมืองประวัติศาสตร์มากเมืองหนึ่งของประเทศเยอรมนี อยู่ในเขตอาเคิน (Aachen District) ของรัฐนอร์ดไรน์-เวสท์ฟาเลิน (Nordrhein-Westfalen) รัฐที่ใหญ่ที่สุดในเยอรมนี ที่ตั้งอยู่ในเขตเทือกเขาไอเฟล (Eifel Mountain Range) ถูกกล่าวถึงครั้งแรกในปี 1198 ในชื่อ Montjoie เป็นเมืองที่ถูกรายล้อมไปด้วยภูเขาอันสลับ ซับซ้อน ชมย่านใจกลางเมืองที่ทอดยาวไปตามถนนแคบๆ ซึ่งเรียงรายไปด้วยบ้านครึ่งไม้ที่มีแม่น้ำรูร์ (Rur River)ไหลผ่านด้านหลัง โดยอาคารที่โดดเด่นที่สุดของเมือง คือ บ้านสีแดง (Red House) ทาวน์เฮาส์สไตล์บาร็อค ที่ถูกสร้างขึ้นใน 1752 โดย Johann Heinrich Scheibler ปัจจุบันอาคารแห่งนี้ได้กลายเป็นหนึ่งในอาคารที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของเมืองมอนเชาว์ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง “โซลิงเกน” (Solingen) (125 กม.)
เที่ยงบริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่ายนำท่านนั่งกระเช้าขึ้นสู่ปราสาทเบิร์ก (SCHLOSS BURG) ปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 12 โดยอาคารหลักของปราสาทสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1218-1225 โดยอาร์คบิชอปแห่งโคโลญจน์ และสร้างต่อจนสมบูรณ์ในช่วงปลายซตวรรษที่ 19 บนเนินเขาเหนือแม่น้ำวัปเปอร์ นับว่าเป็นปราสาทที่ใหญ่ที่สุดของแคว้นนอร์ทไรน์ – เวสต์ฟาเลีย ภายในประกอบด้วยห้องสำคัญต่างๆ เช่น ห้องอัศวิน ห้องสวดมนต์ ห้องดนตรี เป็นต้น จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง “โคเบลนซ์” (KOBLENZ) (141 กม.)
ค่ำบริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารพื้นเมือง เมนู Pork Schnitzel ที่ขึ้นชื่อของเยอรมัน
พักที่MERCURE HOTEL, KOBLENZ หรือที่พักระดับใกล้เคียง
วันที่9โคเบลนซ์ – ลิมเบิร์ก – แฟรงค์เฟิร์ต – ช้อปปิ้ง – เดินทางกลับ
เช้าบริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านออกเดินทางสู่เมือง “ลิมเบิร์ก” (Limburg) (53 กม.) เมืองเล็กๆ ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำลาห์น “Lahn” ชม SAINT GEORGE’S CATHEDRAL เป็นวิหารที่ตั้งอยู่บนเนินเขา และถือว่าเป็นอาคารสไตล์โรมันที่สมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งของเยอรมนี ชม ALTE LAHNBRUCHE (OLD LAHN BRIDGE) เป็นสะพานเก่าแก่สร้างจากหิน เป็นโค้งครึ่งวงกลม รวมความยาวของสะพาน 106 เมตร ชมอาคารบ้านเรือนในย่านเมืองเก่า จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ “เมืองแฟรงค์เฟิร์ต” (FRANKFURT AM MAIN) (72 กม.)
 เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
 บ่ายนำท่านชมนครแฟรงค์เฟิร์ต เป็นเมืองที่มีประวัติต่อเนื่องอันยาวหลายศตวรรษเคยเป็นสถานที่ซึ่งกษัตริย์และจักรพรรดิหลายพระองค์เคยใช้ประกอบพิธีราชาภิเษก ผ่านชมสถานีรถไฟแฟรงค์เฟิร์ต ซึ่งถือได้ว่าเป็นสถานีรถไฟต้นแบบของสถานีรถไฟหัวลำโพงครั้งเมื่อคราวเสด็จประพาสยุโรปของรัชกาลที 5 ชมจัตุรัสโรเมอร์ ซึ่งเป็นจัตุรัสที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง ด้านข้างก็คือ ศาลาว่าการเมือง ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของจัตุรัสโรเมอร์ มีเวลาให้ท่านช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมตามอัธยาศัย ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่สนามบิน เพื่อให้ท่านได้มีเวลาทำ TAX REFUND คืนภาษี
20.40ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯโดยสายการบินไทยเที่ยวบินที่ TG 923
วันที่10สนามบินสุวรรณภูมิ
12.30เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ / โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
หมายเหตุโปรแกรมการเดินทางอาเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมะสม เนื่องจากสภาพ ลม ,ฟ้า , อากาศ,การล่าช้าอันเนื่องมาจากสายการบิน และสถานการณ์ในต่างประเทศที่ทางคณะเดินทางในขณะนั้น เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง ได้มอบหมายให้ หัวหน้าทัวร์ผู้นำทัวร์ มีอำนาจตัดสินใจ ณ ขณะนั้นทั้งนี้การตัดสินใจ จะคำนึงถึงผลประโยชน์ของหมู่คณะเป็นสำคัญ ทัวร์อิตาลีสวิสเซอร์แลนด์