Additionally, paste this code immediately after the opening tag:
cape roca M
Lisbon M
shutterstock_502174099
Toledo, Spain
zaragoza spain
zegovia
cape roca M
Lisbon M
shutterstock_502174099
Toledo, Spain
zaragoza spain
zegovia

WQR0809L โปรตุเกส-สเปน 9 วัน QR มรดกโลก [LIS-BCN] เดือน มี.ค.2020

ลิสบอน – ซินตรา – แหลมโรก้า – ชอปปิ้ง Avenida da Liberdade – หอคอย เบเล็ม – เจอโร นิโม – อีโวร่า – คาเซเลส

เซโกเบีย – สะพานส่งน้ำมัน – ซานตามาเรียเซโกเวีย – มาดริด – พระราชวังหลวง – พลาซ่ามายอร์ – วิหารแห่งโทเรโด้

ซาราโกซ่า – ซากราด้า – สนามบอลคัมป์นู – ลารัมบลา – บาร์เซโลน่า –ซานตามาเรีย เดอร์ฟิลล่าร์ – พลาซ่า เดล พิลาร์

Tour Price

BookingDepartArriveAirlinePriceDownload
1 มี.ค. 639 มี.ค. 6346,900฿download pdf
15 มี.ค. 6323 มี.ค. 6346,900฿download pdf
29 มี.ค. 636 เม.ย. 6346,900฿download pdf
หมายเหตุรายละเอียดด้านหน้านี้เป็นรายการเบื้องต้น หากท่านต้องการรับรายละเอียดโปรแกรมที่สมบูรณ์กรุณาติดต่อพนักงานขาย หรือกดดาวน์โหลดไฟล์ PDF ด้านบน
วันแรกท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 
17.30สมาชิกทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศชั้น 4 เคาร์เตอร์สายการการ์ตาร์แอร์เวย์ (Q) พร้อมเจ้าหน้าที่คอยดูแลเช็คสัมภาระและบัตรที่นั่งบนเครื่อง
20.45ออกเดินทางสู่กรุงโดฮาร์ ประเทศการ์ตาร์…โดยสายการบิน QATAR AIRWAYS เที่ยวบินที่ QR833  
วันที่2โดฮา – ลิสบอน – ซินตร้า – แหลมโรก้า – ช้อปปิ้ง Avenida da Liberdade
00.40เดินทางถึงประเทศการ์ตาร์ ให้ท่านแวะพักเปลี่ยนเครื่อง (ในเวลาเปลี่ยนเครื่องประมาณ 2 ชั่วโมง)

01.35

ออกเดินทางสู่ กรุงลิสบอน ประเทศโปตุเกส โดยสายการบิน QATAR AIRWAYS เที่ยวบินที่ QR343

07.25

เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติกรุงลิสบอน ประเทศโปตุเกส หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และด่านศุลกากรเรียบร้อยแล้วนำท่านเดินทางสู่เมืองซินตร้า (SINTRA)เป็นที่ตั้งของพระราชวังที่สวยงามที่ได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลก เดินเล่นชมตัวเมืองเก่าตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 11 จากนั้นนำท่านเดินทางสู่แหลมโรก้า (CAPO DAROCA) อันเป็นแหลมที่ตั้งอยู่ปลายสุดทางทิศตะวันตกของทวีปยุโรปตั้งอยู่ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก ท่านสามารถซื้อ “Certificate” เป็นที่ระลึกสำหรับการมาเยือน ณ ที่แห่งนี้
เที่ยงบริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
07.25เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติกรุงลิสบอน ประเทศโปตุเกส หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และด่านศุลกากรเรียบร้อยแล้วนำท่านเดินทางสู่เมืองซินตร้า (SINTRA)เป็นที่ตั้งของพระราชวังที่สวยงามที่ได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโก้ให้เป็นมรดกโลก เดินเล่นชมตัวเมืองเก่าตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 11 จากนั้นนำท่านเดินทางสู่แหลมโรก้า (CAPO DAROCA) อันเป็นแหลมที่ตั้งอยู่ปลายสุดทางทิศตะวันตกของทวีปยุโรปตั้งอยู่ติดกับมหาสมุทรแอตแลนติก ท่านสามารถซื้อ “Certificate” เป็นที่ระลึกสำหรับการมาเยือน ณ ที่แห่งนี้
เที่ยงบริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่ายนำท่านอิสระช้อปปิ้งย่านถนน Avenida da Liberdade เป็นถนนสายช้อปปิ้งที่สร้างในช่วงปลายศตวรรษที่ 19 เป็นถนนที่เชื่อมจากเขตเมืองเก่าผ่าใจกลางเมืองไปสุดทางที่จัตุรัสมาร์  เกส เดอ ปอมบาล ที่มีอนุสาวรีย์ของมาร์เกส เดอปอมบาล ยืนโดดเด่นเป็นสง่าอยู่บนเสาสูง อิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้งสินค้าชื่อดังมากมาย อาทิ LOUIS VUITTON, GUCCI, LOEWE, YSL,ETC. หรือจะเลือกซื้อของฝากของที่ระลึกที่วางขายเรียงรายบนถนนช้อปปิ้งแห่งนี้
ค่ำบริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่

COLLECTION HOTEL หรือที่พักระดับใกล้เคียง
วันที่3ลิสบอน – หอคอย เบเล็ม – มหาวิหารเจอโร นิโม – อิโวร่า – บาดาโฆส

เช้า

 

บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านชมกรุงลิสบอน (LISBON) เมืองหลวงของโปรตุเกส ตัวเมืองตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเตโย “Tejo” ลิสบอนเป็นเมืองที่มีประวัติยาวนานกว่า 800 ปี แวะรับประทานอาหารกลางวันที่เมืองคาสเตโลแบรนโค ผ่านชม PONTE 25 ABRIL “สะพาน 25 เมษายน” สะพานแขวนที่ยาวที่สุดในยุโรป เข้าสู่กรุงลิสบอน ชมตัวเมืองลิสบอนจากบนยอดเขาอันเป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์ Cristo Rai (National Sanctuary of Christ the King) คล้ายกันกับที่เมืองริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล นำท่านชมอนุสาวรีย์ดิสคัฟเวอรี่ สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1960 เพื่อฉลองการครบ 500 ปี แห่งการสิ้นพระชนม์ของเจ้าชายเฮนรี่ เดอะเนวิเกเตอร์ แวะเก็บภาพกับหอคอย เบเล็ม (Belem Tower) เดิมสร้างไว้กลางน้ำเพื่อเป็นป้อมรักษาการณ์ดูแลการเดินเรือเข้าออก เป็นจุดเริ่มต้นของการเดินเรือออกไปสำรวจและค้นพบโลกของ วาสโก ดากามา นักเดินเรือชาวโปรตุเกส จากนั้นชมภายนอกมหาวิหารเจอโร นิโม (Jeronimos Monastery) ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ “วาสโกดากามา” ที่เดินทางสู่อินเดียเป็นผลสำเร็จ ในปี ค.ศ.1498 และได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโก้ว่าให้เป็นมรดกโลก
เที่ยงบริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่ายนำท่านออกเดินทางสู่เมืองเมืองอิโวร่า Evora ตั้งอยู่ทางตอนกลางของโปรตุเกสและเป็นแหล่งมรดกโลกของยูเนสโก เนื่องจากตัวเมืองเก่าได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีมีกำแพงเมืองยุคกลาง และมีสิ่งก่อสร้างจำนวนมากซึ่งมีอายุย้อนไปได้ถึงยุคทางประวัติศาสตร์หลายยุคมีโบสถ์สมัยศตวรรษที่ 13 วังมากมาย และวัดโรมันสมัยศตวรรษที่ 1 นอกจากนี้ยีงมีวิหารแห่งกระดูกแห่งเมืองอีโวร่า (Chapel of Bones) วิหารกระดูกแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15 โดยพระในนิกายฟรังซิสกัน นำท่านออกเดินทางสู่ “เมืองบาดาโฆส” Badajoz
ค่ำบริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่

Barcelo Caceres V Centenario หรือที่พักระดับใกล้เคียง
วันที่4บาดาโฆส – โทเลโด้ – ชมปูเอร์ตา เด บิซากรา – ชมมหาวิหารโทเลโด้ – มาดริด

เช้า

 

บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พักนำท่านชมเมือง“เมืองคาเซเรส” Cáceres เมืองหลวงของจังหวัดคาเซเรส และยังเป็นเมืองที่มีอาณาเขตกว้างขวางที่สุดในประเทศสเปน นำท่านเที่ยวชม เขตเมืองเก่าของเมืองคาเซเรส ที่ได้รับการประกาศเป็นมรดกโลกเมื่อปี ค.ศ.1986 เมืองนี้ถูกก่อตั้งขึ้นครั้งแรกเมื่อ 25 ปีก่อนคริสต์กาลโดยกองทัพชาวโรมันที่ขยายอาณานิคมเข้ามาถึงดินแดนคาตาเนียในอดีต จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ “เมืองโทเลโด้” Toledo นำท่านชม ประตูเมือง “ปูเอร์ตา เด บิซากรา” เป็นหนึ่งในประตูเมืองที่มีความสำคัญที่สุดของเมืองโตเลโด้ ประเทศสเปน ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของย่านเมืองเก่า  ซึ่งสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 10 สร้างด้วยหินที่แข็งแรงได้สัดส่วน โค้งเป็นรูปเกือกม้า และค่อยๆลดหลั่น ได้รูปสวยงาม ทุกๆ แห่งของเมืองโตเลโด้ ท่าน จะได้ชื่นชมกับความแตกต่างของสถาปัตยกรรมแบบอารบิค, มูเดฆาร์, กอธิค และเรอเนสซองส์ นำคณะเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองเก่าท่านจะประทับใจกับความงดงามซึ่งเปรียบเสมือนกับพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต พร้อมชมสัญลักษณ์ของเมือง “ป้อมอัลกาซาร์”  ผลงานของสถาปนิกระดับสุดยอดในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 16 ซึ่งตั้งอยู่บนส่วนที่สูงที่สุดของเมืองนี้มีชื่อเสียงในคริสต์ศตวรรษที่ 19 และ 20 ในฐานะสถาบันวิชาทหารแห่งหนึ่ง เมื่อสงครามกลางเมืองสเปนระเบิดขึ้นในปี ค.ศ. 1936 กองทหารในป้อมนี้ถูกล้อมโดยกองกำลังของฝ่ายนิยมสาธารณรัฐ
เที่ยงรับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร
บ่ายนำท่านชม “มหาวิหารแห่งโทเลโด้” สถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่อันทรงคุณค่าคู่บ้านคู่เมือง ซึ่งใช้เป็นที่ประทับขององค์สังฆราชแห่งสเปน  ใช้เวลาก่อสร้าง 270 ปี จึงเสร็จสมบูรณ์ สร้างขึ้นในสไตล์โกธิกที่ถือว่ายิ่งใหญ่และสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เดิมชาวมุสลิมใช้เป็นสุเหร่า ต่อมาได้ก่อสร้างรูปทรงแบบโกธิคในปี ค.ศ. 1226 และเพิ่มศิลปะแบบเมดูฆาร์ บาร็อค และนีโอคลาสสิค จนเสร็จสมบูรณ์ในอีก 300 ปีถัดมา ภายในมีการตกแต่งอย่างงดงามด้วยไม้แกะสลักและภาพสลักหินอ่อน มีงานศิลปะล้ำค่าชิ้นหนึ่งที่ทำด้วยทองคำ เพชร พลอย และเงิน รวม 5,600 กว่าชิ้น มีน้ำหนักมากถึง 200 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่สะสมภาพเขียนของจิตรกรมีชื่อเสียงของโลกหลายท่าน เช่น เอล เกรโก, โกย่า และ เบลาสเกซ จากนั้น นำชมโรงงานผลิตเครื่องงถมของสเปน “ ดามาสกิโน่ ” ที่สวยงามด้วยการนำทอง และเงินมาตีเป็นเส้น และตอกลงบนโลหะสีดำ เป็นงานฝีมือที่มีชื่อเสียงของโทเลโด้ เดินทางสู่เมืองมาดริด
ค่ำบริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร

พักที่

Occidental Madrid Este หรือที่พักระดับใกล้เคียง
วันที่5มาดริด – พระราชวังหลวง – พลาซ่ามายอร์ – สนามฟุตบอลซานเตียโก้เบอร์นาบิล
ชมระบำฟลามิงโก้ 

เช้า

 

บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำทุกท่านชมกรุงแมดริด (MADRID) เมืองหลวงของประเทศสเปน  ตั้งอยู่ใจกลางแหลมไอบีเรียน ในระดับความสูง 650 เมตร เป็นมหานครอันทันสมัยล้ำยุค ที่ซึ่งกษัตริย์ฟิลลิปที่ 2 ได้ทรงย้ายที่ประทับจากเมืองโทเลโดมาไว้ที่นี่และประกาศให้มาดริดเป็นเมืองหลวงใหม่ยกเว้นช่วงปี ค.ศ. 1601 – 1607 เมื่อพระเจ้าฟิลลิปที่ 3 ได้ย้ายไปที่เมืองบายโดลิด มาดริดได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก  นำท่านเข้าชม “พระราชวังหลวง(Royal Palace) (ขอสงวนสิทธิ์ในการงดการเข้าชมภายในพระราชวังหลวง ในกรณี มีการจัดงานพิธีต่างๆ ซึ่งอาจเข้าชมไม่ได้ หรือปรับโปรแกรมไปเข้าพระราชวังอื่นแทน) ซึ่งตั้งอยู่บนเนินเขาริมฝั่งแม่น้ำแมนซานาเรส มีความสวยงามโอ่อ่าอลังการไม่แพ้พระราชวังอื่นๆในทวีปยุโรป พระราชวังหลวงแห่งนี้ถูกสร้างในปี ค.ศ. 1738 ด้วยหินทั้งหลังในสไตล์บาร็อคโดยการผสมผสานระหว่างศิลปะแบบฝรั่งเศสและอิตาเลียน ประกอบด้วยห้องต่างๆ กว่า 2,830 ห้อง และ ยังเป็นที่เก็บภาพเขียนชิ้นสำคัญ ที่วาดโดยศิลปินในยุคนั้น
เที่ยงรับประทานอาหารเที่ยง ณ ภัตตาคาร พิเศษ!! เมนูอาหารไทย
บ่าย จากนั้นเข้าสู่พลาซ่า มายอร์ (Plaza Mayor) ใกล้เขตปูเอต้าเดลซอล หรือประตูพระอาทิตย์ จัตุรัสใจกลางเมือง นอก  จากจะเป็นจุดนับกิโลเมตรแรกของสเปนแล้ว (กิโลเมตรที่ศูนย์) ยังเป็นศูนย์กลางรถไฟใต้ดิน และรถเมล์ทุกสาย และยังเป็นจุดตัดของถนนสายสำคัญของเมืองที่หนาแน่นด้วยร้านค้ามากมาย และห้างสรรพสินค้าใหญ่อีก นำท่านเข้าสู่ “ย่านปูเอต้าเดลซอล” หรือประตูพระอาทิตย์ จัตุรัสใจกลางเมืองเดินชมความสวยงามของสถาปัตยกรรมแบบสเปนและสัมผัสวิถีชีวิตชาวเมืองนำท่านแวะถ่ายรูปกับอนุสาวรีย์หมีกับต้นมาโดรนาอันเป็นสัญลักษณ์ของเมือง นำท่านชมด้านหน้า “สนามฟุตบอลซานเตียโก้เบอร์นาบิล” Estadio Santiago Bernabéu ของทีมราชันชุดขาว “รีลมาดริด” ซึ่งเป็นสนามฟุตบอลที่มีชื่อเสียงระดับโลก  มีนักเตะที่มีชื่อเสียงเล่นอยู่มากมาย ให้ท่านได้เลือกซื้อเลือกชมสินค้ามากมายอาทิเช่น ผ้าพันคอ, หมวก, เสื้อฟุตบอล, ลูกฟุตบอล, แก้วน้ำ, มาสคอตของทีม ฯลฯ ซึ่งเป็นสินค้าของแท้จากสโมสรรีลแมดริดไว้เป็นที่ระลึก
ค่ำรับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคารพิเศษ!!!ชม “ระบำฟลามิงโก้” Flamingo Dance การแสดงประจำชชาติของประเทศสเปน มีต้นกำเนิดจากนิทานพื้นบ้านของสเปนใต้ แล้วมีการพัฒนานำมาเป็นศิลปะที่มีรูปแบบซับซ้อน ทั้งจังหวะดนตรีและการเต้นรำ
 พักที่Occidental Madrid Este หรือที่พักระดับใกล้เคียง

วันที่6

มาดริด – เซโกเบีย – สะพานส่งน้ำโรมัน  – ซาราโกซ่า  
เช้า

บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่เมืองเซโกเบีย Segovia  เป็นเมืองที่อยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของแมดริด ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกในปี 1985 โดยยูเนสโก เมืองเซโกเบียเป็นเมืองที่มีประวัติความเป็นมาเก่าแก่ นำทุกท่านชมสะพานส่งน้ำโรมัน Acueducto de Segovia ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 1 โดยไม่มีการใช้กาวหรือวัสดุเชื่อมหินแต่ละก้อนแต่อย่างใด จึงได้รับการยกย่องว่าเป็นสิ่งก่อสร้างทางวิศวกรรมโดยชาวโรมันที่สำคัญที่สุดของสเปน และยังมีสภาพสมบูรณ์ที่สุดอีกด้วย รางส่งน้ำประกอบขึ้นจากหินแกรนิตกว่า 25,000 ก้อน มีความยาว 818 เมตร มีโค้ง 170 โค้ง จุดที่สูงที่สุดสูงถึง 29 เมตร จุดเริ่มต้นของรางส่งน้ำนี้ เริ่มตั้งแต่นอกเมือง แล้วลำเลียงส่งน้ำเข้ามาในเมือง รางส่งน้ำแห่งนี้ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองเซโกเบีย และเป็นไฮไลท์หลักของเมือง นำท่านชมเขตเมืองเก่าของเซโกเบียมีลักษณะเป็นซอกซอยเล็กๆ บางซอยถนนปูด้วยหินก้อนใหญ่ๆ ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปในยุคโบราณ ในตัวเมืองมีโบสถ์ มีพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจ มีทั้งสถาปัตยกรรมแบบโรมัน ยิว คริสต์ นำท่านชม(ภายนอก) มหาวิหารซานตามาเรียแห่งเซโกเบีย (Catedral de Santa María) มหาวิหารแห่งนี้เป็นมหาวิหารสไตล์โกธิคแห่งสุดท้ายที่สร้างขึ้นในสเปน (สร้างขึ้นในปี 1768)

เที่ยงบริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร พิเศษ!! หมูหันสเปน
บ่ายนำท่านออกเดินทางสู่ “เมืองซาราโกซ่า” Zaragoza ซึ่งเป็นเมืองหลวงในอดีตของ อาณาจักรอารากอน ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศสเปนริมฝั่งแม่น้ำเอโบร ระหว่างทางท่านจะได้สัมผัสกับธรรมชาติของภูมิประเทศอันหลากหลายและงดงามแปลกตาของภูมิภาคสเปนตอนกลาง เมืองซาราโกซ่าได้รับการเสนอชื่อให้เป็นเมืองแห่งวัฒนธรรม (City of Culture) ของทวีปยุโรป
ค่ำรับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร

ที่พัก

Hotel Zentral Ave หรือที่พักระดับใกล้เคียง
วันที่7ซาราโกซ่า – วิหารแม่พระแห่งเสาศักดิ์สิทธิ์ – ช้อปปิ้ง La Roca Village –บาร์เซโลน่า
เช้าบริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านชม “มหาวิหารแม่พระแห่งเสาศักดิ์สิทธิ์” หรือที่รู้จักในนาม “ซานตา มาเรีย เดอร์ฟิลลาร์” ตามตำนานสมัยแรกเริ่มของพระศาสนจักรกล่าวไว้ว่า อัครสาวกยาคอบหรือเซนต์เจมส์  ในระยะเริ่มแรกนั้นการเผยแพร่พระธรรมของท่านไม่ได้เกิดผลมากมายนัก จนกระทั่งท่านเห็นพระแม่มารีมาปรากฎเพื่อชักชวนท่านไปยังกรุงเยรูซาเล็ม ในนิมิตนั้นพระนางปรากฎอยู่บนเสาที่ถูกแบกมาโดยหมู่เทพ และเชื่อกันว่าเป็นเสาศักดิ์สิทธิ์ต้นเดียวกันกับเสาในซาราโกซ่า ต่อมาคริสต์ศาสนิกชนนิยมมากราบไหว้ขอพรจากพระแม่มารีให้หายจากอาการเจ็บป่วยเป็นจำนวนมาก นำท่านชม “จัตุรัส PLAZA DEL PILAR” สถานที่สำหรับการเดินชมเมือง โบสถ์ วิหาร ซึ่งจัตุรัสแห่งนี้เป็นจัตุรัสที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปด้วยนำทุกท่านเดินทางสู่ La Roca Village
เที่ยงอิสระอาหารเที่ยงเพื่อความสะดวกในการช้อปปิ้ง

 คืนเงินท่านละ 10 ยูโร

บ่ายนำท่านช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำมากมาย อาทิ Armani , Burberry , Calvin Klein , Coach , Escada , FC Barcelona official store , Gucci , Guess , Hugo Boss , Kipling , L’OCCITANE , Levi’s , Lacoste , Loewe , Michael Kors , Nike , POLO , PUMA , Ray-Ban , Samsonite , Superdry , Swarovski , Swatch , TAGHEUER , Tommy Hilfiger , The North Face , Timberland , TUMI , Versace , Zwiliing , Zegna ฯลฯ
ค่ำรับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร พิเศษ!! ข้าวผัดสเปน สูตรต้นตำหรับ

พักที่

Fira Congress  หรือที่พักระดับใกล้เคียง
วันที่8บาร์เซโลน่า – เข้าชมวิหารซากราด้า แฟมิเลีย – สนามฟุตบอลคัมป์นู– ถนนลารัมบรา

เช้า

 

บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านแวะบันทึกภาพกับมหาวิหารซากราด้า แฟมิเลียร์ (Sagrada Familia) พร้อมนำท่านเข้าชมด้านใน(ขอสงวนสิทธิ์ในการงดการเข้าชมภายในมหาวิหาร ในกรณี มีการจัดงานพิธีต่างๆ ซึ่งอาจเข้าชมไม่ได้ หรือปรับโปรแกรมไปเข้าวิหารโทเลโด้แทน)สัญลักษณ์แห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สูงใหญ่ถึง 170 เมตร ออกแบบก่อสร้างอย่างสวยงามแปลกตา ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1882 เป็นผลงานชั้นยอดที่แสดงถึงอัจฉริยภาพของ อันโตนี เกาดี้ สถาปนิกผู้เลื่องชื่อ มหาวิหารแห่งนี้ นำท่านออกเดินทางแวะถ่ายรูปด้านหน้าของ “สนามฟุตบอลคัมป์นู” Camp Nou สนามฟุตบอลสโมสร “ทีมเจ้าบุญทุ่มบาร์เซโลน่า” หรือคุ้นเคยในอีกชื่อว่า “บาร์ซ่า” สโมสรฟุตบอลบาร์เซโลนาเป็นผู้ชนะเลิศในถ้วยยุโรปและสเปนอย่างมากมาย เป็นสโมสรสเปนที่ประสบความสำเร็จและมีความยิ่งใหญ่ระดับโลก ซึ่งมีนักฟุตบอลที่มีชื่อเสียงระดับโลกมากมาย อาทิเช่น เมสซี่,หลุยส์ ซัวเรซ ฯลฯ
 เที่ยงบริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร 
บ่ายนำท่านเดินทางสู่ถนนช้อปปิ้งสายใหญ่ของบาร์เซโลนา “ถนนลารัมบลา” Larambla ย่านที่มีชื่อเสียงที่สุดของบาร์เซโลนาแหล่งท่องเที่ยวอันเป็นที่ชื่นชอบของคนทุกวัยถนนสายเล็กๆที่มีความ  ยาวเพียง1.2 กิโลเมตรแต่มีสีสันเสน่ห์น่าประทับใจทั้งกลางวันและกลางคืนอิสระให้ท่านได้ช้อปปิ้ง ตามอัธยาศัย ท่านสามารถเลือกซื้อสินค้าและเสื้อผ้าแบรนด์เนมทั้ง H&M, ZARA, BENETON, TOPSHOP หรือจะช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมชั้นนำซึ่งมีร้านตั้งอยู่ตลอดแนวถนน “Passeig de gracia” ท่านสามารถเลือกซื้อสินค้าอาทิ LOUIS VUITTON, CHANEL, GUCCI, LOEWE และอื่นๆ อีก
22.25ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯโดยสายการบินกาต้าร์แอร์เวย์เที่ยวบินที่ QR142
วันที่ 9กรุงเทพฯ
05.30เดินทางถึงกรุงโดฮา ประเทศกาต้าร์ (แวะพักเปลี่ยนเครื่อง)
08.35เหิรฟ้าสู่กรุงเทพฯโดยสายการบินกาต้าร์แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR838
19.20เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ / โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
*หมายเหตุ*

 

โปรแกรมการเดินทางอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมะสม เนื่องจากสภาพ ลม ,ฟ้า , อากาศ การจราจร และสถานการณ์ในต่างประเทศที่ทางคณะเดินทางในขณะนั้น  เพื่อความสนุกสนาน และความปลอดภัยในการเดินทาง บริษัทฯ ได้มอบหมายให้ หัวหน้าทัวร์ผู้นำทัวร์ มีอำนาจตัดสินใจ ณ ขณะนั้นทั้งนี้การตัดสินใจ  จะคำนึงถึงผลประโยชน์ของหมู่คณะเป็นสำคัญ