Additionally, paste this code immediately after the opening tag:
shutterstock_594601730
copenhegen
flam
shutterstock_1476737960
Flåmbana Train_๑๙๐๖๑๙_0016
Flåmbana Train_๑๙๐๖๑๙_0022
shutterstock_594601730
copenhegen
flam
shutterstock_1476737960
Flåmbana Train_๑๙๐๖๑๙_0016
Flåmbana Train_๑๙๐๖๑๙_0022

WPTG0612C สแกนดิเนเวีย 12 วัน TG ชมพระอาทิตย์เที่ยงคืน

จุดเด่นของรายการทัวร์

  1. บินตรงสายการบินไทย พร้อมบินภายในถึง สามครั้ง
  2. มีพนักงานยกสัมภาระ ณ โรงแรมที่พักตลอดการเดินทง
  3. บริการน้ำดื่มในรถโค้ชระหว่างการเดินทาง
  4. ค่าทิปพนักงานขับรถและไกด์ท้องถิ่น
  5. อาหารพิเศษ…กุ้งมังกรและขาปูยักษ์ (Norwegian King Crab)
  6. ประสบการณ์ใหม่…รับประทานอาหารกลางวันในภัตตาคารน้ำแข็ง
  7. พักในเรือสำราญห้องพัก Sea View (วิวทะเล)

มีห้องพักในเมืองฮอนนิ่งสแวกแน่นอน(เมืองที่ชมพระอาทิตย์เที่ยงคืน) หากไม่ได้นอนเมืองนี้ต้องเดินทางไกลถึงสามชั่วโมงเพื่อไปยังเมืองที่ใกล้ที่สุด

Tour Price

BookingDepartArriveAirlinePriceDownload
10 มิ.ย. 6321 มิ.ย. 63142,900฿download pdf
17 มิ.ย. 6328 มิ.ย. 63142,900฿download pdf
1 ก.ค. 6312 ก.ค. 63152,900฿download pdf
15 ก.ค. 6326 ก.ค. 63152,900฿download pdf
22 ก.ค. 632 ส.ค. 63152,900฿download pdf
5 ส.ค. 6316 ส.ค. 63152,900฿download pdf
 หมายเหตุทัวร์สแกนดิเนเวีย10วัน รายละเอียดด้านหน้านี้เป็นรายการเบื้องต้น หากท่านต้องการรับรายละเอียดโปรแกรมที่สมบูรณ์กรุณาติดต่อพนักงานขาย หรือกดดาวน์โหลดไฟล์ PDF ด้านบน
วันที่ 1กรุงเทพฯ (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ) – โคเปนเฮเกน  
22.30สมาชิกทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศชั้น 4 โดยมี เจ้าหน้าที่บริษัทวันเวิลด์ ทัวร์ คอยอำนวยความสะดวก
วันที่ 2โคเปนเฮเกน – ชมเมือง – เรือสำราญ DFDS – ออสโล
01.20เหิรฟ้าสู่กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก โดยสายการบินไทย แอร์เวย์ Thai Airways  Q เที่ยวบินที่ TG950
07.40ถึงกรุงโคเปนเฮเกน เมืองหลวงของประเทศเดนมาร์ค นำท่านผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมือง นำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมืองโคเปนเฮเกน

ชมรูปปั้น “The Little Mermaid” ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นของขวัญแก่กรุงโคเปนเฮเกน เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม ค.ศ.1913 รูปปั้นนี้เกิดขึ้นจากการที่ คาร์ล จาค็อบเซน บุตรชายของผู้ก่อตั้งบริษัทเบียร์คาร์ลสเบิร์ก ดูบัลเล่ต์เรื่อง The Little Mermaid แล้วรู้สึกประทับใจในนิทานเรื่องนี้มาก จึงเป็นแรงบันดาลใจ จ้าง เอ็ดวาร์ด อีริกเซน นักปั้นฝีมือดีปั้นรูปนางเงือกขึ้นมา นับเป็นสถานที่ยอดฮิตที่ถูกถ่ายภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
ชมน้ำพุแห่งราชินีเกฟิออน “Gefion Springvandet” น้ำพุขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ด้านหน้าท่าเรือเมืองโคเปนเฮเกน มีตำนานเล่าว่า ราชินีเกฟิออนได้รับมอบหมายจากเทพเจ้าผู้ทรงอิทธิฤทธิ์ ให้กอบกู้ชาติบ้านเมือง พระนางจึงให้พระโอรสทั้งสี่ของพระองค์แปลงกายเป็นพระโค เพื่อช่วยกันไถพื้นดินจนกลายเป็นแผ่นดินเดนมาร์กในปัจจุบัน แล้วชาวเดนนิชก็ได้สร้างอนุสาวรีย์ไว้เพื่อเป็นเกียรติและเพื่อเป็นการระลึกถึง
ชมจตุรัส พระราชวังอามาเลียนบอร์ก” “Amalienborg Palace” พระราชวังฤดูหนาว สร้างในศตวรรษที่ 18 เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 300  ปี ของราชวงศ์ไอดเดนบวร์ก บริเวณตรงกลางเป็นจัตุรัสที่ตั้งอนุสาวรีย์กษัตริย์เฟรดเดอริกที่ 5 แห่งเดนมาร์ก จตุรัสแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของโบสถ์เฟรดเดอริก “Frederiks Kirke” โบสถ์รูปโดมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในสแกนดินีเวีย
ชม ย่านเขตท่าเรือ ชื่อว่า “Nyhavn” ซึ่งเป็นเขตท่าเรืออันเก่าแก่ของโคเปนเฮเกน ซึ่งเป็นเขตท่าเรืออันเก่าแก่ของโคเปนเฮเกน โดยพระเจ้าเฟรเดอริกที่ 5 ทรงรับสั่งให้สร้างท่าเรือใกล้ๆ ตัวเมืองหลวง เพื่อให้สะดวกง่ายต่อการขนย้ายสินค้า ในย่านนี้จะเป็นที่ตั้งของร้านอาหาร ผับ บาร์มากมาย รวมถึงที่มีอาคารบ้านเรือนตั้งแต่ยุคคริสต์ศตวรรษที่ 17 เรียงราย เป็นภาพที่งดงาม
เที่ยงบริการอาหารกลางวันที่ HEREFORD VILLAGE เมนูพิเศษ.!! สเต็กเนื้อ หรือ ซี่โครงหมูอบ
บ่าย เดินเล่นย่านถนน “Strøget” แหล่งช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดของโคเปนเฮเกน และอยู่ในใจกลางเมือง Strøget เป็นถนนคนเดินยาวที่สุดในโลกที่มี ตั้งแต่ร้านขายของที่ระลึก, ห้างสรรพสินค้าอิลลุม, ร้านขายแต่งบ้าน,  ร้านขายขนมหวานร้านช็อกโกแลต ไปจนถึงร้านขายสินค้าหรูของแบรนด์เนมชื่อดังมากมาย อิสระใหท่านเดินเล่นช้อปปิ้งตามอัธยาศัย
15.00เดินทางสู่ท่าเรือเพื่อนำคณะลงเรือสำราญขนาดใหญ่ DFDS ซึ่งสะดวกสบายด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกนานาชนิด เช่น ภัตตาคาร บาร์ ไนต์คลับ และเพลินกับการเลือกซื้อสินค้าปลอดภาษี หรือเดินเล่นชมวิวบนดาดฟ้าเรือตามอัธยาศัย
ค่ำบริการอาหารมื้อค่ำ แบบบุฟเฟ่ต์อาหารทะเลเมนูพิเศษ สแกนดิเนเวียนซีฟู๊ด Scandinavian Seafood พร้อมเครื่องดื่มท่านละ 1 แก้ว ณ ภัตตาคารภายในเรือ ประทับใจกับอาหารทะเลสดจากมหาสมุทรแอตแลนติก และจากทะเลเหนือ
พักที่:บนเรือ DFDS ด้วยห้องพักแบบ Outside Cabin เห็นวิวทะเล (พักห้องละ 2 ท่าน) (หากต้องการอัพเกรด ห้องพักเป็นห้องสวีท กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่)
วันที่ 3ออสโล – กอล – ฟลัม – นั่งรถไฟสายโรแมนติก FLAMBANA
เช้า  บริการอาหารมื้อเช้าแบบสแกนดิเนเวียน ณ ห้องอาหารในเรือสำราญ
09.30 น.เรือเทียบท่า ณ กรุงออสโล จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ แหล่งแนวฟจอร์ดอันงดงาม ชื่นชมกับธรรมชาติของน้ำตกที่ไหลรินจากภูผาอันสูงชันลงสู่เบื้องล่างเป็นภาพที่ติดตาตรึงใจไปอีกนานแสนนาน แวะเมืองเกลโลเพื่อรับประทานอาหาร เป็นเมืองสกีรีสอร์ท ที่มีชื่อเสียงของประเทศนอร์เวย์
เที่ยงบริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย

 

นั่งรถไฟสายโรแมนติค “ฟลัมสบานา” (FLAMSBANA) หนึ่งในเส้นทางรถไฟที่สูงและสวยที่สุดในโลก ฟลัมบาน่าเป็นเส้นทางรถไฟสายเก่าแก่ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1940 ระหว่างนั่งรถไฟ แวะจอดที่สถานีน้ำตกจอสฟอสเซ่น (Kjosfossen) ชมความสวยงามและสัมผัสความชุ่มฉ่ำจากละอองน้ำของน้ำตกที่มีความสูงถึง 225 เมตร ท่านจะประทับใจกับทัศนียภาพที่สวยงามตลอดเส้นทาง
ค่ำบริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ :Stalheim Hotel / Freitheim Hotel / Park Hotel Vossevangenหรือระดับใกล้เคียง
วันที่ 4ล่องเรือชม ฟจอร์ด – เบอร์เกน – ชมเมือง 
เช้าบริการอาหารเช้า ที่ห้องอาหารของโรงแรม

หลังอาหารนำท่านเดินทางเข้าสู่ท่าเรือฟลัม นำท่าน…เดินทางสู่ท่าเรือ ลงเรือ เพื่อชมซอจ์นฟจอร์ด ชื่นชมทัศนียภาพชวนฝันของฟจอร์ด ที่สวยที่สุดของโลก ท่านจะ เห็นภูผาหินสูงตระหง่านที่ธรรมชาติบรรจงสลักไว้ดูวิจิตรพิสดารบนเนินลาดริมฝั่งมีบ้านซัมเมอร์เฮ้าส์ ที่สร้างจากไม้สน ระหว่างล่องเรือจะนกนางนวลบินตามลำเรือ สร้างความประทับใจให้แก่ทุกท่าน จากนั้นเดินทางสู่เมือง “เบอร์เกน”

เที่ยงบริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย

 

เดินทางเข้าสู่เมืองเบอร์เก้น เมืองท่าโบราณ เเละมีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่สองของนอร์เวย์ โดยได้รับสมญานามว่าเป็นเมืองเเห่งเจ็ดขุนเขาของนอร์เวย์ เพราะด้วยที่ตั้งที่รายล้อมไปด้วยภูเขาสูงที่มีความงดงามนำท่าน…

นั่งรถรางขึ้นสู่ยอดเขา Floyen บนความสูง 320 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล ชมวิวทิวทัศน์ของเมืองอันเป็นภาพบรรยากาศที่งดงามและประทับใจ ได้เวลาสมควร นำท่านลงเขา เดินเล่นชมเมือง เริ่มจากเขตเมืองเก่าอันเป็นที่ตั้งของ Fish Market ที่เป็นทั้งตลาด ปลาอันเก่าแก่และศูนย์การคมนาคมทางทะเลและท่องเที่ยวในภูมิภาคนี้
ชมหมู่บ้านชาวประมงโบราณ Bryggen  สิ่งก่อสร้างเก่าแก่ที่ยังคงอนุรักษ์อาคารไม้สีสันสวยงามที่มีอายุเกือบ 300 ปี เรียงรายตลอดแนว นับเป็นตัวอย่างการก่อสร้างที่โดดเด่นและมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม จนได้รับการจดทะเบียนให้เป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก (Unesco) ในปี 1970
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร 
พักที่ :Scandic Hotel Bergen / หรือระดับใกล้เคียง
วันที่ 5ออสโล – ลานกระโดดสกี “ฮอลเมนโคลเลน” – ปราสาทและ
ปราการอาร์เคอร์ชูร์ – ช้อปปิ้งย่านถนน “คาร์ล โจฮัน
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ โรงแรมที่พัก 
07.40เดินทางสู่กรุงออสโล โดยสายการบิน Norwegian Airlines เที่ยวบินที่
08.40ถึงกรุงออสโล เมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์ เมืองเก่าอายุกว่า 900 ปี ซึ่งในยุคนั้นออสโลถือเป็นในเมืองอาณานิคมใหญ่ของจักรวรรดิ์ไวกิ้งโบราณ ชม ลานกระโดดสกี “ฮอลเมนโคลเลน” ที่เคยใช้ในการแข่งขันสมัยนอร์เวย์เป็นเจ้าภาพกีฬาโอลิมปิคฤดูหนาม เมื่อปี 1952
ชม “อุทยานฟรอกเนอร์” ลานปฎิมากรรมกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลก จากผลงานของ “กุสตาฟ วิคเกอร์แลนด์” ปฏิมากรชื่อดัง ซึ่งที่นี่มีปฎิมากรรมมากกว่า 200 ชิ้น โดยผลงานชิ้นเอกเป็นเสากลางอุทยานซึ่งมีควมสูงถึง 17 เมตร ชื่อ Monolitten รอบเสาแกะสลักเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับวัฎจักรชีวิตมนุษย์ ลักษณะของเสาโมโนลิท เป็นรูปคนจำนวนมากมายปีนป่ายกันอยู่บนเสาใช้เวลาสร้างรวม 22 ปี  
เที่ยงบริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย ปราสาทและปราการอาร์เคอร์ชูร์ Akershus Fortress ปราสาทและป้อมโบราณแห่งนี้ที่สร้างขึ้นในปี 1299 ในสมัยของกษัตริย์ฮากอนที่ 5 บนเดินเขาริมทะเล และในสมัยกษัตริย์คริสเตียนที่ 4 ทรงบูรณะซ่อมแซมป้อมปราการแห่งนี้ให้เป็นปราสาทในรูปแบบเรอเนสซองส์ และใช้เป็นที่ประทับของราชวงศ์มาตลอดในยุคของพระองค์
นำท่านถ่ายรูปบริเวณด้านหน้า พระราชวังหลวง “Royal Palace” แห่งกรุงออสโล พระราชวังแห่งนี้มีสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิกที่สวยงาม โดยมีรูปปั้นกษัตริย์เฟรเดอริกที่ 5 (Frederik V) ทรงม้าบริเวณด้านหน้าพระราชวัง และเมื่อมองลงไปจากเนินพระราชวังแล้วจะเห็นสวน Slottsparken และ “ถนนคาร์ล โจฮัน” ถนนช้อปปิ้งที่มีสินค้ามากมาย รวมถึงยังเป็นที่ตั้งของ “โรงละครแห่งชาติ” ที่สร้างขึ้นในปี 1899, “มหาวิทยาลัยออสโล” มหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดของนอร์เวย์ สร้างขึ้นในปี 1852, และ “อาคารรัฐสภา” “Stortinget” ที่เปิดใช้มาตั้งแต่ปี 1866 จากนั้นอิสระกับการเดินเล่นถ่ายภาพอาคารเก่าแก่โบราณตลอดเส้นทางเดินลงมาจากเนินด้านหน้าพระราชวัง หรือช้อปปิ้งย่านถนนคาร์ลโจฮันตามอัธยาศัย
ค่ำบริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร / นำท่านเข้าสู่ที่พัก
พักที่ :RADISSON BLU HOTEL OSLO หรือระดับใกล้เคียง
วันที่ 6ออสโล – อัลต้า – ฮอนนิ่งสแวค – กิจกรรมปูยักษ์(King Crab)
นอร์ทเคป “ชมพระอาทิตย์เที่ยงคืนพร้อมจิบแชมเปญ และรับใบประกาศนียบัตร”
เช้าบริการอาหารมื้อเช้า  ณ ห้องอาหารของที่พัก // หลังอาหารเดินทางสู่สนามบิน
09.30เดินทางสู่เมืองอัลต้า โดยสายการบิน Norwegian Airlines เที่ยวบินที่…
11.30เดินทางถึงสนามบินอัลต้า อัลตาเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดในฟินน์มาร์ค และได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งแสงเหนือและหอดูแสงเหนือแห่งแรกของโลกซึ่งสร้างขึ้นที่นี่บนเขาฮาลด์เดอในค.ศ.1899 จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่เมืองฮอนนิ่งสแวค ผ่านหมู่บ้านชาวประมงที่น่ารัก ท่านจะเห็นวัฒนธรรมของชาวบ้านแถบนี้อย่างเต็มที่ ผ่านชมแนว พอร์เสนเจอร์ฟยอร์ด (Porsanger fjord) ที่สวยงาม
เที่ยงบริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่ายเดินทางผ่านธรรมชาติป่าอันงดงามตามแบบฉบับของเขตขั้วโลกเหนือ นำท่านลอดอุโมงค์ใต้ทะเล เข้าสู่เกาะมาเกอโรย่า (Magerøya Island) สู่เมืองฮอนนิ่งสแวค เมืองเอกประจำเกาะ ซึ่งเป็นดินแดนที่มีชุมชนอยู่เหนือสุดของประเทศนอร์เวย์ นำท่านเข้า…จากนั้นนำท่านร่วมกิจกรรมปูยักษ์…King Crab Express ณ หมู่บ้านชาวประมงเมือง

ฮอนนิ่งสแวก ทำจะได้รับความรู้เกี่ยวกับปูยักษ์(King Crab) ที่อยู่อาศัยอยู่ในบริเวณตอนเหนือของนอร์เวย์เท่านั้น ปูยักษ์เป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศนอร์เวย์ แต่ล่ะตัวจะมีน้ำหนักประมาณ 10-13 กิโลกรัม ส่วนขา ที่ยาวที่สุดประมาณ 1.8 เมตร เลยที่เดียว ไกด์ท้องถิ่นจะแสดงกรรมวิธีการจับปูให้ทุกท่านดูและให้ทุกท่านได้ลองสัมผัสด้วยตัวเอง จากนั้นจะนำปูมาปรุงเป็นอาหารให้ทุกท่านได้ทานอย่างจุใจ(Crab Shack)

จากนั้นนท่านเข้าสู่ที่พัก

ค่ำบริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร // จากนั้นเดินทางต่อสู่นอร์ธเคป จุดเหนือสุดของยุโรป ชมศาลาไทย ที่จัดสร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงการเสด็จประพาสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อปี พ.ศ. 2450 และทรงลงพระปรมาภิไธยย่อ “จปร” ไว้บนศิลาภายในศาลาเป็นที่เก็บรวบรวมเรื่องราว ในการเสด็จประพาสของพระองค์ฯ นับเป็นพิพิธภัณฑ์ไทยที่อยู่เหนือสุดของโลก ชมปรากฏการณ์ธรรมชาติ “พระอาทิตย์เที่ยงคืน” ริมฝั่งมหาสมุทรอาร์คติคแห่งขั้วโลกเหนือ พร้อมชื่นชมดวงอาทิตย์ที่ส่องแสงสุกสว่างยามราตรี *** พิเศษจิบแชมเปญแกล้มคาเวียร์ฉลองการมาเยือน และท่านจะได้ประกาศนียบัตรรับรอง การเดินทางมาชมพระอาทิตย์เที่ยงคืนในครั้งนี้
พักที่ :SCANDIC NORDKAPP / SCANDIC HONNINGVAG  หรือระดับใกล้เคียง
วันที่ 7ฮอนนิ่งสแวค (นอร์ธเคป) – ทะเลสาบอินารี – โรวาเนียมิ  
เช้าบริการอาหารมื้อเช้า ณ โรงแรมที่พัก
หลังอาหารเดินทางสู่เมืองอิวาโร่ เมืองเล็กที่อยู่ในเขตแลปแลนด์ ริมฝั่งแม่น้ำอิวาโล่ ผ่านชม “ทะเลสาบอินารี” แหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ และที่อยู่อาศัยของชนพื้นเมืองชาวซามิ จากนั้นนำท่านเข้าชม “พิพิธภัณฑ์ ชาวแลปป์” ชมสภาพจำลองความเป็นอยู่ของชาวแลปป์ คนท้องถิ่นพื้นเมืองที่อาศัยอยู่ในแถบขั้วโลกเหนือ กระจายอยู่ในประเทศรัสเซีย ฟินแลนด์ นอร์เวย์ และบางส่วนของสวีเดนมาเป็นเวลานาน
เที่ยงบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร // หลังอาหารเดินทางสู่เมืองโรวาเนียมี
เดินทางสู่เมืองโรวาเนียมี “Rovaniemi” เมืองหลวงของเขตแลปแลนด์ โดยเมืองนี้ตั้งอยู่บนเส้นอาร์กติก เซอร์เคิล (Arctic Circle) พอดีอันเส้นละติจูดที่ใช้แบ่งเขตขั้วโลกเหนือกับเขตภูมิอากาศแบบอบอุ่น และเป็นเขตแดนที่สามารถมองเห็นปรากฏการณ์พระอาทิตย์เที่ยงคืนได้ในช่วงฤดูร้อนและแสงเหนือในช่วงฤดูหนาว อิสระให้ท่านเดินเล่นชมเมืองตามอัธยาศัย
ค่ำบริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่:SANTA CLAUS HOTEL / SOKOS VAAKUNA / หรือระดับใกล้เคียง 
วันที่ 8โรวาเนียมี – หมู่บ้านซานต้า คลอส – เคมิ
The Experience 365 – ภัตตาคารน้ำแข็ง – เฮลซิงกิ
เช้า  บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก // หลังอาหารนำท่าน…เข้าชม “หมู่บ้านซานตา คลอส” Santa Claus Village ซึ่งชาวฟินแลนด์ได้สร้างขึ้นเพื่อระลึก ถึงลุงซานตาคลอสผู้ใจดี ให้ท่านได้ถ่ายรูปคู่กับลุงซานต้า และท่านจะได้มีโอกาสส่งโปสการ์ดให้เพื่อนๆ ของท่านจากตู้ไปรษณีย์ของซานต้า พร้อมถ่ายรูปกับซานตา คลอส หรือเลือกซื้อของที่ระลึกตามอัธยาศัย
จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่เมืองเคมิ เมืองน่ารักริมชายฝั่งอ่าวบอธเนีย นำท่านเข้าสู่อาคาร Experience 365  
เที่ยงบริการอาหารมื้อกลางวันมื้อพิเศษ ณ ภัตตาคารน้ำแข็ง Snow Experience 365
บ่าย*** ภัตตาคารน้ำแข็งแห่งนี้เปิดบริการตลอดทั้งปี  SnowExperience365 ภายในจะมีประติมากรรมน้ำแข็งที่น่าทึ่ง ท่านเพลิดเพลินกับรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ของเมนู Snow & Ice Tasting โต๊ะอาหารน้ำแข็งที่ล้อมรอบด้วยรูปปั้นที่สวยงามที่ทำจากน้ำแข็ง แก้วน้ำแข็งที่ทำด้วยมือในอุณหภูมิ -5 องศาเซลเซียสแม้ในช่วงกลางฤดูร้อน” ด้วยสภาพแวดล้อมที่เยือกแข็งและอาหารเลิศรส
จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่สนามบินเมืองอูลู
18.00เดินทางสู่กรุงเฮลซิงกิ โดยสายการบิน ภายในประเทศ
19.15ถึงกรุงเฮลซิงกิ จากนั้นนำท่านท่านเข้าสู่ตัวเมือง
ค่ำบริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร / นำท่านเข้าสู่ที่พัก
พักที่:RADISSON BLU HOTEL / หรือระดับใกล้เคียง   
วันที่ 9เฮลซิงกิ – ชมเมือง – เรือซิลเรียไลน์
เช้าบริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก // หลังอาหารนำท่านชมกรุงเฮลซิงกิเมืองหลวงของฟินแลนด์ ซึ่งมีสถาปัตยกรรมแบบ ผสมผสานระหว่างสวีดิชและรัสเซีย นำท่านชม… “โบสถ์หินเทมเปอเลียวคิโอ” Templiaukkio Church หรือที่รู้จักกันในนาม “โบสถ์หิน” (Rock Church) โบสถ์แห่งนี้แต่เดิมเป็นภูหินแกรนิตใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางเมือง ถูกสร้างขึ้นโดยการระเบิดชั้นหินธรรมชาติ ซึ่งออกแบบโดย Timo และ Tuomo Suomalainen สองพี่น้องสถาปนิกชาวฟินแลนด์
“มหาวิหาร” Uspenski Cathedral วิหารออร์ธอดอกซ์แห่งนี้สร้างขึ้นในปีค.ศ.1864 โดยใช้เวลาก่อสร้างถึง 6 ปี โดยตัววิหารเป็นสีน้ำตาลอิฐ โดมสีฟ้าอ่อน และยอดโดมเป็นสีทอง  ภายในตกแต่งอย่างวิจิตรงดงามด้วยสีทองและอัญมณี มหาวิหารแห่งนี้ถือเป็นเครื่องแสดงถึงความสัมพันธ์ของฟินแลนด์กับรัสเซียโดยที่รัสเซียเคยปกครองฟินแลนด์อยู่ถึง 100 กว่าปี
จากนั้นเข้าสู่ เซเนท สแควร์ (Senate Square) เป็นจตุรัสกลางเมือง โดยใจกลางจตุรัสมี อนุสาวรีย์พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ ที่ 2 ประดิษฐานอยู่อย่างโดดเด่นเป็นสง่า ชมมหาวิหารเฮลซิงกิ สร้างในรูปแบบนีโอคลาสสิค มาตั้งแต่ปีค.ศ.1830-1852 เพื่ออุทิศให้แก่นักบุญนิโคลัส ซึ่งในอดีตเรียกว่าโบสถ์นิโคลัส “Nicholas Church”
เที่ยงบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารไทย
หลังอาหารชม อนุสาวรีย์ซีบีริอุส “Sibelius Monument” ที่สร้างขึ้นมาเพื่อเป็นอนุสรณ์เเก่นักประพันธ์เพลงคลาสสิกชาวฟินเเลนด์ที่มีชื่อเสียงอย่างมากในระดับโลกอย่าง Jean Sibelius ซึ่งเขาคนนี้นี่เองที่เป็นผู้ประพันธ์เพลงปลุกใจชาวฟินเเลนด์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างมากในชื่อเพลงฟินแลนเดีย ที่กล่าวถึงความรักชาติเเละอิสระเสรีภาพ เพื่อปลุกใจให้ชาวฟินน์ทุกคนลุกขึ้นมาต่อสู้เรียกร้องเอกราชจากรัสเซีย จากนั้นอิสระให้ท่านเดินเล่นย่าน “ตลาดนัดริมทะเล” Market Square ที่มีชื่อเสียงนอกจากจะเป็นตลาดย่านใจกลางเมืองที่ขายของที่ระลึกแก่นักท่องเที่ยว แหล่งขายปลานานาชนิด อาหารผลไม้ และดอกไม้ หรือช้อปปิ้งที่ห้าง Stockman  ตามอัธยาศัย
15.30นำท่านเดินทางสู่ท่าเรือ เพื่อเดินทางเปลี่ยนบรรยากาศโดยเรือสำราญขนาดมหึมา “ซิลเลียไลน์” Silja Line ซึ่งเป็นเรือสมุทร ขนาดใหญ่ที่สุดของสแกนดิเนเวีย ล่องผ่านทะเลบอลติก สู่กรุงสต๊อกโฮล์ม ประเทศสวีเดน เพลิดเพลินกับความสนุกสนานมากมายในเรือ อาทิ ภัตตาคาร, ร้านอาหาร, บาร์, ไนต์คลับ, ดิสโก้เธค, ศูนย์สันทนาการสำหรับครอบครัว, ร้านค้าปลอดภาษี และเสี่ยงโชคในคาสิโนมีระดับชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามของหมู่เกาะแก่งหิน ท่าเรือ และบ้านไม้สมัยศตวรรษที่ 19
ค่ำบริการอาหารมื้อค่ำ แบบบุฟเฟ่ต์อาหารทะเลเมนูพิเศษ สแกนดิเนเวียนซีฟู๊ด Scadinavian Seafood ณ ภัตตาคารภายในเรือ ประทับใจอาหารจากทะเลเหนือและทะเลบอลติก ทดลองชิมไข่ปลาคาร์เวีย และปลาแซลมอนแบบต่างๆพร้อมทั้งชิมไวน์เลิศรส เพลิดเพลินกับความหรูหราที่ไม่ธรรมดาในคืนพิเศษนี้
ที่พักบนเรือสำราญซิลเลียไลน์: Silja Line (ในห้องแบบ Out Side เห็นวิวทะเล พักห้องละสองท่าน หากต้องการอัพเกรด ห้องพักเป็นห้องสวีท กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่)
วันที่ 10สต๊อกโฮล์ม – ชมเมือง – ช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์เนมที่ห้าง NK
เช้าบริการอาหารมื้อเช้าแบบสแกนดิเนเวียน ณ ห้องอาหารในเรือสำราญ
09.45เรือเข้าเทียบฝั่งกรุงสต๊อกโฮล์ม นำท่านเข้าสู่ “กรุงสต๊อกโฮล์ม” เมืองหลวงของประเทศสวีเดน ที่มีความสวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก จนได้รับการขนานนามว่า “ความงามบน ผิวน้ำ” Beauty on Water หรือ “ราชินีแห่งทะเลบอลติค” เที่ยวชมเมืองหลวงของประเทศสวีเดน นำท่านขึ้นสู่จุดชมวิวพร้อมชมความสวยงามของกรุงสต๊อกโฮล์ และเมืองเก่า “แกมล่าสแตน จากบริเวณจุดชมวิว จากนั้นนำท่าน…
เข้าชม “พิพิธภัณฑ์เรือวาซา” ชมเรือรบวาซา ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการทำสงครามกับเยอรมนี แต่เรือรบลำนี้กลับไม่มีโอกาสที่จะได้ออกไปลอยลำต่อหน้าศัตรูของสวีเดนเลยเพราะหลังจากเรือรบวาซาร์ได้ถูกปล่อยลงน้ำได้เพียง 30 นาที เรือรบวาซาร์ก็ล่มและจมลงสู่ก้นทะเลอย่างรวดเร็ว และถูกทิ้งให้จมอยู่ใต้ทะเลบอลติคนานถึง 333 ปี
นำท่านเข้าชม “ซิตี้ ฮอลล์” City Hall หรือศาลาว่าการเมืองซึ่งใช้เวลาสร้างถึง 12 ปี ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังของสวีเดน คือ Ragnar Ostberg สร้างด้วยอิฐแดงกว่า 8 ล้านก้อน และมุงหลังคาด้วยหินโมเสค สร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี 1911 และทุกปีจะมีพิธีมอบรางวัล “โนเบล” Nobel Prize ที่ ซิตี้ ฮอลล์นี้
เที่ยงบริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร เมนูพิเศษ กุ้งล๊อบสเตอร์ พร้อมปลาหมึกทอด Calamari
นำท่านเข้าชม “ซิตี้ ฮอลล์” City Hall หรือศาลาว่าการเมืองซึ่งใช้เวลาสร้างถึง 12 ปี ออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังของสวีเดน คือ Ragnar Ostberg สร้างด้วยอิฐแดงกว่า 8 ล้านก้อน และมุงหลังคาด้วยหินโมเสค สร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี 1911 และทุกปีจะมีพิธีมอบรางวัล “โนเบล” Nobel Prize ที่ ซิตี้ ฮอลล์นี้
จากนั้นอิสระให้ท่านช้อปปิ้ง ที่ห้างสรรพสินค้าเอ็นเค NK ซึ่งเป็น“ห้างที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปเหนือ”  หรือย่าน Walking Street อันทันสมัย ที่เต็มไปด้วยสินค้าแบรนด์เนมมากมาย เช่น Louis Vuitton, Chanel, NUDIE JEANS, Hermes, Burberry, Adidas, Nike ฯลฯ
ค่ำบริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร / นำท่านเข้าสู่ที่พัก
พักที่SCANDIC TALK HOTEL / หรือระดับใกล้เคียง  
วันที่ 11สต๊อกโฮล์ม – ซิกทูน่า (เมืองหลวงเก่า) – เดินทางกลับ  
เช้าบริการอาหารมื้อเช้าแบบสแกนดิเนเวียน

หลังอาหารชมเมือง “ซิกทูน่า” (Sigtuna) เมืองหลวงแห่งแรกของประวัติศาสตร์สวีเดน จนได้รับฉายาว่า City of Kings, Home of Vikings ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงสต็อค นึ่งในเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์มากที่สุดเมืองหนึ่งของสวีเดนมาตั้งแต่ ศตวรรตที่ 10 หรือกว่า 1,100 ปีมาแล้ว กษัตริย์สวีเดนเคยประทับอยู่ที่เมืองนี้ราวๆ 250 ปี // ได้เวลาสมควรนำท่านออกเดินทางสู่สนามบิน

14.20ออกเดินทางสู่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยการบินไทยเที่ยวบินที่ TG961
วันที่12 กรุงเทพฯ (สนามบินสุวรรณภูมิ)
05.30เดินทางถึงกรุงเทพฯ…โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
หมายเหตุโปรแกรมการเดินทางอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม อาจเนื่องจากสภาพ ลม, ฟ้า, อากาศ และสถานการณ์ในการเดินทางในขณะนั้น ตามดุลยพินิจของหัวหน้าทัวร์และมัคคุเทศก์ท้องถิ่น