Additionally, paste this code immediately after the opening tag:
cesky M
Schonbrunn Palace M
shutterstock_348402776
shutterstock_519670771
shutterstock_559176121
shutterstock_678034318
cesky M
Schonbrunn Palace M
shutterstock_348402776
shutterstock_519670771
shutterstock_559176121
shutterstock_678034318

WQR0208M ยุโรปตะวันออก 8 วัน QR [MUC-VIE] 12-19 APR 2020

มิวนิค – โอเบอรามาเกา – โฮเฮนชวานเกา –  ปราสาทนอยชวานชไตน์ – จัตุรัสมาเรียนพลัทซ์ – ซาลส์บวร์ก– อุทยานมิราเบลล์ ฮัลสตัทท์ –  พัสเซา – เชสกี้คลุมลอฟ – ปราสาทคลุมลอฟ – ปราสาทปร๊าก – เขตเมืองเก่า –  สะพานชาร์ลส์- ปร๊าก

ปราสาทบราติสลาวา – บูดาเปสต์– มหาวิหารเซนต์สตีเฟ่น – ฮีโร่ สแควร์ – คาสเซิ่ล ฮิลล์

ป้อมฟิชเชอร์แมน  ล่องเรือชมแม่น้ำดานูบ – ช้อปปิ้ง Outlet Parndorf  –เวียนนา – ชมพระราชวังเชินบรุนน์

สวนสาธารณะสตัดปาร์ค – โบสถ์เซนต์สตีเฟน                                                    

Tour Price

BookingDepartArriveAirlinePriceDownload
12 เม.ย. 6319 เม.ย. 6359,900฿download pdf
หมายเหตุรายละเอียดด้านหน้านี้เป็นรายการเบื้องต้น หากท่านต้องการรับรายละเอียดโปรแกรมที่สมบูรณ์กรุณาติดต่อพนักงานขาย หรือกดดาวน์โหลดไฟล์ PDF ด้านบน
วันแรกท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
16.30น.สมาชิกทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศชั้น 4 เคาน์เตอร์สายการการ์ตาร์แอร์เวย์ พร้อมเจ้าหน้าที่คอยดูแลเช็คสัมภาระและบัตรที่นั่งบนเครื่อง
21.05ออกเดินทางสู่กรุงโดฮาร์ ประเทศการ์ตาร์…โดยสายการบิน QATAR AIRWAYS เที่ยวบินที่ QR839
วันที่สองมิวนิค – โอเบอรามาเกา – โฮเฮนชวานเกา –
ปราสาทนอยชวานชไตน์ – จัตุรัสมาเรียนพลัทซ์
00.40เดินทางถึงประเทศการ์ตาร์ ให้ท่านแวะพักเปลี่ยนเครื่อง
01.50ออกเดินทางสู่กรุงมิวนิค…โดยสายการบิน QATAR AIRWAYS เที่ยวบินที่ QR059
07.00เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติมิวนิค ประเทศเยอรมนี หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้า เมือง และด่านศุลกากร
นำท่านออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ “เมือง โอเบอรามาเกา” “Oberammergau” เมืองเล็กๆ ตัวเมืองยังงดงามด้วยภาพเขียนสีบนผนังบ้านเรือนที่เกี่ยวกับคริสต์ศาสนาทั่วทั้งเมืองมีร้านรวงเล็กๆที่จำหน่ายสินค้าของที่ระลึกสำหรับศาสนิก เก็บภาพประทับใจกับบรรยากาศที่คลาสสิกจากนั่นนำท่านออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ “เมืองโฮเฮนชวานเกา” ในแคว้นบาวาเรียของเยอรมนี เมืองที่ตั้งอยู่ทางแคว้นบาวาเรียตอนใต้ของเยอรมนี ติดชายแดน ชมกับทิวทัศน์ริมสองข้างทางที่เต็มไปด้วยความเขียวขจีของขุนเขาเดินทางสู่เมืองชวานเกา เมืองชนบทเล็กๆ ที่แสนโรแมนติก
เที่ยงบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร  
บ่ายนำท่านนั่งรถมินิบัสขึ้นสู่ที่ตั้งของ “ปราสาทนอยชวานสไตน์” (กรณีอากาศไม่เอื้ออำนวย เพื่อความปลอดภัยขอผู้เดินทาง ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการนำท่านเดินเท้าขึ้นแทน) นำท่าน “ถ่ายรูปคู่กับปราสาทนอยชวานสไตน์” (ภายนอก) ซึ่งเป็นปราสาทตั้งอยู่ในเทือกเขาแอลป์ สร้างในสมัยพระเจ้าลุดวิกที่ 2 แห่งบาวาเรีย ในช่วง ค.ศ. 1845-86 เป็นปราสาทที่งดงามมากที่สุดอีกแห่งหนึ่งของโลก  ตัวปราสาทตั้งอยู่บนบนหินผาขนาดใหญ่ยักษ์ สูงกว่า 200 เมตร เหนือออบแก่งของแม่น้ำพอลลัท เป็นปราสาทหลังใหญ่สีขาว ตั้งอยู่กลางป่าเขาลำเนาไพร ที่ซึ่งมีสีสันแปลกแปลง แตกต่างไปในแต่ละฤดูกาลได้ ปราสาทหลังนี้ เพิ่งได้รับขนานนามว่า “นอยชวานสไตน์” ก็เพียงภายหลังจากที่ กษัตริย์ลุดวิกที่ 2 ได้เสด็จสวรรคตแล้วในปี 1886  แม้กระทั่งราชาการ์ตูนอย่าง “วอล์ทดิสนีย์” ยังได้จำลองแบบปราสาทแห่งนีไปเป็นปราสาทในเทพนิยาย อันเปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของดิสนีย์แลนด์ ได้เวลาอันควรนำท่านออกเดินทางกลับสู่กรุงมิวนิค (130 กม.)
ค่ำบริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่:AZIMUT HOTEL / LEONARDO HOTEL  หรือที่พักระดับใกล้เคียง
วันที่สามมิวนิค – ซาลส์บวร์ก – อุทยานมิราเบลล์ – ฮัลสตัทท์ – พัสเซา
เช้าบริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านเดินทางสู่ “เมืองซาลส์บวร์ก”  เมืองอนุรักษ์ที่ตั้งอยู่สองฝั่งของแม่น้ำซาลซัค ระหว่างเส้นทางผ่านชม “ทะเลสาบมอนด์เซ” ที่ใช้เป็นฉากถ่ายทำตอนหนึ่งในภาพยนตร์ “เดอะซาวด์ ออฟ มิวสิค” ที่โด่งดังไปทั่วโลก ชม “อุทยานมิราเบลล์” อุทยานของปราสาทที่ใช้เป็นสถานที่แต่งงานที่จัดได้ว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ชมสวนแคระ “ซแวร์เกิล การ์เท่น” และทิวทัศน์ของ “ป้อมโฮเฮนซาลส์บวร์ก” เป็นฉากหลังเพิ่มความมีเสน่ห์ให้กับสวนแห่งนี้…ข้ามสู่ฝั่งเมืองเก่าที่ถนนเกรไทเดร้ ถนนช้อปปิ้งที่มีการตกแต่งไว้อย่างงดงามอีกเส้นหนึ่งของโลก จากนั้นถ่ายภาพที่ระลึกหน้า “บ้านพักโมสาร์ท” ซึ่งเป็นนักดนตรีเอก ที่ชาวออสเตรียภาคภูมิใจ เดินเล่นในบริเวณ “จัตุรัสโมซาร์ท” ชม อนุสาวรีย์ของโมสาร์ท มหาวิหารแห่งซาลส์บวร์ก ศิลปะแบบบารอคในยุคต้น
เที่ยงบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร  
บ่ายนำท่านเดินทางสู่ “เมืองฮัลล์สตัทท์” (87 กม.) เมืองริมทะเลสาบที่สวยที่สุดในโลก ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของทะเลสาบฮัลล์ชตัทท์ ทะเลสาบในเขตภูมิภาคซาลซ์คัมเมอร์กุท และยังเป็นหนึ่งในเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับต้นๆของประเทศออสเตรีย โดยเมืองฮัลล์ชตัทท์นั้นอยู่ในรัฐอัปเปอร์ออสเตรีย ซึ่งเป็น 1 ใน 9 รัฐของประเทศออสเตรีย ดินแดนซึ่งมีวัฒนธรรมสืบทอดต่อกันมานานถึง  3,500 ปี เดิน  เล่นชมเมือง ฮาลสตัดซ์ ชมสถาปัตยกรรมที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวด้วยการประดับเครื่องไม้และเก็บเกี่ยวประสบการณ์จากจารีตประเพณีที่ยังคงมีชีวิตชีวา ได้เวลาอันควร นำท่านเดินทางสู่เมืองพัสเซา
ค่ำ

บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร   

พักที่ :IBB SUD HOTEL หรือที่พักระดับใกล้เคียง
วันที่สี่พัสเซา – เชสกี้คลุมลอฟ (เมืองมรดกโลก) – ปราสาทคลุมลอฟ – ปร๊าก  ปราสาทปร๊าก – เขตเมืองเก่า – อนุสาวรีย์ยานฮุส – สะพานชาร์ลส์  
เช้าบริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านออกเดินทางสู่ “เมืองเชสกี้ คุมลอฟ (เมืองมรดกโลก)” เป็นเมืองขนาดเล็กในภูมิภาคโบฮีเมียใต้ของสาธารณรัฐเช็กมีชื่อเสียงจากสถาปัตยกรรมและศิลปะของเขตเมืองเก่าและปราสาทครุมลอฟซึ่งเขตเมืองเก่านี้ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกด้วยทำเลที่ตั้งของตัวเมืองที่มีน้ำล้อมรอบทำให้กลายเป็นปราการที่สำคัญในการป้องกันข้าศึกในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางด้านการปกครองการพิพากษาคดีและการจัดเก็บภาษี ต่อมาในปี ค.ศ.1963 ได้รับการประกาศว่าเป็นเมืองที่ได้รับการอนุรักษ์และภายหลังจากมีการเปลี่ยนแปลงทางสังคมของประเทศ ในตอนปลายปี ค.ศ.1989 ได้มีการบูรณะอาคารและปราสาทครั้งใหญ่โดยยังคงรักษารูปแบบเดิมไว้อย่างน่าชื่นชม จากประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน มีความสำคัญและโดดเด่นในการอนุรักษ์สถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่า ทำให้องค์การยูเนสโก้ได้ขึ้นทะเบียนเมืองครุมลอฟให้เป็นเมืองมรดกโลกในปี ค.ศ.1992  จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ “กรุงปร๊าก”  เมืองหลวงของสาธารณรัฐเช็ค ซึ่งตั้งอยู่ริมสองฟากฝั่งแม่น้ำวัลตาวา
เที่ยงบริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่ายนำท่านถ่ายรูปคู่กับความยิ่งใหญ่ของ “ ปราสาทปร๊าก ” (ภายนอก) ปราสาทนี้ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ.885เป็นศิลปะสไตล์  โกธิค สร้างขึ้นโดยเจ้าชายบริโวจเดิมในสมัยกลางเคยเป็นที่ประทับของกษัตริย์สมัยต่างๆ ในจักรวรรดิโบฮีเมียตลอดมานับเป็นศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองของกรุงปร๊ากมาตั้งแต่ศตวรรษที่12  ปัจจุบันนี้ได้ถูกใช้เป็นทำเนียบรัฐบาล และเป็นที่พำนักของประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐเช็ค จากนั้นนำท่านท่านเดินทางเข้าสู่ศูนย์กลางของปราสาทที่แวดล้อมไปด้วยโบราณสถานเก่าแก่อายุกว่า650ปี ชมความใหญ่โตโอ่อ่าของ “ มหาวิหารเซนต์วิตัส ” โบสถ์เก่าแก่สไตล์โกธิค ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1929 เป็นมหาวิหารอันศักดิ์สิทธิ์และทรงคุณค่าที่สุดอย่างยิ่งของชาวเช็ค  ทุกคนเนื่องจากใช้เป็นที่เก็บพระศพของกษัตริย์พระองค์ต่างๆ อีกทั้งยังเป็นที่เก็บมงกุฎเพชรที่ทำขึ้นในสมัยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 4 กษัตริย์ผู้สร้างความเจริญสูงสุดที่ทำให้กรุงปร๊ากกลายเป็นเมืองหลวงอันยิ่งใหญ่ของอาณาจักรโบฮีเมียและจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ ชมหน้าต่างที่ประดับด้วยกระจกสีอันงดงามเป็นรูปภาพของนักบุญองค์ต่างๆ  จากนั้นนำท่านเข้าสู่เขตเมืองเก่า นำชม “สะพานชาร์ลส์” สะพานสัญลักษณ์ของกรุงปร๊าก ที่สร้างข้ามแม่น้ำวัลตาวาในช่วงศตวรรษที่14 ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโกธิก ตลอดราวสะพานมีประติมากรรมหินทรายรูปปั้นของนักบุญต่างๆ ถึง 30 รูป ชม “จัตุรัสเมืองเก่าสตาเรเมสโต” บริเวณโดยรอบ  ล้วนเป็นอาคาร และวิหารเก่าแก่อายุกว่า 600 – 700 ปี ที่มีความงดงามโดดเด่น ชม “อนุสาวรีย์ยานฮุส” ผู้นำฝ่ายปฏิรูปศาสนาซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกนอกรีตและถูกเผาทั้งเป็น ชม “หอนาฬิกาดาราศาสตร์” ที่ทุกๆ 1 ชั่วโมงจะมีตุ๊กตาสาวกพระคริสต์ (12 Apostles) ออกมาเดินผ่านหน้าต่างเล็กๆ ด้านบนจากนั้นอิสระกับการเดินเล่น  หรือช้อปปิ้งสินค้าที่ระลึกพื้นเมืองไตล์เช็ค และโบฮีเมียน อาทิเช่น เครื่องแก้วสีต่างๆ ตุ๊กตาหุ่นกระบอก ฯลฯ
ค่ำบริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ :DUO HOTEL / INTERNATIONAL HOTEL  หรือที่พักระดับใกล้เคียง
วันที่ห้าปร๊าก – บราติสลาวา(สโลวาเกีย) – ปราสาทบราติสลาวา – บูดาเปสต์ (ฮังการี) – มหาวิหารเซนต์สตีเฟ่น – ฮีโร่ สแควร์
เช้า

 

บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านออกเดินทาง “กรุงบราติสลาวา” เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสโลวัค  รวมทั้งเป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในภูมิภาคยุโรปกลาง มีประชากรประมาณ 450,000 คน กรุงบราติสลาวาตั้งอยู่บนสองฝั่งแม่น้ำดานูบ ที่บริเวณพรมแดนของสโลวาเกียกับออสเตรียและฮังการี ใกล้กับพรมแดนสาธารณรัฐเชก เมืองนี้ตั้งอยู่ห่างจากกรุงเวียนนาเพียง 50 กิโลเมตร เป็นนครสำคัญทางการเมือง เศรษฐกิจและทางวัฒนธรรมของแคว้นสโลวาเกีย โบสถ์และสถานที่สำคัญต่าง ๆ เช่น ปราสาทที่เคยใช้เป็นป้อมปราการสมัยโบราณ เก็บภาพความสวยงามของ “ปราสาทบราติสลาวา” อันเป็นสัญลักษณ์ของเมืองและแนวเทือกเขาคาร์เปเทียนเริ่มต้นในบริเวณเมืองนี้ด้วย ภูเขาลิตเทิลคาร์เปเทียน (ส่วนหนึ่งของเทือกเขาคาร์เปเทียน)
เที่ยงบริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย

 

นำท่านเดินทางสู่  “กรุงบูดาเปสต์” เมืองหลวงของประเทศฮังการี (194 กม.) เมืองที่มีแม่น้ำดานูบไหลผ่านกลางเมือง นำท่านชมความยิ่งใหญ่อลังการของ “มหาวิหารเซนต์สตีเฟ่น” สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1851 เสร็จสมบูรณ์เมื่อปี ค.ศ.1905 ใช้เวลากว่า 54 ปีในการก่อสร้าง มีความสูงถึง 96 เมตรถือว่าเป็นอาคารที่มีความสูงที่สุดในบูดาเปสต์ ชม “ฮีโร่สแควร์” ซึ่งเป็นลานโล่งกว้างขนาดใหญ่ พร้อมชม “อนุสาวรีย์แห่งสหัสวรรษ” ที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการก่อตั้งอาณาจักรฮังการีครบรอบ 1,000 ปี
ค่ำบริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ :MERCURE BUDAPEST BUDA HOTEL  หรือที่พักระดับใกล้เคียง
วันที่หกคาสเซิ่ล ฮิลล์ – ป้อมฟิชเชอร์แมน – ล่องเรือชมแม่น้ำดานูบ – ช้อปปิ้ง Outlet Parndorf  เวียนนา
เช้า

 

บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านขึ้นสู่ “คาสเซิ่ลฮิลล์” ชม “ป้อมฟิชเชอร์แมนบาสเตียน” ที่สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงความกล้าหาญของชาวประมงผู้เสียสละชีวิตเพื่อปกป้องบ้านเมืองในช่วงที่ถูกมองโกลรุกรานในปี ค.ศ.1241-1242 ชม “อนุสาวรีย์ของพระเจ้าสตีเฟ่น” ปฐมกษัตริย์ของชาวแมกยาร์ทรงม้าเด่นเป็นสง่าอยู่หน้าป้อมปราการ ผ่านชม “สะพานเชน” หรือสะพานโซ่” สัญลักษณ์ของกรุงบูดาเปสต์ นำท่าน “ล่องเรือชมวิวทิวทัศน์สองฝากฝั่งแม่น้ำดานูบ” แม่น้ำนานาชาติไหลผ่านหลายประเทศ ระหว่างการล่องเรือท่านจะได้ชม “อาคารรัฐสภาที่สวยที่สุดของยุโรป” สัญลักษณ์ของประเทศ อาคารนี้ถูกสร้างแบบ  นีโอโกธิคอันโดดเด่น ชมอาคารบ้านเรือนสถาปัตยกรรมเก่าแก่คู่บ้านคู่เมือง
เที่ยงบริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย

 

นำท่านออกเดินทางเข้าสู่  “Outlet Parndorf” (195 กม.) ให้ท่านได้มีเวลาเลือกซื้อสินค้าแบรนด์เนมมากมายในราคาพิเศษ เช่น Lacoste, Samsonite, McGregor, Prada, New Balance, Hallhuber, Gucci, Michael Kors, Guess, Polo Ralplauren, Geox, Bally, Armani, Burberry, Camel, Timberland, Vans, Levi’s, Diesel, Nike, Adidas ฯลฯ จากนั้นเดินทางสู่ “กรุงเวียนนา
ค่ำอิสระอาหารค่ำ เพื่อให้ทุกท่านได้เลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย
พักที่ :MERCURE HOTEL WESTBAHNHOF / FOURSIDE HOTEL หรือที่พักระดับใกล้เคียง
วันที่เจ็ด เวียนนา (ออสเตรีย) – ชมพระราชวังเชินบรุนน์ – สวนสาธารณะสตัดปาร์ค
โบสถ์เซนต์สตีเฟน – เดินทางกลับ
เช้า

 

บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่าน ถ่ายรูปคู่กับ “พระราชวังเชินบรุนน์” Schonbrunn Palace (ภายนอก)  พระราชวังฤดูร้อนอันยิ่งใหญ่ของราชวงศ์ฮัปสบวร์กที่ถูกสร้างขึ้นในปลายศตวรรษที่ 17 โดยพระประสงค์ของ “พระนางมาเรียเทเรซ่า” จักรพรรดินีแห่งจักรวรรดิโรมันที่ตั้งพระทัยว่า จะสร้างพระราชวังแห่งนี้ให้มีความงดงามไม่แพ้พระราชวังแวร์ซายส์ในกรุงปารีส  ด้านหลังของพระราชวังในอดีตเคยใช้เป็นที่ล่าสัตว์ปัจจุบันได้ตกแต่งเป็น สวนและ น้ำพุอย่างสวยงาม อันเป็นที่มาของชื่อพระราชวังเชินบรุนน์ในอดีตนั้นพระราชินีฝรั่งเศส มารีอังตัวเนต ได้เคยใช้ชีวิตช่วงวัยเด็ก ณ พระราชวังแห่งนี้ และ โมสาร์ทยังเคยมาบรรเลงดนตรี จักพรรดินโปเลียนเคยได้เสด็จมาประทับอยู่กับพระราชโอรสของพระองค์ ชมอุทยานและสวนดอกไม้นานาพันธุ์ จากนั้นนำท่านชม  “กรุงเวียนนา” ผ่านชม “ถนนวงแหวน ” Ring Strasse ผ่านชม โรงอุปรากร (โอเปร่าเฮาส์), พระราชวังฮอฟบวร์ก, อาคารรัฐสภา, ศาลาว่าการ, มหาวิทยาลัยเวียนนา,โบสถ์ประจำเมือง, ศาลสูง ฯลฯ  เดินเล่นใน “สวนสาธารณะสตัดปาร์ค” สวนสาธารณะอันร่มรื่นใจกลางเมือง ชม “อนุสาวรีย์ โยฮันสเตร้าส์ จูเนียร์” Johann Strauss ศิลปินที่มีชื่อเสียงก้องโลก จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ “ถนนคาร์ทเนอร์” ย่านถนนการค้าที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง มีห้างสรรพสินค้าและร้านค้าต่างๆ มากมาย  เชิญท่านเลือกซื้อหาของฝากจากออ สเตรีย อาทิเช่น เครื่องแก้วเจียระไน, คริสตัล ของที่ระลึก และ สินค้าแบรนด์เนมชื่อดังของยุโรป พร้อมชม “โบสถ์เซนต์สตีเฟน” (St.Stephen Cathedral) เป็นโบสถ์เก่าแก่สร้างในศิลปะโกธิกตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 13 ถือเป็นโบสถ์คู่บ้านคู่เมืองของประเทศออสเตรีย ได้เวลาอันควรนำท่านเดินทางสู่สนามบินนานาชาติเวียนนา เพื่อทำ Tax Refund
22.55เหิรฟ้าสู่กรุงโดฮาโดยสายการบิน QATAR AIRWAYS เที่ยวบินที่ QR186
วันที่แปดท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ            
05.10เดินทางถึงประเทศการ์ตาร์ ให้ท่านแวะพักเปลี่ยนเครื่อง
08.30เหิรฟ้าสู่กรุงเทพฯ…โดยสายการบิน QATAR AIRWAYS เที่ยวบินที่ QR832
19.00เดินทางถึงกรุงเทพฯ…โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ
*หมายเหตุ

 

โปรแกรมการเดินทางอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม เนื่องจากสภาพ ลม ,ฟ้า , อากาศ,การล่าช้าอันเนื่องมาจากสายการบิน และสถานการณ์ในต่างประเทศที่ทางคณะเดินทางในขณะนั้น เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง ได้มอบหมายให้ หัวหน้าทัวร์ผู้นำทัวร์ มีอำนาจตัดสินใจ ณ ขณะนั้นทั้งนี้การตัดสินใจ  จะคำนึงถึงผลประโยชน์ของหมู่คณะเป็นสำคัญ