Additionally, paste this code immediately after the opening tag:
0d
1
buenos aires L4
cuernos del paine L1
cuernos del paine L2
cuzco L1
iguazu falls L1
iguazu fallsL2
machu pichu L2
machu pichu L3
rio de janeiro M1
rio de janeiro M2
rio de janeiro M3
salto grande fall
sugar loaf M1
torres del paine L1
upsala glacier L1
upsala glacier L3
0d
1
buenos aires L4
cuernos del paine L1
cuernos del paine L2
cuzco L1
iguazu falls L1
iguazu fallsL2
machu pichu L2
machu pichu L3
rio de janeiro M1
rio de janeiro M2
rio de janeiro M3
salto grande fall
sugar loaf M1
torres del paine L1
upsala glacier L1
upsala glacier L3

WPEK5016R อเมริกาใต้ [บราซิล-เปรู-ชิลี-อาร์เจนติน่า] 16วัน EK [GIG-BAI] APR-OCT 2020

เซา เปาโล – ริโอ เดอ จาเนโร – น้ำตกอีกวาสุ – นั่งเรือเจ็ทมาคูคู – เขื่อนอีไตปู

ลิม่า – คูชโก – มาชูปิชู อาณาจักรอินคา – ซานติเอโก – ปาตาโกเนีย

*** เที่ยวสบายๆ มีเวลาในเมืองต่างๆอย่างเต็มอิ่ม ***

หัวหน้าทัวร์มืออาชีพ / สายการบินอิมิเรตส์ / อาหารพิเศษกุ้งมังกร, ซีฟู๊ด, บาบีคิว รสเลิศ

พักโรงแรมสี่ดาว / นั่งรถไฟชมวิวสู่เมืองโบราณมาชู ปิชู ที่ยิ่งใหญ่

วัน เวิลด์ ทัวร์ ขอนำเสนอ สุดยอดโปรแกรมการเดินทาง ที่จะทำให้ทุกท่านประทับใจ กับบรรยากาศ ความตื่นเต้น ความสนุกสนาน และสีสัน ของธรรมชาติ และวัฒนธรรมแห่งทวีปอเมริกาใต้ ที่ทุกคนยอมรับว่ายิ่งใหญ่และลึกลับที่สุดในการเดินทางต้องรู้ว่าเมืองไหนคุ้มค่าแก่การท่องเที่ยวควรอยู่นาน ควรอยู่สั้น ทางบริษัท วัน เวิลด์ ทัวร์ ขอบอกว่าเรารู้เส้นทางเกี่ยวกับอเมริกาใต้ เป็นอย่างดี และมั่นใจว่าทุกท่านจะประทับใจกับการเดินทางครั้งนี้อย่างแน่นอน

***นำท่านสัมผัส มาชูปิชู อาณาจักรอินคา*** สิ่งมหัศจรรย์ของโลก นั่งรถไฟสายท่องเที่ยวสู่ดินแดนลึกลับที่เคยรุ่งเรืองมากที่สุดอาณาจักรหนึ่งแต่ได้สูญหายไปจากโลกนี้

***น้ำตก อีกวาสุ สิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ***  ท่านจะตะลึงไปกับความยิ่งใหญ่ของน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในโลก  ซึ่งเราจะนำท่านไปสัมผัสอย่างใกล้ชิด

*** เที่ยวชมดินแดนปาตาโกเนีย *** ทั้งฝั่งชิลีและฝั่งอาร์เจนติน่า ความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่ทุกท่านจะต้องหลงรัก ชมธารน้ำแข็ง, ทะเลสาบ และดินแดน ชิลี ฟยอร์ด

Tour Price

BookingDepartArriveAirlinePriceDownload
18 ก.ย. 633 ต.ค. 63359,900฿download pdf
16 ต.ค. 6330 ต.ค. 63359,900฿download pdf
วันที่1กรุงเทพฯ – ดูไบ
22.00พร้อมกันที่สนามบินสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์  สายการบินอิมิเรสต์ แอร์ไลน์ Emirates Airlines โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยอำนวยความสะดวก
วันที่2       ดูไบ – ริโอ เดอ จาเนโร – ชมเมือง – หาดโคปาคาบาน่า
01.05ออกเดินทางสู่กรุงดูไบ ประเทศสหรัฐ อาหรับ เอมิเรตส์โดยเที่ยวบินที่ EK385 (ประมาณ 6 ชั่วโมง)
05.00เดินทางถึงสนามบินดูไบ ประเทศสหรัฐ อาหรับ เอมิเรตส์ / นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
07.10ออกเดินทางสู่กรุง ริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล โดยสายการบินเอมิเรต
เที่ยวบินที่
EK247(ใช้เวลาเดินทางประมาณ 14 ชั่วโมง)
15.00เดินทางถึงกรุง ริโอ เดอ จาเนโร ประเทศบราซิล หลังจากผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว
นำท่านออกเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง นำท่านชมเมืองริโอ เดอ จาเนโร ถูกค้นพบในเดือนมกราคม ค.ศ. 1565 และได้รับการขนานนามตามชื่อเดือนที่ ถูกค้นพบ โดย Estacio De Sa หลังจากที่ประกาศ อิสรภาพจากประเทศโปรตุเกส  ริโอ จึงกลายเป็นเมืองหลวงของประเทศบราซิล จนถึง ปี ค.ศ.1960 เมืองหลวงได้ย้ายไปอยู่ที่ Brasília แทนแต่เมืองนี้ยังคงเป็นเมืองที่มีความสำคัญด้านวัฒนธรรมและเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของประเทศและยังเป็นเมืองหลวงของรัฐริโอ เดอ จาเนโร อีกด้วย นำท่านชมวิวริมชายหาดโคบาคาบาน่า ที่มีความยาวกว่า 4 กิโลเมตร และเป็นสถานที่หนึ่งซึ่งชาวบราซิลถือเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ขาดเสียมิได้
ค่ำบริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร แบบบราซิเลียน บาบีคิว
พักที่Windsor Leme Hotel / หรือเทียบเท่าระดับใกล้เคียง
วันที่3     ริโอ เดอ จาเนโร – ชมเมือง – ยอดเขาชูการ์โลฟ
ยอดเขาคอร์โควาโด – Christ the Redeemer
เช้าบริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พักนำท่านชมเมืองริโอ เดอ จาเนโร ถูกค้นพบในเดือนมกราคม ค.ศ. 1565 และได้รับการขนานนามตามชื่อเดือนที่ ถูกค้นพบ โดย Estacio De Sa หลังจากที่ประกาศ อิสรภาพจากประเทศโปรตุเกส  ริโอ จึงกลายเป็นเมืองหลวงของประเทศบราซิล จนถึง ปี ค.ศ.1960 เมืองหลวงได้ย้ายไปอยู่ที่ Brasília แทนแต่เมืองนี้ยังคงเป็นเมืองที่มีความสำคัญด้านวัฒนธรรมและเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของประเทศและยังเป็นเมืองหลวงของรัฐริโอ เดอ จาเนโร อีกด้วย นำท่านขึ้นรถกระเช้าไปสู่ยอดเขาชูการ์โลฟ อันเป็นภูเขาที่สูงถึง 1,400 เมตร ตั้งอยู่บนปลายแหลมที่ยื่นออกไปในทะเลแห่งอ่าวกัวนาบารา และยังตั้งอยู่โดดเด่นคู่กับภูเขาคอร์โควาโด เพื่อชมทิวทัศน์และภาพอันงดงามของเมืองริโอ ณ ยอดเขาชูการ์โลฟ ยังถือเป็นสัญลักษณ์ของกรุงริโอ อีกด้วย
เที่ยงบริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคารพื้นเมือง
บ่ายนำท่านผ่านชมฟลาเมนโก พาร์ค สะพาน Neteroi ก่อนลัดเลาะเลียบชายฝั่งทะเล ผ่านชายหาด ที่มีชื่อเสียงก้องโลกบริเวณชายหาดโคปาคาบานาที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก ซึ่งมีความยาวของชายหาดถึง 4 กิโลเมตรออกเดินทางโดยรถไฟ Funicular เพื่อเดินทางขึ้นสู่ยอดเขาคอร์โควาโด(Corcovado) เพื่อชมรูปปั้นพระเยซูคริสต์ยืนอ้าแขนรอผู้ไถ่บาป ตั้งตระหง่านอย่างสง่าด้วยความสูงถึง 38 เมตร และยังได้รับการโหวตให้เป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคใหม่
ค่ำบริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคารจีน
พักที่Windsor Leme Hotel / หรือเทียบเท่าระดับใกล้เคียง
วันที่4        ริโอ เดอ จาเนโร – สนามมารากาน่า – เซอลารอน – อีกวาสุ
เช้าบริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พักนำท่านชมสนามกีฬามารากาน่า ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นเหมือนวิหาร ของฟุตบอลบราซิล ก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับสามของเมือง และเป็นสถานที่ที่ชาวเมืองภาคภูมิใจมาก มีเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ของฟุตบอลบราซิลเกิดขึ้นที่นี่มากมาย เช่น การยิงประตูที่ 1,000 ของเปเล่ ตำนานลูกหนังแซมบ้าเมื่อ 40 ปีก่อน และยังเป็นสนามที่เขาลงเล่นให้ทีมชาติเป็นนัดแรกด้วย สนามนี้ถูกใช้เป็นที่จัดพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิลเป็นเจ้าภาพรวมถึงใช้จัดพิธีเปิดและปิดกีฬาโอลิมปิก 2016 อันยิ่งใหญ่ จากนั้นนำท่านเข้าสู่เขตเซอลารอนนำท่านเก็บภาพสีสันความสวยงามสไตล์สตรีทแบบบราซิล
เที่ยงบริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร / นำท่านออกเดินทางสู่สนามบิน
15.00ออกเดินทางสู่เมืองอีกวาสุโดยสายการบินภายในประเทศ  เที่ยวบินที่….
17.15เดินทางถึง เดินทางถึง เมืองอีกวาสุ ฝั่งบราซิล นำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง
ค่ำบริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคารจีน
พักที่Bourbon Cataratas Convention & Spa Resort / เทียบเท่าระดับใกล้เคียง
วันที่5อีกวาสุ – ชมน้ำตกอีกวาซู – นั่งเรือเจ็ทมาคูคู – นั่งรถจิ๊ปชมป่า
Devil’s Throat Trail – เขื่อนอิไตปุ – ลิม่า
เช้าบริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านชมความยิ่งใหญ่ของน้ำตกอีกวาซู คำว่าอีกวาซู แปลว่า “สายน้ำอันยิ่งใหญ่” เป็นคำมาจากภาษากวารานี Guarani  ชาวอินเดียนแดงเผ่าดั้งเดิม น้ำตกอีกวาซูตั้งอยู่บริเวณรอยต่อพรมแดนระหว่างประเทศบราซิลกับประเทศอาร์เจนตินา เป็นน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ และขึ้นชื่อว่าใหญ่ที่สุดในโลก   โดยใหญ่กว่าน้ำตกไนแองการาประมาณ 4 เท่า น้ำตกอีกวาซู เกิดจากแม่น้ำอีกวาซูซึ่งไหลมาจากที่ราบสูงปารานา ตกจากขอบที่ราบสูงขนาดใหญ่ลงสู่พื้นที่ราบต่ำกว่า จึงกลายเป็นน้ำตก ขนาดใหญ่เป็นแนวยาวกว่า 4 กิโลเมตร สูงกว่า 269 ฟุต ประกอบด้วยน้ำตกน้อยใหญ่อีก 275 แห่ง ในช่วงฤดูฝนระหว่างเดือนพฤศจิกายนจนถึงเดือนมีนาคมปริมาณน้ำมีมากถึงกว่า 13.6 ล้านลิตรต่อวินาที แต่ในช่วงฤดูร้อน คือระหว่างเมษายนถึงเดือนตุลาคม ปริมาณน้ำจะลดลงเหลือ 2.3 ล้านลิตรต่อวินาที บริเวณรอบ ๆ น้ำตกจะเกิดละอองน้ำอยู่ตลอดเวลาและมีเสียงดังไปไกลกว่า 24 กิโลเมตร ค้นพบโดยนักสำรวจชาวสเปนชื่อ Al Varo Nunes Cabeza De Veca เมื่อปี ค.ศ.1542 จัดเป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติอีกสิ่งหนึ่งซึ่งท่านจะได้สัมผัส นำท่านนั่งรถจิ๊ปตะลุยป่าดงดิบ บริเวณน้ำตก ซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์มากๆ ท่านจะได้ชมไม้ป่านานาชนิดที่หายาก และเพลิดเพลินกับธรรมชาติของป่าไม้ที่งดงามยิ่ง จากนั้นนำท่านลงนั่งเรือเจ็ท ล่องแม่น้ำอีกวาซู เพื่อชื่นชมกับความงดงามของน้ำตกแห่งนี้อย่างใกล้ชิด พร้อมความสนุกสนาน ตื่นเต้นที่ท่านจะได้รับจากการล่องเรือเล่นคลื่นของน้ำตกแห่งนี้  ท่านจะได้ชมน้ำตกอีกวาซูฝั่งประเทศบราซิลซึ่งมีความสวยงามที่สุด
เที่ยงบริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่ายนำท่านเข้าชมความสวยงามของน้ำตกอีกวาสุ จากจุดชมวิว Devil’s Throat Trail ซึ่งท่านจะได้เก็บวิว ความสวยงามของน้ำตกอย่างจุใจ มีเวลาให้ท่านเลือกซื้อสินค้าที่ระลึกจากงานฝีมือคนท้องถิ่น นำท่านออกเดินทางสู่เขื่อนพลังน้ำที่ใหญ่ที่สุดในโลก อิเขื่อนอิไตปู(Itaipu) คำว่าอิไตปู แปลว่า”เสียงเพลงจากก้อนหิน”มาจากภาษากวารานิ(Guarani)ชาวอินเดียนแดงเผ่าดั้งเดิม เขื่อน อิไตปู เป็นเขื่อนคอนกรีตขนาดใหญ่ซึ่งในอดีตจัดได้ว่าเป็นเขื่อนที่ใหญ่ที่สุดในโลกก่อนที่เขื่อนสามหุบเขาของจีนจะแล้วเสร็จ สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1984 แล้วเสร็จในปี ค.ศ.1988 เขื่อนอิไตปูกั้นแม่น้ำปารานาบริเวณเขตแดนระหว่างประเทศบราซิลกับประเทศปรากวัย จึงทำให้เขื่อนนี้เป็นทั้งผนังกันน้ำเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าและเป็นสะพานเชื่อมระหว่างสองประเทศอีกด้วย เขื่อนอิไตปูเป็นเขื่อนคอนกรีตชนิดเขื่อนแบบกลวง มีขนาดความสูง 180 เมตร มีความยาวกว่า 8 กิโลเมตร ใช้คอนกรีตในการสร้างกว่า 28 ล้านตัน ซึ่งสามารถสร้างสนามฟุตบอลได้ 210 สนาม และใช้เหล็กมากขนาดสร้างหอไอเฟลได้ 380 หอเลยทีเดียว เมื่อสร้างเสร็จด้านเหนือเขื่อนจึงเกิดอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่มีเนื้อที่กว่า 1,550 ตารางกิโลเมตร ระยะทางยาวลึกขึ้นไปทางเหนือเขื่อนอีกกว่า 160 กิโลเมตร มีเครื่องกำเนิดไฟฟ้า 18 เครื่อง มีกำลังการผลิต 12,600 เมกะวัตต์ จึงสามารถจ่ายไฟให้กับประเทศปรากวัยได้ทั้งประเทศรวมทั้งเมืองใหญ่ของบราซิลทั้งนครเซาเปาโล และนครริโอ เดอ จาเนโร ได้อย่างสบาย แต่ภายหลังได้มีโครงการเพิ่มเครื่องกำเนิดไฟฟ้าเป็น 20 เครื่อง ภายในปี 2550 และสามารถเพิ่มกำลังการผลิตเป็น 14,000 เมกะวัตต์

*** ท่านใดต้องการนั่งเฮลิคอปเตอร์ชมวิวน้ำตกแบบเบิร์ดอายวิว กรุณาติดต่อหัวหน้าทัวร์ ***

คํ่าบริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคารจีน / ได้เวลาสมควรนำท่านออกเดินทางสู่สนามบิน
20.00ออกเดินทางสู่ กรุงลิม่า โดยเที่ยวบินที่ ….
22.10เดินทางถึงกรุงลิม่า ประเทศเปรู จากนั้นนนำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก
พักที่Double tree El Pardo Lima / เทียบเท่าระดับใกล้เคียง
วันที่6ลิม่า – ชมเมือง – คูชโก – ชมเมืองเก่า
เช้าบริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม / ออกเดินทางสู่สนามบิน
10.00ออกเดินทางสู่คูชโกดินแดนแห่งมายา โดยสายการบินภายในประเทศแอร์เปรู เที่ยวบินที่….
11.30เดินทางถึงคูชโก  นำท่านเดินทางสู่ย่านใจกลางเมือง คูชโก CUZCO นครหลวงโบราณของเปรู
เที่ยงบริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านชมนครคูชโคซึ่งตั้งอยู่เหนือระดับน้ำทะเลถึง
3,400เมตร และเป็นแหล่งอารยธรรมยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่ลึกลับน่าทึ่งเป็นชุมชนเก่าแก่ของจักรวรรดิอินคาอันรุ่งเรืองทิ้งร่องรอยแห่งความเจริญไว้เป็นซากปรักหักพังโบราณสถานและโบราณวัตถุต่างๆ เมืองคูชโกเป็นเมืองหลวงของจักรวรรดิอินคา ตามตำนานของอินคา เมืองคุชโก ถูกสร้างโดยปาชากูตี ผู้ซึ่งทำลายเมืองเก่าและสร้างกคูชโกใหม่ให้เป็นศูนย์กลางแห่งอาณาจักรอินคาที่ยิ่งใหญ่ แต่จากหลักฐานทางโบราณคดีบ่งชี้ว่าเมืองนี้ได้ค่อย ๆพัฒนาขึ้นตั้งแต่สมัยก่อนปาชากูตีแล้วเมืองถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนคือคูซโกตอนบน Hanan และคูซโกตอนล่าง Urin ซึ่งถูกแบ่งย่อยต่อไปอีกเป็น 4 เขต Suyu ได้แก่ ชินไชย์ซูยู (เขตตะวันตกเฉียงเหนือ) อันตีซูยู (เขตะวันออกเฉียงเหนือ) กุนตีซูยู (เขตตะวันตกเฉียงใต้) และกูยาซูยู (เขตตะวันออกเฉียงใต้) ถนนจากทั้งสี่ส่วนนี้เชื่อมต่อไปถึงสี่ภาคของอาณาจักร นำท่านชมวิหารถ้ำใต้ดินที่ประกอบศาสนพิธี ซากป้อมสังเกตการณ์ “ปูคาปูตารา” ทัมปูมาเช สถานพักผ่อนและสถานอาบน้ำที่ยังคงใช้การได้อยู่สิ่งเหล่านี้ได้แสดงถึงความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมของชาวอินคาที่น่าประหลาดใจอย่างยิ่ง นำท่านเข้าชมกลุ่มป้อมปราการที่ยิ่งใหญ่ Sacsayhuaman สถานที่ป้องกันข้าศึกศัตรู อายุกว่า500ปี โดยการนำหินขนาดใหญ่มาต่อเรียงกัน เสมือนภาพจิกซอ ซึ่งรอยต่อแนบสนิทแม้กระดาษบางๆ ยังไม่สามารถผ่านได้ หินก้อนที่ใหญ่ที่สุดมี ความสูง 8.5 เมตร และน้ำหนักถึง 300 ตัน มีเวลาให้ท่านเก็บภาพความประทับใจอย่างเต็มที่
คํ่ารับประทานอาหารค่ำ ห้องอาหารโรงแรม
พักที่Novotel Cusco Hotel / เทียบเท่าระดับใกล้เคียง
วันที่7คูชโก – นั่งรถไฟสู่มาชู ปิชู –ชมมาชูปิชู อาณาจักรอินคาโบราณ
(สิ่งมหัศจรรย์ของโลก)
– คูชโก
เช้าบริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พักจากนั้นนำท่านเดินทางโดยรถไฟ นำท่านไต่เขาแอนด์ดีสอันลึกลับระหว่างทางในการนั่งรถไฟท่านจะได้ชื่นชมกับธรรมชาติที่แสนงดงามของเมืองต่างๆ ในเปรูสู่เมืองเก่ามาชู ปิชู (MACHU PICHU) นครที่สาบสูญไปของอาณาจักรอินคา บนยอดเขาสูงที่มักจะถูกหมอกปกคลุมอยู่เสมอ เป็น นครที่มีผู้พยายามสำรวจค้นหาอยู่เป็นเวลานาน จนถึงปี 1911 นครแห่งนี้จึงปรากฏสู่สายตาชาวโลกในลักษณะสภาพเมือง บ้านเรือน พระราชวัง วิหาร ซึ่งยังคงสภาพเดิมที่ดีราวกับได้รับการอนุรักษ์ดูแลไว้อย่างน่าอัศจรรย์
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านชมนครลี้ลับ มาชูปิกชู สถานที่แห่งนี้สร้างขึ้นประมาณปี ค.ศ.1450 โดยจักรพรรดิปาชากูตีของชาวอินคา จนกระทั่งชาวสเปนได้ชัยชนะเหนือเปรู มาชู ปิชู จึงกลายเป็นเมืองร้าง จากฐานทางโบราณคดีแสดงหลักฐานว่า มาชูปิกชูไม่ได้เป็นกลุ่มหรือเมือง แต่เป็นการสร้างที่พักอาศัยของผู้ดีชาวอินคา  (คล้าย ๆ กับบ้านพักตากอากาศของเศรษฐีชาวยุโรป) พื้นที่โดยส่วนใหญ่เป็นปราสาทและวัดที่สร้างเพื่อถวายแค่เทพพระเจ้าของชาวอินคา และสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ที่สร้างเพื่อผู้ดูแลศาสนสถานมีการตั้งสมมุติฐานว่าในมาชูปิกชูมีจำนวนประชากรอาศัยอยู่สูงสุดประมาณ 750 คน ณ ช่วงเวลาหนึ่ง บางส่วนจะอาศัยอยู่ในเมืองระหว่างฤดูฝน และจะกลับมาที่มาชู ปิชู เป็นชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น นำท่านชมบริเวณโดยรอบของมาชู ปิชู ได้เวลานำท่านเดินทางกลับโดยรถไฟชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามสู่เมืองคูชโค

คํ่าบริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร  / นำคณะเดินทางเข้าสู่ที่พัก
พักที่Novotel Cusco Hotel / เทียบเท่าระดับใกล้เคียง
วันที่8คุชโค – ชมเมือง – ลิม่า – ชมเมืองโบราณ   
เช้าบริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่สนามบิน
10.00ออกเดินทางสู่กรุงลิม่า โดยเที่ยวบินที่…..
11.40เดินทางถึงลิม่า เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเปรู
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร

นำท่านเดินทางสู่  (Pachacamac Ruins) ซึ่งมีความหมายว่า “ผู้สร้างโลก” เป็นเมืองโบราณที่สร้างขึ้นและสันนิษฐานว่าสร้างขึ้นระหว่างปี 800-1450 ก่อนคริสตกาล ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงลิมา ในอดีตปกครองโดยอาณาจักรอินคา บริเวณโดยรอบเป็นที่ตั้งของปิระมิดหลากหลายรูปแบบที่ได้มีการขุดค้นพบขึ้น และส่วนที่เรียกได้ว่าสมบูรณ์ที่สุดคือ วิหารปาชาคามา นำท่านเข้าชมภายในวิหารและโบราณสถานโดยรอบที่ได้ขุดค้นพบในเมืองนี้ และชมความยิ่งใหญ่ของเมืองโบราณแห่งอาณาจักรอินคาอีกแห่งหนึ่ง ได้เวลานำท่านแวะถ่ายรูปกับ Huaca Hualiamarca ซึ่งเป็นปิระมิดดินขนาดใหญ่ ตั้งตระหง่านให้นักท่องเที่ยวเก็บภาพและความน่าประทับใจ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ย่านกลางเมืองลิม่าเมืองหลวงของประเทศเปรู ที่มีความแตกต่างไปจากเมืองใหญ่อื่นๆ ในอเมริกาใต้ กรุงลิมายังสามารถ รักษาความเป็นลาตินอเมริกันไว้ได้อย่างสมบูรณ์ที่สุด นำท่านผ่านชมศูนย์กลางเมืองทำเนียบประธานาธิบดี จตุรัสประชาธิปไตย อันสวยงาม อิสระทุกท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัย

ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร  / นำคณะเดินทางเข้าสู่ที่พัก
พักที่Double tree El Pardo Lima / เทียบเท่าระดับใกล้เคียง
วันที่9ลิม่า – ซานติเอโก – ชมเมือง
เช้าบริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม / ออกเดินทางสู่สนามบิน
07.55ออกเดินทางสู่ท่าอากาศยานกรุงซานติเอโก ประเทศชิลี โดยเที่ยวบินที่ …..
12.25เดินทางถึงท่าอากาศยานกรุงซานติเอโก ประเทศชิลี
เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านชมกรุงซานติอาโก (Santiago) เมืองหลวง และเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศชิลี ตั้งอยู่ที่ระดับความสูง 543 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล และเป็นส่วนหนึ่งของแคว้นซานติอาโกเมโทรโพลิแทนกว่าสามศตวรรษที่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องได้เปลี่ยนให้ซานเตียโกเป็นเขตนครหลวงที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในละตินอเมริกา ตัวเมืองมีความสวยงามเนื่องจากมีฉากหลังเป็นเทือกเขาแอนดิส ที่มีหิมะปกคลุมตลอดปี นำท่านขึ้นชมเนินเขา San Cristóbal Hill เป็นเนินเขาทางตอนเหนือของตัวเมือง สูงจากระดับน้ำทะเล 850 เมตร เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม แห่ง เมืองซานติอาโก ที่ท่านสามารถเก็บภาพพาโนรามาที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของซันติอาโก เก็บภาพรูปปั้น La Virgen และอนุสรณ์สถานสำหรับสมเด็จพระสันตะปาปาจอห์นปอล ที่สอง นอกจากนี้ยังมีร้านค้าของที่ระลึกมากมาย ได้เวลาสมควรนำท่าน เดินทางสู่เนินเขาซานต้า ลูเชีย (Santa Lucia) ซึ่งมีทิวทัศน์งดงาม หลบจากความแออัดของผู้คนย่านกลางเมืองมาหย่อนใจไปกับวิวกว้างไกลเหนือยอดอาคารสูงของซานเตียโก และเทือกเขาแอนดีส ชื่นชมศิลปะและสถาปัตยกรรมอันน่าประทับใจ หรือเลือกซื้อสินค้างานแฮนเมด ปลายศตวรรษที่ 19 ซานติเอโกได้ปรับภูมิทัศน์ของเขาแห่งนี้ให้กลายเป็นสวนสาธารณะ ซึ่งปัจจุบันเป็นแหล่งรวมคู่รักวัยหนุ่มสาวและผู้ที่ต้องการจุดหลบพักจากความวุ่นวายของย่านใจกลางเมือง ตามธรรมเนียมดั้งเดิม จะมีการยิงปืนใหญ่จากเนินเขาทุกเที่ยงวันของวันธรรมดา นำท่านเก็บภาพ ป้อมปราการ Castle Hidalgo ซึ่งปัจจุบันใช้เป็นศูนย์จัดกิจกรรมต่างๆ จัตุรัสหน้าอาคารปราสาทมีนั่งให้พักทอดสายตาชมทิวทัศน์ แวะเก็บภาพบริเวณอาคารทำเนียบรัฐบาล (La Moneda Palace) ที่ทำงานของประธานาธิบดี แห่ง ประเทศชิลี ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1784 ในสไตล์นีโอ คลาสสิค จากนั้นนำท่านชมเมืองย่านเบลลาวิสตา (Bella Vista) ท้องถนนที่รายเรียงไปด้วยภาพวาดฝาผนัง ร้านบูติค และผับบาร์คึกคักยามค่ำคืน เหล่านี้ทำให้ที่นี่เป็นย่านอันน่าตื่นตาตื่นใจที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองเบลลาวิสตา เป็นย่านหรือ “บาร์ริโอ” ที่รวมบรรยากาศ แบบโบฮีเมียนไว้ด้วยสถาปัตยกรรมหลากสีสันความงามของธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ ความบันเทิงยามค่ำคืน และแหล่งช้อปปิ้ง ย่านนี้เปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวาของร้านรวงต่างๆ ทั้งคาเฟ่, บาร์, แกลเลอรีและร้านเสื้อผ้ามากมาย
ค่ำบริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่Novotel or Cumbre Vitacura Hotel / เทียบเท่าระดับใกล้เคียง
วันที่10ซานติเอโก – ปุนตาอาเรนัส – ปุเอต้า นาทาเลส   
เช้าบริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม / ออกเดินทางสู่สนามบิน
10.37ออกเดินทางสู่สนามบินปุนต้า อรีน่า (Punta Arenas) โดยเที่ยวบินที่ …..
14.59เดินทางถึงเมืองปุนต้า อรีน่า จากนั้นนำท่านออกเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง ปุนตาอาเรนัสเป็นเมืองใหญ่ที่ทางใต้สุดของภูมิภาค Magallanes และ Antartica Chilena ของประเทศชิลี เมืองนี้ถูกเปลี่ยนชื่ออย่างเป็นทางการเป็น Magallanes ในปี 1927 แต่ในปี 1938 ก็เปลี่ยนเป็น “Punta Arenas” มีประชากรมากกว่า 100,000 คน และยังเป็นหนึ่งในสถานที่ที่มีประชากรมากที่สุดทางใต้ของโลก  มีความเจริญมากเนื่องจากอุตสาหกรรมน้ำมัน และยังเป็นเมืองปลอดภาษี เสมือนเป็นประตูหน้าด่านสู่ขั่วโลกใต้ จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่เมืองปูเอตา นาทาเลส (Puerta Natales)
 บ่ายบริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่Costaustralis Hotel / เทียบเท่าระดับใกล้เคียง
วันที่ 11ปุเอต้า นาทาเลส – อุทยานแห่งชาติ ตอร์เรส เดล เพน
เช้า
บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่เขตอุทยานแห่งชาติตอร์เรส เดล เพน (Torres del Paine) ตั้งอยู่ในภูมิภาค Patagonia ของประเทศชิลี เป็นที่รู้จักกันดีของนักเดินทางจากทั่วโลก ว่ามีภูเขาสูงตระหง่าน(แปลกตา) มีภูเขาน้ำแข็งสีฟ้าสดใส ที่แตกแยกจากธารน้ำแข็งและทุ่งหญ้าสีทอง เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหายาก เช่น ตัวกวานาโช (Guanaco) ที่มีความคล้ายตัวลามา นำท่านเข้าชมถ้ำแห่งไมโลดอน(Cave of the Milodon) สถานที่พบซากไดโนเสาร์พันธ์ไมโลดอน หรือตัวสต็อทยักษ์(Ground Sloths) จากนั้นนำท่านชมยอดเขารูปแตร (Cuernos del Paine) ที่เป็นสัญลักษณ์ของอุทายาน ตังอุทยานแห่งชาติ เป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติของชิลี ในปีพ.ศ.2556 มีเนนื้อที่ประมาณ 181,414 เฮกตาร์ เป็นอุทยานที่ใหญ่ที่สุดและมีผู้เข้าชมมากที่สุดในประเทศชิลี มีผู้เข้าชมเฉลี่ยปีละประมาณ 300,000 คน ซึ่งมาจากหลายประเทศทั่วโลก นอกจากนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของ End of the World Route ซึ่งเป็นเส้นทางชมทิวทัศน์ที่สวยงาม นำท่านเดินทางสุ่สู่จุดชมวิวที่สวยงาม นำท่านชมวิวทะเลสาบ Sarmiento de Gamboa Lake, ชมน้ำตก Saltos del Rio Paine, จุดชมวิวเขา Cerro Almirante Nieto, ชมทะเลสาบ Laguna Amarga Las สีฟ้าสดใสม ชมวิวน้ำตก Salto Grande (Big Fall), จุดชมวิวทะเลสาบ Nordenskjold
13.00รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

จากนั้นนำท่านเดินสู่บริเวณป่าลังก้า สู่จุดชมวิวารน้ำแข็งเกร์ (Grey Glacier) (เดินทางราบประมาณ 20 นาที) เป็นธารน้ำแข็งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอุทยานมีความกว้างถึง 6 กิโลเมตร และมีความหนาถึง 30 เมตร กินพื้นที่ถึง 270 ตารางกิโลเมตร มีเวลาให้ท่านชื่นชมธรรมชาติอย่างเต็มที่ ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางกลับสู่โรงแรมที่พัก

ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ห้องอาหารโรงแรม
พักที่Grey Hotel Torres del Paine / เทียบเท่าระดับใกล้เคียง
วันที่12ตอร์เรส เดล เพนท์ – เอล คาลาฟาเต้(อาร์เจนติน่า)
เช้า
บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม

จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่เมืองเอล คาลาฟาเต้(อาร์เจนติน่า) นำท่านผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง สำหรับคนไทยไม่ต้องทำวีซ่า ผ่านชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของภูมิภาคปาตาโกเนีย ชมวิถีชิวิตชชาวบ้านสองข้างทาง ผ่านชมทะเลสาบและยอดเขา Cerro Pináculo เดินทางถึงเมืองเอล คาลาฟาเต้ ที่ตั้งอยู่ริมทะเลสาบ Argentino Lake ที่เกิดจากการละลายของธารน้ำแข็ง

เที่ยงรับประทานอาหารกลางวัน แบบ ปิกนิก(อาหารกล่อง)
นำท่านชมความงดงามของเขตพาตาโกเนียของประเทศอาร์เจนติน่า
เป็นเมืองหน้าด่านเพื่อเดินทางต่อไปยังอุทยานแห่งชาติลอส กลาซิอาเรส (LOS GLACIARES NATIONAL PARK) และธารน้ำแข็งเปริโต้ โมเรโน่ (PERITO MORENO GLACIER) เป็นอุทยานแห่งชาติระหว่างชิลี และอาร์เจนติน่า ชมธารน้ำแข็งเปริโต มอเรโน (PERITO MORENO) หนึ่งในธารน้ำแข็งที่เลื่องชื่อของอุทยานแห่งชาติกลาซิอาเรส ก่อตัวเป็นแนวกำแพงสูงถึง 160 ฟุต (50 เมตร) ตลอดแนวทะเลสาบ มีการแตกลั่นเสียงดังสนั่นหวั่นไหวตลอดทั้งวัน ธารน้ำแข็งแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ในปี 1981 ในฐานะเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติ ชมเมืองเอล คาลาฟาเต้ ชมย่านใจกลางเมืองเก่าที่มีอาคารที่มีสถาปัตยกรรมแบบเฉพาะในช่วงยุคบุกเบิก นำท่านเข้าชมพิพิธภัณฑ์น้ำแข็ง (GLACIERIUM) พิพิธภัณฑ์แห่งใหม่ล่าสุดของอาร์เจนติน่า ภายในเป็นแสดงเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับธารน้ำแข็งที่มีอยู่ในอาร์เจนติน่าให้ผู้คนได้ศึกษา
ค่ำรับประทานอาหารค่ำ ห้องอาหารโรงแรม
พักที่Las Dunas Hotel, Kosten Aiken Hotel / เทียบเท่าระดับใกล้เคียง
วันที่ 13เอล คาลาฟาเต้ – ล่องเรือชมธารน้ำแข็งอุปซาลา –บัวโนส ไอเรส
เช้า
บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม  
เดินทางสู่เปอร์โต บานเดอร่า (PUERTO BANDERA) หมู่บ้านที่ตั้งอยู่ในจังหวัดซานตาครูซของประเทศอาร์เจนตินา ซึ่งอยู่ห่างจากเอล คาฟาเต้ไปประมาณ 47 กิโลเมตร เพื่อล่องเรือชมธารน้ำแข็งอุปซาลา (UPSALA GLACIER) โดยเรือจะล่องไปตามทะเลสาบอาร์เจนตินา (ARGENTINE LAKE) ซึ่งเป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดในอาร์เจนติน่าตื่นตาตื่นใจกับธารน้ำแข็งที่มีความยาวกว่า 50 กิโลเมตร กว้างประมาณ 10 กิโลเมตร เป็นธารน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในบริเวณนี้
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน
บ่าย
ชมฟาร์มเอสตานเชีย (ESTANCIA’S FARMHOUSE) สถานที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งหนึ่ง เดินทางต่อโดยรถขับเคลื่อนสี่ล้อ 4WD (FOUR WHEEL DRIVE) ไปตามทางขึ้นเขาเพื่อขึ้นไปชมวิวบริเวณที่เรียกว่า  VIEWPOINT ณ จุดนี้ท่านจะได้มองเห็นวิวของธารน้ำแข็งอุปซาลาได้รอบแบบพาโนรามา / ได้เวลาสมควร นำท่านออกเดินทางสู่สนามบิน
19.05
เดินทางสู่บัวโนส ไอเรส โดยเที่ยวบินที่ AR1825       
22.00
เดินทางถึงบัวโนส ไอเรส (BUENOS AIRES) เมืองหลวงของอาร์เจนติน่า
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารโรงแรม
พักที่
Sheraton Hotel Buenos Aires / เทียบเท่าระดับใกล้เคียง
วันที่ 14
บัวโนส ไอเรส – ล่องเรือชมคลอง – ชมเมือง – สนามบิน
เช้าบริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านชมกรุงบัวโนสไอเรส
Buenos Aires นครหลวงของประเทศอาร์เจนติน่า เมืองใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ และมีความหมายว่า “อากาศดีลมที่ดี” เป็นเมืองหลวง เมืองใหญ่ที่สุด และเมืองท่า ริมชายฝั่งทางใต้ของแม่น้ำรีโอเดลาปลาตา (Rio de la Plata) บนชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปอเมริกาใต้ ตรงข้ามกับเมืองโกโลเนียเดลซากราเมนโต ประเทศอุรุกวัยเนื่องจากได้รับวัฒนธรรมยุโรปมาอย่างเข้มข้น บางครั้งบัวโนสไอเรสจึงถูกเรียกว่า “ปารีสใต้” หรือ “ปารีสแห่งอเมริกาใต้” เมืองนี้เป็นเมืองสมัยใหม่ที่สุดแห่งหนึ่งในลาตินอเมริกา โดยมีชื่อเสียงด้านสถาปัตยกรรม ชีวิตกลางคืน และกิจกรรมทางวัฒนธรรม  หลังจากความขัดแย้งภายใน ในคริสต์ ศตวรรษที่ 19 บัวโนสไอเรสได้ถูกยกฐานะให้มีลักษณะเป็นเขตสหพันธ์และแยกออกจากจังหวัดบัวโนสไอเรส อาณาเขตของเมืองขยายครอบคลุมบริเวณเมืองเก่าเบลกราโน Belgrano และโฟลเรส Flores ซึ่งปัจจุบันทั้งสองเป็นย่านรอบ ๆ ของเมืองบางครั้งชาวอาร์เจนตินาเรียกเมืองนี้ว่ากาปีตัลเฟเดรัล Capital Federal เพื่อแยกความแตกต่างระหว่างชื่อเมืองนี้กับจังหวัดบัวโนส ไอเรสที่มีชื่อเดียวกัน เมืองนี้ถูกประกาศเป็น นครปกครองตนเอง ดังนั้น ชื่อทางการของของเมืองนี้คือ นครปกครองตนเองบัวโนส ไอเรส Ciudad Autónoma de Buenos Aires นำท่านออกเดินทางสู่ชานเมืองเพื่อเดินทางสู่ท่าเรือ นำท่านล่องเรือชมความงามของแม่น้ำลำคลองย่านชานกรุงบัวโนสไอเรส ซึ่งเป็นชนบทที่สวยงามยิ่งเปรียบเสมือนนครเวนิสในอิตาลีทีเดียว
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร

 นำท่านชมหมู่บ้านแทงโก ซึ่งถือว่าเป็นสีสัน ที่แปลกตายิ่งเพราะหมู่บ้านชาวแทงโกนิยมสร้างบ้านเป็นสีสดใสและฉูดฉาดเหมาะแก่การบันทึกภาพ ชมย่านโบกา ดิสทริค อันเป็นย่านท่าเรือเก่าและเป็นถิ่นที่อยู่ของชาวอิตาเลียน ชมมหาวิหารใหญ่ โรเซอแรตต้าที่ฝังศพของนายพลโฮเช่ เดอชานมาร์ดิน ผู้กอบกู้อิสรภาพแห่งอาร์เจนติน่า เดินทางถึงกรุงบัวโนส ไอเรส นำท่านชมทหารยามที่แต่งกายในเครื่องแบบเกรอนนาดิเยร์อย่างสง่างามหน้าวิหารสู่อุทยานป่าเลอโมด สวนเก่าแก่ที่สุดของเมืองเป็นสวนดอกไม้ที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ตกแต่งด้วยไม้พุ่มไม้ดอกละลานตา ภายในยังมีสระน้ำใสสงบ สนามเทนนิส ศูนย์กีฬา  ภัตตาคาร สนามม้าแข่ง สนามฝึกขี่ม้า ลานอเนกประสงค์ สำหรับจัดมหกรรมต่าง ๆ กว้างขวางใหญ่โต นำท่านชมความงามของย่านชานเมืองบัวโรส ไอเรส โดยเฉพาะบ้านเรือนคหบดี คฤหาสน์      ได้เวลาสมควรนำท่านออกเดินทางสู่สนามบินประธานาธิบดีโนโอลิโวส์ บริเวณเมมเบอร์คลับของผู้มีเงิน นำสู่ถนนอเวนิด้า เนิฟ เดอ ฮูลิโอ้ ” 9 กรกฎาคม” กว้างถึง 460 ฟุต นับเป็นถนนสายที่กว้างที่สุด แห่งหนึ่งของโลก มีร้านกาแฟริมบาทวิถีที่ขึ้นชื่อ เสมือนเดินอยู่ริมถนนชองเอลิเซ่ ในกรุงปารีส อิสระทุกท่านช้อปปิ้ง ในย่านใจกลางเมืองที่ เรียกว่า “ซองโตร” ย่านพลาซ่า เดอ มาโย บริเวณที่ตั้งทำเนียบรัฐบาลตึกรัฐสภา บ้านสีกุหลาบ “คาซา โรชาดา” โรงอุปรากร “เดอาโตร โกลอน” เป็นที่แสดงบัลเล่ต์และวงซิมโฟนี่ เป็นที่ที่นักแสดงทุกคนใฝ่ฝันที่จะก้าวขึ้นเวทีแห่งนี้

ค่ำบริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร  /
22.20ออกเดินทางสู่นครดูไบ โดยเที่ยวบินที่ EK248
วันที่ 15บัวโนส ไอเรส – ดูไบ
***** เดินทางผ่านเส้นแบ่งเขตเวลาสากล *****
23.55เดินทางถึงสนามบินดูไบ จากนั้นนำท่านต่อเครื่องสู่กรุงเทพฯ
วันที่16ดูไบ – กรุงเทพฯ  
02.50ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ EK384
12.15เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ และความประทับใจ
หมายเหตุโปรแกรมการเดินทางอาเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมะสม เนื่องจากสภาพ ลม ,ฟ้า , อากาศ,การล่าช้าอันเนื่องมาจากสายการบิน และสถานการณ์ในต่างประเทศที่ทางคณะเดินทางในขณะนั้น เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง ได้มอบหมายให้ หัวหน้าทัวร์ผู้นำทัวร์ มีอำนาจตัดสินใจ ณ ขณะนั้นทั้งนี้การตัดสินใจ จะคำนึงถึงผลประโยชน์ของหมู่คณะเป็นสำคัญ ทัวร์อิตาลีสวิสเซอร์แลนด์