Additionally, paste this code immediately after the opening tag:
shutterstock_1027316914
TREBEVIC
PLIVA WATERFALLS
TRAVNIK
KRAVICE WATERFALL
PODGORICA
DURMITOR NATIONAL PARK
TOPOLA OPLENAC
BELGRADE
shutterstock_1027316914
TREBEVIC
PLIVA WATERFALLS
TRAVNIK
KRAVICE WATERFALL
PODGORICA
DURMITOR NATIONAL PARK
TOPOLA OPLENAC
BELGRADE

WPTK1611B เซอร์เบีย มอนเตเนโกร บอสเนีย 11 วัน TK

เบลเกรด – TOPOLA OPLENAC – ชะลาติบอร์ – มิเรเซว่า – DJURDJEVICA TARA

 ดูร์มอร์เทอร์โคลาซิน – OSTEROG-พอดกอรีตซา – กอตอร์ – พีเรส เทรยินจิ –โพซิเทล – เคร็ปจิน่า – คราวิซ

 มอสสตาร์ – บลากายจ์-คอนยิค-ทราฟนิค – จาจ์ส – ซาราเจโว

หมายเหตุรายละเอียดด้านหน้านี้เป็นรายการเบื้องต้น หากท่านต้องการรับรายละเอียดโปรแกรมที่สมบูรณ์กรุณาติดต่อพนักงานขาย หรือกดดาวน์โหลดไฟล์ PDF ด้านบน
วันแรกท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ – เบลเกรด
18.30พร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตูทางเข้าหมายเลข 10 เคาน์เตอร์ U สายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ เจ้าหน้าที่บริษัทฯ คอยให้ความสะดวก ในการเช็คบัตรโดยสารและสัมภาระ
21.45นำท่านออกเดินทางสู่เมือง อิสตันบู  โดยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK065
วันที่ 2เบลเกรด
04.10

เดินทางถึงสนามบินอิสตันบูล ประเทศตุรกี เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง

07.40ออกเดินทางต่อโดยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK1081
08.20

 

เดินทางถึงสนามบินเบลเกรด ประเทศเซอร์เบีย นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและตรวจรับสัมภาระ จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ตัวเมือง
นำท่านเดินเข้าสู่ เมืองเบลเกรด (BELGRADE) เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเซอร์เบีย มีการตั้งถิ่นฐานครั้งแรกในบริเวณนี้ตั้งแต่สมัยก่อนยุคประวัติศาสตร์ มีแม่น้ำสำคัญตัดผ่านเมืองสองสาย คือ แม่น้ำซาวาไหลจากทางทิศตะวันตกเฉียงใต้และมาบรรจบกับแม่น้ำดานูบ โดยจุดที่แม่น้ำทั้งสองสายไหลมารวมกัน ถือว่าเป็นสมรภูมิที่ดีมาแต่ยุคโบราณจึงเป็นที่ตั้งของ ป้อมปราการโบราณของเบลเกรด (Belgrade Fortress) จากนั้นนำท่านชมร้านกาแฟ QUESTION MARK (?) ร้านอาหาร ดั้งเดิมและเก่าแก่ที่สุดในเบลเกรด ตั้งแต่ปี ค.ศ.1823 จากนั้นนำท่านเข้าชม มหาวิหารเซ็นต์ ซาวา ( ST.SAV TEMPLE ) ซึ่งเป็นโบสถ์คริสต์นิการออร์โธด๊อกซ์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก เชื่อกันว่าเป็นสถานที่เผาศพของนักบุญซาวา ซึ่งเป็นนักบุณที่เคารพของชาวเซอร์เบีย ตัวอาคารเริ่ใสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1935 แต่การก่อสร้างได้หยุดชะงักลง จนกระทั่งมี การเริ่มสร้างใหม่อีกรั้งในปั ค.ศ. 1985 จนถึง ปัจจุบันอาคารภัยในก็ยังม่สมบูรณ์
เที่ยงบริการอาหารมื้อกลางวันณ ภัตตาคาร
บ่ายนำท่านเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์และหลุมฝังศพของ TITO ประธานาธิบดีของยูโกสลาเวียและผู้นำการเคลื่อนไหวของประเทศในช่วงสงครามเย็น ซึ่งภายในจัดตกแต่งด้วยเครื่องบรรณาการจากนานาประเทศปืนและอาวุธมากมายที่ใช้ในการทำการสงครามต่างๆ รวมถึงเครื่องแต่งกายของ นายพลติโต ผู้นำแห่งประเทศยูโกสลาเวีย
ค่ำบริการอาหารมื้อค่ำ ณ โรงแรมที่พัก
พักที่:HYATT REGENCY BELGRADE
วันที่ 3เบลเกรด – TOPOLA OPLENAC – ชะลาติบอร์
เช้า

 

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านเดินทางสู่เมือง TOPOLA,OPLENAC     เป็นเมืองเล็กๆใจกลางเมืองเซอร์เบีย ที่อุดมไปด้วยประวัติศาสตร์และมีชื่อเสียงด้านการผลิตไวน์ เที่ยวชม โบสถ์เซนต์จอร์จ (ST.GEORGE’S CHURCH) และสุสานราชวงศ์ KARADJORDJEVIC ตั้งอยู่บนยอดเขา Oplenac ในเมือง Topola รอบล้อมไปด้วย แนวหินสลับกับลำต้นคดเคี้ยวของต้นโอ๊ก โบสถ์เซนต์จอร์จ เป็นสถาปัตยกรรม คริสตจักรที่ได้รับการออกแบบอย่างกล้าหาญด้วยฐานรูปทรงไม้กางเขนและโดมขนาดใหญ่อยู่ตรงกลางล้อมรอบด้วยโดมขนาดเล็กสี่จุด ถูกสร้างขึ้นในสไตล์เซอร์เบีย – ไบเซนไทน์ที่มีความแตกต่างจากที่อื่น จากนั้นนำท่านเยี่ยมชมไร่องุ่น ALEKSANDROVIC WINERY ของครอบครัว Family Aleksandrović มีส่วนเกี่ยวข้องกับการปลูกองุ่นและการผลิตไวน์มากว่า 100 ปี จนกระทั่งต้นสงครามโลกครั้งที่สอง ในปี 1991 พวกเขาได้รับสูตรดั้งเดิมของ “Trijumf”             ซึ่งเป็นไวน์ที่ดีที่สุดของห้องเก็บไวน์ของราชวงศ์ที่ได้รับความนิยมก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง ทำให้มีชื่อเสียงมาจนถึงปัจจุบันนี้ ให้ท่านได้ ชิม ไวน์เลิศรส และเก็บภาพความประทับใจ
เที่ยงบริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย

 

ท่านเดินทางต่อไปยัง เมืองซะลาบิตอร์ (ZLAIBOR) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเนินเขาไดนาริค ที่อยู่ทางด้านตะวันตกของประเทศ เทือกเขานี้ มีพื้นที่ประมาณ 300 ตารางกิโลเมตร ซึ่งบริเวณแห่งนี้ เต็มไปด้วย             รีสอร์ทที่พักตากอากาศและอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1,000 เมตร เป็นเมืองที่มีอากาศเย็นสบายในหน้าร้อนและจะมีหิมะปกคลุมตามยอดเขาในฤดูหนาว
ค่ำบริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ :GRAND HOTEL TORNIKหรือเทียบเท่าระดับใกล้เคียง 
วันที่ 4ชะลาติบอร์ – มิเลเซว่า – DJURDJEVICA TARA – ดูร์มอร์เทอร์ – โคลาซิน
 เช้าบริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก

นำท่านเดินทางสู่เมือง มิเลเซว่า (MILESEVA) ชม โบสถ์ MILESEVA MONASTERY ก่อตั้งโดย King Vladislav ภายในตกแต่ง จิตรกรรมฝาผนังบนผนังซึ่งถูกวาดโดยศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ ได้รับการอนุรักษ์ไว้ ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นผลงานชิ้นเอกของศิลปะไบแซนไทน์ในศตวรรษที่ 13 และปูนเปียกที่โด่งดังที่สุดและเป็นสัญลักษณ์ของอารามนี้คือ ‘ทูตสวรรค์ขาว White Angel’           จากนั้นนำท่านเที่ยวชมสะพาน DJURJEVICA TARA BRIDGE ชม GRAND CANYON แห่งยุโรป โดยมีแม่น้ำ TARA ไหลผ่านมีความยาวกว่า 144 กิโลเมตร โดยช่วง104กิโลเมตรแรกอยู่ในประเทศมอนเตเนโกร และส่วนมที่เหลืออยู่ในเขตประเทศบอส การไหลผ่านของแม่น้ำ ก่อให้เกิดหุบเขาแม่น้ำที่มีความลึกที่สุดในทวีป ซึ่งมีความยาวประมาณ 82 กิโลเมตร และลึกประมาณ 1,300 เมตร เป็นรองเพียง GRAND CANYON ในประเทศสหรัฐอเมริกา

เที่ยงบริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย

 

นำท่านเข้าสู่ อุทยานแห่งชาติ ดูร์มอร์เทอร์ DURMITOR NATIONAL PARK(UNESCO WORLD HERITAGE SITE) อุทยานแห่งชาติ ดูร์มอร์เทอร์ พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเทือกเขาหินปูนที่สวยงามตั้งอยู่ทางตอนเหนือของมอนเตเนโกร และเป็นพื้นที่คุ้มครองที่ใหญ่ที่สุดของมอนเตเนโกร ซึ่งถือเป็นหัวใจของภูมิทัศน์ที่มีรูปร่างเป็นธารน้ำแข็งแม่น้ำหลายสายและลำธารใต้ดินที่ฝังอยู่ในเขตสงวนชีวมณฑลธารา มียอดเขาสูงกว่า 2,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเลขึ้นเหนือที่ราบสูงทุ่งหญ้าอัลไพน์และป่าไม้รวมถึงยอด Bobotovที่มีความสูง 2,525 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เต็มไปด้วยทะเลสาบน้ำแข็งจำนวนมากที่รู้จักกันในท้องถิ่นว่า“ ภูเขาตา” ปกคลุมภูมิทัศน์ และยังเป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในหุบเขาที่งดงามของ Draga, Sušica, Komarnica และ Tara River ซึ่งเป็นที่ตั้งของหุบเขาลึกที่สุดในยุโรป Durmitor ขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมซึ่งมีชื่อเสียงด้านการปีนเขาการปีนเขาการปีนเขาและการพายเรือแคนูอีกด้วย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง โคลาซิน (KOLASIN)
ค่ำบริการอาหารมื้อค่ำ ณ โรงแรมที่พัก
พักที่ :BIANCA RESORT / หรือเทียบเท่าระดับใกล้เคียง 
วันที่ 5โคลาซิน – OSTEROG – พอดกอรีตซา
เช้า

 

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านเดินทางสู่เมือง พอดกอรีตซา (PODGORICA) พาท่านขึ้นรถมินิแวนเพื่อ         นำท่านเดินทางสู่เมือง OSTEROG  ชมโบสถ์ MANASTIR OSTROG หนึ่งในสำนัก นักบวชนิกายเซอร์เบียออร์โธด๊อกที่ใหญ่ที่สุดในแถบบอลข่านตั่งอยู่ทางตอนกลางของมอนเตเนโกร สร้างขึ้นในปี 1655  เพื่ออุทิศให้แก่ SVETI VASILIJE OSTROSKI ก่อสร้างในบริเวณช่องว่างบริเวณแนวหน้าผาสูงชันบนหินขนาดใหญ่ทีมีชื่อว่า OSTROSKA GREDA ทำให้ผู้คนมากมายหลังไลหเขามาด้วยความศรัทธาและลักษณะการก่อสร้างที่มีความแปลกตา
เที่ยงบริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย

 

นำท่านเที่ยวชมเมือง พอดกอรีตซา (PODGORICA) เมืองหลวงของ มอนเตเนโกรผ่านชมสถานที่ต่างๆ รอบเมืองพอดกอรีตซา ชื่อ พอดกอรีตซา ในภาษาเซอร์เบียเมื่อแปลตามตัวอักษรจะมีความหมายว่า “ใต้กอรีตซา” กอรีตซา หมายถึง ภูเขาลูกเล็กๆเป็นชื่อของเขาลูกหนึ่งซึ่งสามารถมองลงไปเห็นเมืองนี้ได้ อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อของที่ระลึก
ค่ำบริการอาหารมื้อค่ำ ณ โรงแรมที่พัก
พักที่RAMADA PODGOTCA   หรือที่พักระดับใกล้เคียง
วันที่ 6พอดกอรีตซา – กอตอร์ – พีเรส – เทรยินจิ
เช้าบริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
เดินทางสู่ เมืองกอตอร์ (KOTOR) ตั้งอยู่ริมอ่าวที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเมืองหนึ่ง และเป็นเมืองที่ได้รับขนานนามว่า “ไข่มุกแห่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน” นำท่านชมความงดงามของเมืองกอตอร์เป็นเมืองที่สร้างภายในกำแพงสูง (City Wall) ซึ่งแบ่งตัวเมืองเป็น 2 ส่วนคือ เมืองเก่า (Old town) เมืองเก่าของกอตอร์เป็นเมืองที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีตามแบบฉบับของยุคกลางที่สร้างขึ้นระหว่างศตวรรษที่ 12 และ 14 สถาปัตยกรรมยุคกลางและมรดกทางวัฒนธรรมมากมาย ทำให้กอตอร์เป็นหนึ่งในมรดกโลกทางประวัติศาสตร์โดยกำแพงเมืองแห่งนี้สร้างโดยชาวเวนิส สถาปัตยกรรมในเมืองส่วนใหญ่ยังได้รับอิทธิพลจากชาวเวนิสเช่นกัน                นำท่านเดินทางสู่เมือง พีเรส PERAST
เที่ยงบริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย

 

นำท่านนั่งเรือชมโบสถ์กลางน้ำ LADY OF ROCK โบสถ์คริสนิยากโรมันคาทอลิก ตั่งอยู่บริเวณอ่าว คอตอร์ สร้างขึ้นในปี1632 เป็นสิ่งก่อสร้างที่มีขนาดใหญ่ที่สุดบนเกาะ ด้านในมีภาพวาดอันงดงามผลงานของ Tripo kokolja ศิลปินชื้อดังใน ศตวรรษที่17 กว่า70ชิ้น  นำท่านเดินทางสู่เมือง เทรยินจิ (TREBINJE)
ค่ำบริการอาหารมื้อค่ำ ณ โรงแรมที่พัก
พักที่ :HOTEL PANORAMA หรือที่พักระดับใกล้เคียง
วันที่ 7เทรยินจิ –  โพซิเทล – เคร็ปจิน่า – คราวิซ- มอสสตาร์
เช้า

 

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านชมเมือง เทรยินจิ TREBINJIE ตั่งอยู่บนฝั่งแม่น้ำ Trebisnjica แต่เดิมรุ่งเรืองขึ้นมาจากโรงสีที่ใช้พลังน้ำ จนกระทั่งมีการสร้างเขื่อน Grancarevo ซึ่งอยู่เหนือขึ้นไป 15 กม. ซึ่งมีผลกระทบต่อโรงสีทำให้โรงสีซบเซาลงเนื่องจากพลังน้ำหายไปแล้ว ชมสะพานเก่าแก่ที่สร้างตั้งแต่ปี 1574 สมัยออตโตมัน (Arslanagic) ที่อยู่บริเวณเหนือเขื่อน ถูกทะเลสาบกลืนกินเข้าไป จึงมีการย้ายสะพานหิน ซึ่งอยู่เหนือแม่น้ำขึ้นไป 7กม. โดยถอดหินทีละก้อนแล้วนำมาประกอบใหม่อยู่กลางเมือง Trebinje จากนั้นนำท่านเที่ยวชมRADIMLIJ STECAK TOMBSTONES (UNESCO WORLD HERITAGE SITE) หนึ่งในอนุสรณ์สถานยุคกลางที่สำคัญที่สุดในบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา เป็นสุสานใต้ดินมีความเป็นเอกลักษณ์ความเฉพาะเจาะจง สำหรับบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาเรียกว่า STECAK เป็นหลุมฝังศพในยุคกลางที่สำคัญด้วยจำนวนและศิลปะการแกะสลักหินที่มีขนาดใหญ่รูปทรงเรขาคณิต บางชิ้นกะสลักรูปทรงคล้ายบ้านลักษณะหลังคาเอียงเพื่อเป็นสัญลัษณ์ในชีวิตหลังความตาย ยังถือเป็นสุสานที่มีมูลค่ามากที่สุด แวะชมเมือง โพซิเทล POCITETELJ               เป็นหมู่บ้านที่มีกำแพงล้อมรอบและมีวิวัฒนาการมาตั้งแต่ศตวรรษที่16 ถึงศตวรรษที่18ในช่วงยุคกลางและออตโตมันสถาปัตยกรรมส่วนที่สร้างด้วยหินของเมืองจะมีความซับซ้อนและสวยงดงาม
เที่ยงบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย

 

นำท่านเดินทางสู่เมือง เคร็ปจิน่า CAPLJINA เพื่อนำท่านชมพิพิธภัณฑ์ พรม CARPET MUSEUM ให้ท่านได้ชมศิลปวัฒนธรรมขึ้นชื่อประจำเมือง นั้นคือการทอพรมทำมือ อันสวยงามที่สืบต่อกันมารุ่นสู่รู่น ด้วยความรู้และการเอาใจใส่ที่มาจากการทุ่มเททำงานเป็นเวลาหลายปี  ทำให้เกิดงานแฮนเมดที่มดงามและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว นำท่านเดินทางสู่เมือง คราวิซ (KRAVICE) นำท่านเข้าชมน้ำตกคราวิซ (KRAVICE WATERFALL) โดยบริการนั่งรถไฟขนาดเล็ก ในการเดินทาง นำท่านชมน้ำตกขนาดใหญ่บนแม่น้ำทรีบาแซท (RIVER TREBLZAT) มีความสูงอยู่ที่ประมาณ25เมตร และ จากปลายน้ำตก ถึงรัศมีโดยรอบทะเลสาบ  กว้างประมาณ 125 เมตร และในช่วงฤดูร้อน จะร้อนมากซึ่งเป็นอิทธิพลในแถบเมติเตอร์เรเนียน อาจจะด้วยเหตุผลนี้ทำให่บริเวณชายหาทของทะเลสาบแห่งนี้เป็นที่นิยมในการอาบแดด ปิกนิค และกิจกรรมอื่นๆ อิสระให้ท่านได้ถ่ายภาพบริเวณน้ำตก และชายหาดริมทะเลสาบ นำท่านเดินทางสู่ เมืองมอสตาร์ (MOSTAR)
ค่ำบริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร / นำท่านเข้าสู่ที่พัก
พักที่:HOTEL MEPAS หรือที่พักระดับใกล้เคียง
วันที่ 8มอสสตาร์-บลากายจ์-คอนยิค-ซาราเจโว
เช้า

 

บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านชม เมืองมอสตาร์ (MOSTAR) เมืองซึ่งเต็มไปด้วยความงดงามของธรรมชาติสถาปัตยกรรม มอสตาร์เป็นเมืองที่เคยถูกระเบิดครั้งใหญ่และโดนผลกระทบในช่วงสงครามระหว่างเซิร์บกับโครแอต มอสตาร์เป็นเมืองที่ใหญ่เป็นอันดับ 5 ของประเทศ ตั้งอยู่บนแม่น้ำเนเรทวา(Neretva)ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นพรมแดนกั้นวัฒนธรรมของสองท้องถิ่น คือทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำจะเป็นส่วนของศาสนาอิสลามคือเป็นส่วนที่เป็นที่ตั้งของสุเหร่าและบ้านเรือนแบบชาวเตอร์กิสส่วนฝั่งตะวันตกจะเป็นส่วนของศาสนาคริสต์แบบคาทอลิก อันเป็นที่ตั้งของโบสถ์และที่อยู่ของนักบวช ปัจจุบันมอสตาร์เป็นเมืองที่สวยงามและโด่งดังที่สุดอีกแห่งหนึ่งประเทศของบอสเนีย ค าว่า มอสตาร์ มาจากค าว่า “The Bridge  Keepers” หมายถึงชาวมอสตาร์ที่คอยดูรักษาสะพานที่ตั้งอยู่เหนือแม่น้ำเนเรทวา ซึ่งในเดือนกรกฎาคม ปี ค.ศ.2005 องค์กรยูเนสโก (UNESCO) ได้ยกให้สะพานโบราณรวมไปถึงบริเวณพื้นที่ใกล้เคียงที่ใกล้เคียงที่สุดของสะพานให้อยู่ในรายชื่อมรดกโลกของบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา จากนั้นเดินทางกลับไปยังที่พักในเมืองมอสตาร์ เดินทางไปชมเมืองเก่าบลากายจ์   ซึ่งเป็นหมู่บ้านในเมือง KASABAK ที่มีองค์ประกอบของสถาปัตยกรรมออตโตมันและเมดิเตอร์เรเนียน นำชมบ้านแบบเติร์ก(TURKISH HOUSE) ซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่หลังในโมสตาร์ ปัจจุบันเจ้าของบ้านยังคงเป็นชาวบอสเนียนเชื้อสายเติร์ก มีเวลาให้ท่านอิสระเดินช้อปปิ้งสินค้าท้องถิ่นตามอัธยาศัย พิเศษให้ท่านได้ลิ้มรถกาแฟพร้อมขนมสไตล์ตุรกี
เที่ยงบริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
 นำท่านชมเมือง คอนยิค (KONJIC) ตั่งอยู่ระหว่างเมือง ซารางแยโวและโมสตาร์ เป็นเมืองเล็กๆอยู่ติดริมแม่น้ำล้อมรอมไปด้วยหุบเขาโดยมีเทือกเขา PRENJ เป็นฉากหลัง ที่มีชื่อเสียง เรื่องงานฝีมือไม้แกะสลัก (WOODCARVE) ชมสะพานเก่าแก่ STARI KAMENI MOST U KONJICU พาดผ่านแม่น้ำ NERETVA สร้างตั่งแต่ปี ค.ศ. 1682 ระหว่างทางผ่านชม แม่น้ำ              จาบลานิก้า (JABLANICA LAKE) แม่น้ำสายหลัก ที่มีความยาวถึง 13 กิโลเมตร มีความลึกถึง 80 เมตร ทอดยาวจากเมืองจาบลานิก้าจนถึงเมืองคอนยิค แม่น้ำแห่งนี้ยังเป็นสถานที่พักผ่อนและทำกิจกรรม ด้วยความสวยงามของแม่น้ำที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้ามาอย่างต่อเนื่อง จากนั้นนำท่านชม เมืองซาราเจโว (SARAJEVO)
ค่ำบริการอาหารมื้อค่ำ ณ โรงแรมที่พัก
พักที่HOTEL RADON PLAZA                                                               หรือที่พักระดับใกล้เคียง
วันที่ 9กรุงเทพฯ
 บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านออกเดินทางสู่ เมืองทราฟนิค (TRAVNIK) เที่ยวชมเมืองเก่าแก่ที่เฟื่องฟูสมัย ออตโตมันเข้ายึดครอง เป็นเมืองที่ตั่งอยู่ใจกลางประเทศและอยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงนัก ทราฟนิคถือกำเนิดขึ้นในสมัยโรมันแต่เจริญเฟื่องฟูในสมัยการปกครองของราชอาณาจักรบอสเนียและสมัยออตโตมันเข้ายึดครอง เป็นอดีดเมืองหลวงของออตโตมันแห่งบอสเนียเป็นระยะเวลา 150 ปี ตั่งแต่ปี ค.ศ. 1697-1850ในปัจจุบันยังคงเห็นมัสยิดเก่ากี่ที่ใช้สถาปัตยกรรมอิสลามอันวิจิตรงดงามที่รอดพ้นจากสงครามกลางเมืองมาได้ และทราฟนิคยังเป็นบ้านเกิดของ ฮีโว อานดริช กวีผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม และเป็นเมืองที่ทำ ชวาปี้ (อาหารพื้นเมือง) ได้อร่อยที่สุดในประเทศด้วย ชมปราสาท ทราฟนิค  (STARI GRAD TRAVNIK) ตั้งอยู่บนไหล่เขาพลาวาโวด้า ซึ่งตัวปราสาทถูกล้อมรอบด้วยกำแพงหินที่ขาวสะอาด ให้ท่านได้ชมวิวมุมสูง ท่ายจะได้ชมบรรยากาศเมืองที่น่ารักแห่งนี้ จากนั้นนำท่านออกเดินทางสู่ เมือง จาจ์ส  (JAJCE)

เที่ยงบริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
 นำท่านชมเมือง จาจ์ส (JAJCE) เป็นเมืองที่ตั่งอยู่ตอนเหนือน้ำตกมีความสวยงามมาก เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากอีกแห่งหนึ่งที่ได้รับขนานนามถึงวิวธรรมชาติที่สวยงาม นำท่านเข้าชม น้ำตกพลิวา (PLIVA WATERFALLS) น้ำตกพลิวาตั่งอยู่กลางเมืองจาจ์ส เป็นน้ำตกที่น่าประทับใจในจะวันตกเฉียงใต้ และยังติดอันดับน้ำตกที่สวยที่สุดในโลก น้ำตกแห่งนี้มีความสูงอยู่ที่ประมาณ 22 เมตร เป็นน้ำตกที่อยู่ระหว่าง  จุดบรรจบของแม่น้ำพลิวาและแม่น้ำวรีบาสและใกล้กันนั้นมีทะเลสาบขนาดเล็กและขนาดใหญ่ที่สวยงามซึ่งเกิดจากแม่น้ำพลิวาอีกด้วย นำท่านชมถ่ายรูป WATER MILLS โรงสีเก่าแก่แห่งเดียวตั่งที่อยู่บนแม่น้ำ พลิวา โดยสมัยก่อนโรงสีแห่งนี้ชาวบ้านท้องถิ่นได้มีการใช้ในการบดข้าวสาลีให้เป็นแป้งเพื่อเป็นสะเบียงอาหาร แก่ทหารสมัยสงคารมโลกครั้งที่สอง ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางกลับ ซาราเจโว
ค่ำบริการอาหารมื้อค่ำ ณ โรงแรมที่พัก
พักที่HOTEL RADON PLAZA  หรือที่พักระดับใกล้เคียง
วันที่ 10ซารางเยโว-กรุงเทพ
 บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำท่านเข้าชม อุโมงค์แห่งความหวัง TUNNEL OF HOPE เป็นอุโมงค์ที่ขุดขึ้นมาในยุคสงครามกลางเมืองเพื่อลำเลียงอาหาร และทหาร Serb Forces ที่อยู่ตามภูเขาล้อมรอบเมือง ระหว่างสงครามกลางเมือง จะมีนักแม่นปืนของเซิร์บประจำอยู่ ถ้าใครออกมาจากบ้านก็จะถูกยิง ทำให้ชาวเมืองแทบจะอดตาย ทำให้มีการขุดอุโมงค์นี้ขึ้นมาเพื่อลำเลียงน้ำ อาหาร และทหาร ก็เลยเรียกอุโมงค์นี้ว่า Tunnel of hope (อุโมงค์แห่งความหวัง) โดยอุโมงค์นี้มีความยาวประมาณ 800 เมตร ขุดผ่านใต้รันเวย์ของสนามบินซาราเยโว จากนั้นนำท่านเข้าสู่ย่าน BASCACIJA เป็นจัตุรัสกลางเมืองอันเก่าแก่ซึ่งเป็นศูนย์กลางประวัฒิศาสตร์และวัฒนธรรมของเมือง สร้างขึ้นตั่งแต่ศตวรรษที่15 เมื่อ Isd-Beg Lsakovic ได้ค้นพบ เมือง ซาราเยโว บริเวณกลางจัตุรัสมีน้ำพุ SEBILIJ  สไตล์ ออตโตมัน BASCACIJA เป็นย่านบาร์ซาร์เก่า โดยปัจจุบันได้กลายเป็นถนนสายหลักของเมืองซารางเยโว ตั่งอยู่บริเวณส่วนเมืองเก่า  เต็มไปด้วยร้านค้า ร้านของของที่ระลึก มีเวลาให้ท่านอิสระเดินเลือกซื้อของที่ระลึกตามอัธยาศัย

เที่ยงบริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคารท้องถิ่น
บ่ายนำท่านขึ้นเคเบิลคาร์ขึ้นสู่ บนเทือกเขา TREBEVIC ให้ท่านเพลิดเพลินกับทัศนียภาพ ชมวิวความมดงามของเมือง ซารางเยโวจากมุมสูงแบบ พาโนราม่า เคเบิลคาร์แห่งนี้ได้มีการเปิดใช้ในปี1959 มีการปรับปรุงก่อสร้างและพัฒนามาจนถึงปัจจุบัน เนื่องจากผลกระทบทางสงครามตลอดหลายปีที่ผ่านมา บริเวณบนเทือกเขา TREBEVICยังเป็นสถานที่จัดการแข่งขันโอลิมปิกในช่วงฤดูหนาว SARAJEVO OLYMPIC BOBSLEIGH84 อีกด้วย  ได้เวลาอันสมควร เดินทางสู่ สนามบิน
21.30นำท่านออกเดินทางสู่กรุงเทพมหานคร โดยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ TK284
วันที่ 11กรุงเทพ
00.05เดินทางถึงสนามบินอิสตันบูล ประเทศตุรกี เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง
01.25ออกเดินทางต่อโดยสายการบินเตอร์กิชแอร์ไลน์เที่ยวบินที่ TK064
15.00เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ
หมายเหตุโปรแกรมการเดินทางอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม อาจเนื่องจากสภาพ ลม, ฟ้า, อากาศ และสถานการณ์ในการเดินทางในขณะนั้น ตามดุลยพินิจของหัวหน้าทัวร์และมัคคุเทศก์ท้องถิ่น