Additionally, paste this code immediately after the opening tag:
South Africa
the palace
Cape of Good Hope
Hout bay
Lesedi Cultural Village
West Coast Farm
เคปทาวน์
South Africa
the palace
Cape of Good Hope
Hout bay
Lesedi Cultural Village
West Coast Farm
เคปทาวน์

WKQ2108J แอฟริกาใต้ 8 วัน KQ [JNB-CPT] พ.ค.-ธ.ค. 2019

โจฮันเนสเบิร์ก – ช้อปปิ้ง SANDTON – อุทยานสวนสิงโต

ส่องสัตว์ซาฟารี –  ซัน ซิตี้ – หมู่บ้านเรเซดี – พริทอเรีย

พิพิธภัณฑ์วูร์เทรคเกอร์ – เคปทาวน์ – เทเบิ้ล เมาเท่น – ท่าเรือฮูทเบย์ – แหลมกู๊ดโฮป

ฟาร์มนกกระจอกเทศ – ไวน์เทสติ้ง กรูทคอนสแตนเทีย – ย่านวิคตอเรีย อัลเฟรด วอเตอร์ฟร้อนท์

Tour Price

BookingDepartArriveAirlinePriceDownload
4 ธ.ค. 6211 ธ.ค. 6272,900฿download pdf
18 ธ.ค. 6225 ธ.ค. 6269,900฿download pdf

หมายเหตุรายละเอียดด้านหน้านี้เป็นรายการเบื้องต้น หากท่านต้องการรับรายละเอียดโปรแกรมที่สมบูรณ์กรุณาติดต่อพนักงานขาย หรือกดดาวน์โหลดไฟล์ PDF ด้านบน
วันแรกกรุงเทพฯ – ไนโรบี
22.00 น.พร้อมกัน ณ สนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศขาออกชั้น 4 เจ้าหน้าที่รอรับท่านและคณะพร้อมอำนวยความสะดวกในการเช็คอินบัตรโดยสารตลอดจนกระเป๋าสัมภาระก่อนออกเดินทาง
วันที่สองไนโรบี – โจฮันเนสเบิร์ก – ช้อปปิ้ง SANDTON – อุทยานสวนสิงโต – ซัน ซิตี้    
01.20น.ออกเดินทางโดยสายการบินเคนย่า แอร์เวย์ โดยเที่ยวบินที่ KQ887
06.10น.เดินทางถึงกรุงไนโรบี ประเทศเคนย่า เพื่อเปลี่ยนเครื่อง
07.45น.ออกเดินทางสู่โจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ โดยสายการบินเคนย่า แอร์เวย์ โดยเที่ยวบินที่ KQ760
10.55 น.เดินทางถึงโจฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว(นักท่องเที่ยวชาวไทยได้รับการยกเว้นการขอวีซ่า สามารถพำนักในแอฟริกาใต้ได้ 30 วัน) นำท่านออกเดินทางเข้าสู่ “เมืองโจฮันเนสเบิร์ก” Johannesburg หรือที่ชาวแอฟริกาใต้เรียกกันสั้นๆว่า “โจเบิร์ก” ซึ่งเป็นเมืองธุรกิจมาตั้งแต่เมื่อร้อยกว่าปีก่อน และได้รับฉายาว่า THE GOLD CITY ในช่วงศตวรรษที่ 20 มีการแบ่งแยกสีผิว ทำให้เกิดชุมชนต่างผิวขึ้นคนละมุมเมือง โดยแยกเป็นเมืองคนขาว คือ SANDTON และเมืองคนดำคือ SOWETO เป็นเมืองลูกรายล้อมโจเบิร์ก ในปัจจุบันโจเบิร์กนั้น คลาคล่ำไปด้วยผู้คนและอาคารสูงทันสมัย ตัวเมืองโจฮันเนสเบิร์กทุกวันนี้มีลักษณะไม่ต่างกับเมืองใหญ่ทั่วโลก จากนั้นนำท่านชมสนาม FNB SOCCER CITY STADIUM ที่ใช้ในนัด เปิดสนาม และนัดชิงชนะเลิศ การแข่งขันฟุตบอลโลกปี 2010 ที่ แอฟริกาใต้ เป็นเจ้าภาพ จากนั้นนำเข้าสู่เขต SANDTON อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าในแหล่ง ช้อปปิ้งที่ทันสมัยที่ แมนเดลลา สแควร์ (MANDELA SQUARE) นำท่านเดินทางสู่ THE UKUTULA LION CONSERVANCY “อุทยานสวนสิงโต” ท่านจะพบกับ สิงโตและสัตว์นานาชนิดภายในอุทยาน เพลิดเพลินไปกบการชมชีวิตของสัตว์เหล่านั้นให้อิสระท่านในการเก็บภาพความประทับใจภายในอุทยานแห่งนี้
ค่ำบริการอาคารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหาร พื้นเมืองสไตล์แอฟริกัน(THE CARNIVORE) คาร์นิวอร์ BBQ หอมกรุ่น ที่มีเนื้อสัตว์นานาชนิดให้ท่านได้ทดลองชิมท่ามกลางบรรยากาศแบบนีโอแอฟริกันอันโรแมนติก
พักที่:PEERMONT HOTEL หรือระดับใกล้เคียง
วันที่สามส่องสัตว์ซาฟารี – pilanesberg game reserve – ซัน ซิตี้
05.00น.ก่อนฟ้าสาง นำท่านออกเดินทาง ท่องป่าซาฟารีรับอรุณ ที่ป่าพีลันเนสเบิร์ก ที่มีเนื้อที่กว่า 500 ตารางกิโลเมตร นำท่านสัมผัสธรรมชาติอันสวยงาม โดยมีนายพรานซึ่งเป็นทั้งคนขับและผู้บรรยายนำเที่ยวชมสัตว์ต่างๆ ออกเดินทางสู่เขตวนอุทยานสัตว์ป่าขุนเขาพีลันเนสเบิร์ก  และป่าซาฟารีของเอกชน เปิดให้ท่านได้ท่องป่าซาฟารี ชมสัตว์ที่ยิ่งใหญ่ทั้ง 5 ของแอฟริกาคือ สิงโต แรด ควาย ป่า ช้าง และเสือดาว ไปจนถึงเพื่อนๆ ที่น่ารักอย่างยีราฟ ม้าลาย ฮิปโปโปเตมัส และนกนานาชนิด นำท่านเข้าพักในซาฟารีลอดจ์ ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายครบครันท่ามกลางบรรยากาศที่ไม่เหมือนใคร ท่องป่าซาฟารีดูสัตว์ที่วนอุทยานสัตว์ป่าขุนเขาพีลันเนสเบิร์ก pilanesberg game reserve รถที่จะพาไปชมสัตว์เป็นรถแบบเปิดโลก ด้านข้างเปิดโล่งรับลม จุคนได้ 20 คน รถแต่ละคันมีนายพรานหรือ Ranger ซึ่งเป็นทั้งคนขับรถและไกด์คอยแนะนำวิธีการชมสัตว์ให้ทราบ ป่าพิลาเนสเบิร์กแห่งนี้มีพื้นที่ประมาณ 500 ตารางกิโลเมตร พื้นที่เกิดจากภูเขาไฟระเบิดเมื่อหลายร้อยปีก่อนทำให้ผืนดินมีแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์ มีความเขียวชอุ่มเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์นานาชนิดและแน่นอนหมายรวมถึง ผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 5 (Big five) คือ ควายป่า ช้าง สิงโต แรด และเสือดาว ซึ่งถ้าได้เห็นครบก็ถือได้ว่าเป็นการชมสัตว์ที่สมบูรณ์ แต่ค่อนข้างเป็นไปได้ยาก เพราะสัตว์ที่นี่อยู่กันอย่างอิสระ ในป่าซึ่งเป็นป่าโปร่ง ป่าละเมาะ และทุ่งหญ้าสะวันนา จนถึงกึ่งทะเลทราย แอฟริกาใต้มีสัตว์ป่ากว่า 220 ชนิด ซึ่งสัตว์ป่ามีชีวิตอยู่อย่างอิสรเสรีตามธรรมชาติ
เช้าบริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
จากนั้นเดินทางเข้าสู่ “ซันซิตี้” Sun city หรือ The lost City เมืองลับแลแห่งหุบเขาแสงตะวัน เป็นเมืองที่ถูกเนรมิตขึ้นจากความคิดของอภิมหาเศรษฐีที่ชื่อว่า ซอล เคิร์ซเนอร์ ที่ลงทุนด้วยเงินจำนวนมหาศาลถึง 28,000 ล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้างนาน 18 ปี และความพยายามอีกล้นเหลือในการเนรมิต ผืนดินอันว่างเปล่าและแห้งแล้งในแคว้น Bophutswana กลางแอฟริกาใต้ให้กลายเป็นเมืองแห่งความสำราญบันเทิงทุกรูปแบบ โดยการเริ่มสร้างโรงแรมไปเรื่อยๆ ตั้งแต่โรงแรมเดอะซันซิตี้, โรงแรมเดอะคาบานาส,โรวแรมเดอะคาสเคด และ เดอะพาเลซ (The palace or The palace of the Lost city) ด้วยสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียนผสมแอฟริกัน และตกแต่งภายในสไตล์แอฟริกัน ให้สมกับเป็นอาณาจักรอลังการดาวล้านดวงแห่งนี้ อิสระให้ท่านเพลิดเพลินกับสิ่งอำนวยความสะดวก มีสระว่ายน้ำขนาดใหญ่และทะเลน้ำจืดเทียมขนาดใหญ่ยักษ์ที่ มีลักษณะเหมือนทะเลจริงๆ แวดล้อมด้วยขุนเขาและต้นไม้ที่จัดเป็นอย่างระเบียบสวยงาม
เที่ยงบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย

 

      นอกเหนือจากนี้ยังมีสนามกอล์ฟระดับมาตรฐานโลก ที่ใช้เป็นสถานที่แข่งกอล์ฟนัดสำคัญๆ มาหลายต่อหลายครั้งแล้ว ออกแบบโดยนักกอล์ฟชื่อดังของโลก Gary Player คือ Gary player golf course และ Sun city golf course โรงภาพยนตร์ ร้านค้า ดิสโกเธค คาสิโนที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้เมืองนี้ไม่เคยหลับใหล สวนสัตว์ สวนพฤกษศาสตร์ที่รวบรวมพันธุ์ไม้จากทั่วโลกเอาไว้พร้อมน้ำตก และธารน้ำไหลรินเอื่อยๆ ที่สร้างความสดชื่นสบายอย่างบอกไม่ถูก บางสถานที่และกิจกรรมบางประเภทถูกสงวนไว้สำหรับแขกที่มาพัก The Palace เท่านั้น

ค่ำบริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ :THE PALACE OF THE LOST CITY หรือระดับใกล้เคียง
วันที่สี่ซัน ซิตี้ – หมู่บ้านเรเซดี – พริทอเรีย – พิพิธภัณฑ์วูร์เทรคเกอร์ – เคปทาวน์
เช้าบริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
นำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านเรเซดี Lesedi Cultural Village หมู่บ้านวัฒนธรรมแห่งนี้นำเสนอวิถีชีวิตหลากหลายรูปแบบและประวัติศาสตร์ความเป็นมาของชนเผ่าพื้นเมืองต่างๆของชาวแอฟริกาใต้ได้อย่างละเอียด ทั้งรูปแบบบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ศิลปะการแสดงต่างๆ รอให้ทุกท่านสัมผัส นำท่านชมการแสดงพื้นเมือง ของชาวเรเซดี นำท่านออกเดินทางสู่ “เมืองพริทอเรีย” Pretorius เมืองแห่งดอกไม้สีม่วง (Pretoria) เมืองหลวงด้านการบริหารของแอฟริกาใต้เมืองนี้ ดั่งตามชื่อของแอนดีส์ พรีทอรีอัส (Andries Pretorius) วีรบุรุษของการต่อสู้รบระหว่างพวกบัวร์ (Boer) กับชนพื้นเมืองผิวดำ พริทอเรีย จึงเป็นเมืองหลวงของชาวบัวร์ที่พยายามต่อสู่กับพวกอังกฤษเพื่อให้ได้อิสรภาพนอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของสถานทูตนานาชาติ ธนาคาร ทำเนียบประธานาธิบดีและที่ทำการรัฐบาล วุฒิสภาจะจัดประชุมขึ้นที่เมืองพริทอเรีย สิ่งหนึ่งที่โดดเด่นและอาจถือได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของเมืองคือ ต้นแจ๊กการันดา (Jacaranda) ที่มีดอกสีม่วงสดบานสะพรั่งดั่งเช่น ซากุระของชาวญี่ปุ่น เมืองนี้ได้สมญานามว่า “City of Jacaranda” ซึ่งจะออกดอกบานสะพรั่งให้ได้เห็นกันในช่วงเดือนตุลาคมของทุกปี นำท่านนั่งรถเที่ยวผ่านชมสถานที่สำคัญของเมือง Church squareจัตุรัสกลางเมือง เป็นที่ตั้งของอนุสาวรีย์พอล ครูเกอร์ อดีตประธานาธิบดีของรัฐอิสระชาวบัวร์ จัตุรัสแห่งนี้เป็นสถานที่ที่ชาวบัวร์มาชุมนุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านการปกครอง และรับรู้ข่าวสารบ้านเมืองกัน ใกล้กันเป็น City hall ศาลาเทศบาลเมืองด้านหน้าอาคารมีอนุสาวรีย์แอน ดีรส์ พรีท  อรัสและลูกชายผู้ก่อตั้งเมือง Union Building ทำเนียบประธานาธิบดี และที่ทำการของรัฐบาลที่ใหญ่โตมโหฬารราวกับพระราชวังจนติดอันดับว่าเป็นทำเนียบประธานาธบดีที่สวยที่สุดในโลก นำท่านชมภายนอกพิพิธภัณฑ์วูร์เทรคเกอร์ (Voortrekker monument & museum) ศูนย์รวมจิตใจของชนผิวขาวเชื้อสายดั้งเดิมของชาวบัวร์ อนุสาวรีย์แห่งนี้สร้างขึ้นเพื่อระลึกถึงการเดินทางอพยพของพวกบัวร์จากปลายแหลมของทวีป เข้าสู่ใจกลางประเทศแอฟริกาใต้และร่วมฉลองครบรอบ 100 ปี ของการสู้รบกับชาวพื้นเมือง
เที่ยงบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
………นำท่านออกเดินทางมุ่งหน้าสู่สนามบิน
 …….ออกเดินทางโดยสายการบิน……………… โดยเที่ยวบินที่ …………
ค่ำบริการอาคารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหาร
พักที่ :CAPETONIAN OR SOUTHERN SUN CAPE SUN HOTEL  หรือระดับใกล้เคียง
วันที่ห้าเคปทาวน์ – เทเบิ้ล เมาเท่น – ท่าเรือฮูทเบย์
เช้า

 

บริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
นำท่านชมเมืองเคปทาวน์ ซึ่งตั้งอยู่ในแหลมทางใต้สุดของประเทศ เป็นเมืองท่องเที่ยวต่างอากาศ และยังมีแหลมต่างๆ ที่เป็นที่รู้จักกันดีคือแหลมกู๊ดโฮป และแหลมอากุลฮาส ซึ่งตั้งอยู่ปลายใต้สุดของทวีปแอฟริกา เป็นจุดที่มหาสมุทรแอตแลนติคและมหาสมุทรอินเดียมาบรรจบกันจึงทำให้มีอากาศแปรปรวน และบริเณเมืองริมฝั่งทะเลของเคปทาวน์นี้ เป็นเส้นทางที่น่าเที่ยวที่สุดและมีวิวทิวทัศน์ที่งดงามน่าตื่นตาตื่นใจเป็นอย่างยิ่ง  นำท่านขึ้นสู่เทเบิ้ล เมาเท่น ภูเขาสูงยอดตัดตรงเหมือนกับโต๊ะโดยกระเช้าไฟฟ้าหมุนรอบตัวเอง (Cable car) ซึ่งในช่วงที่ลมแรงหรือมีฝนตกจะหยุดวิ่งทั้งนี้เพื่อความ ปลอดภัยของผู้มาเยือน ขึ้นมาด้านบน มีเส้นทางเดินลัดเลาะไปตามแนวขอบเขา เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมวิวรอบด้านได้อย่างชัดเจน ไกลไปจนถึงตัวเมืองเคปทาวน์ทีเดียว บนภูเขาโต๊ะนี้มีสัตว์ตัวเล็กประเภทหนึ่งหน้าตาน่าเอ็นดู ชื่อว่าตัวเดสซี่ หรือกระต่ายบิน (Dassie or Rock rabbit) มีลักษณะกึ่งผสมระหว่างกระรอกกับกระต่ายเป็นมิตรกับผู้คนที่ผ่านมาเยือน เมื่อมองไปรอบๆ เราจะเห็นภูเขารายล้อมหลายต่อหลายลูก แต่ที่โดดเด่นคือ ไลอ้อนเฮด (Lion Head) ภูเขาที่มองดูแล้วใครๆ ก็ต้องพูดว่าคล้ายกับหัวสิงโต ในเวลาที่พระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้าภูเขาลุกนี้มีสีแดงสวยงามยิ่งนัก หมายเหตุ กระเช้า Cable Car จะปิดทำการในช่วงที่ลมแรงหรือมีฝนตกจะหยุดวิ่ง ทั้งนี้เพื่อความปลอดภัยของลูกค้า โดยทางบริษัทฯ จัดโปรแกรมทัวร์ นั่งรถม้าชมปราสาทแห่ง แหลมกู๊ดโฮป แทน
เที่ยงบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมืองพร้อมชิม กุ้งมังกรรสเลิศ Lobster ท่านละ 1 ตัว
บ่าย

   นำท่านลงเรือที่ท่าเรือฮูทเบย์ Hout bay เพื่อไปชมแมวน้ำที่เกาะดุยเกอร์ (Duiker Island) เหล่าแมวน้ำตัวอ้วนอุยนอนเบียดเสียดอาบแดดกันเต็มเกาะตามธรรมชาติ แล้วแวะเยี่ยมเหล่าบรรดานกเพนกวินแอฟริกันที่ “เมืองไซมอน” (Simon’s Town) ณ เมืองแห่งนี้บ้านเรือนจะตั้งลดหลั่นกันอยู่ตามเนินเขา หันหน้าออกทะเล ซึ่งเจ้าของส่วนมากเป็นคนมีฐานะทั้งนั้น เมื่อมาถึงบริเวณชายหาดโบลเดอร์ เจ้าบ้านตัวน้อยเพนกวินอัฟริกัน ตัวผู้มีสีสันมากกว่าตัวเมีย โดยเฉพาะบริเวณขอบตาจะมีสีชมพู คล้ายแต้มสีอายแชโดว์ไว้อย่างนั้น ส่วนตัวเมียจะไม่มี ลำตัวมีสีดำขาวตัดกัน แต่ตัวเมียมีสีน้ำตาลและมีขนาดใหญ่กว่า นกเพนกวินที่นี่ใช้ชีวิตอย่างอิสรสบายอารมณ์ตามธรรมชาติ แล้วเดินทางสู่แหลมแห่งความหวังหรือแหลมกู๊ดโฮป

ค่ำบริการอาคารค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ :CAPETONIAN OR SOUTHERN SUN CAPE SUN HOTEL หรือระดับใกล้เคียง
วันที่หกแหลมกู๊ดโฮป – ฟาร์มนกกระจอกเทศ – ไวน์เทสติ้ง กรูทคอนสแตนเทีย
เช้าบริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
นำท่านเที่ยวชมแหลมแห่งความหวัง หรือ แหลมกู๊ดโฮป (Cape of Good Hope) อยู่ในเขตสงวน Cape of Good Hope Nature Reserve ปลายสุดแหลมมีประภาคารขนาดใหญ่ จะเห็นรอยตะเข็บที่มหาสมุทรอินเดียและมหาสมุทรแอตแลนติกมาบรรจบกันได้ชัดเจน บนผิวน้ำซึ่งเป็นเหตุให้บริเวณนี้ ท้องทะเลมักมีหมอกลงจัดอากาศแปรปรวน ทั้งนี้เพราะกระแสน้ำอุ่นและกระแสน้ำเย็นมาประทะกัน ทำให้ยากต่อการเดินทางโดยทางเรือทั้งในสมัยโบราณและปัจจุบัน ทัศนะวิสัยไม่ดีนักทำให้เรือชนหินโสโครกหรือชนกันเองเสมอๆ จนก่อให้เกิดเรื่องราวของภาพหลอน มิติลี้ลับและเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับฟลายอิ้งดัตช์แมน Flying Dutchman ซึ่งเป็นชื่อเรือที่นักเดินทางเรือชาวดัตช์ ที่พยายามจะเดินทางอ้อมผ่านแหลมกู๊ดโฮป ให้ได้แต่ก็ทำไม่สำเร็จ ทำให้เรือสูญหายไปในทะเลท่ามกลางหมอกหนาทึบจนถึงทุกวันนี้ และจุดชมวิวที่สวยที่สุดคือ Cape Point เคปอยท์ จนได้เวลาอันสมควร นำคณะออกเดินทางกลับสู่เมืองเคปทาวน์ นำท่านสู่ West Coast Farm ฟาร์มเลี้ยงนกกระจอกเทศขนาดใหญ่ เพื่อที่ท่านจะได้สัมผัสกับวงจรชีวิตของนกกระจอกเทศอย่างใกล้ชิด รับชมและรับฟังเรื่องราวของการเลี้ยงนกกระจอกเทศ อันเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่ทำรายได้ดี ตลอดจนวงจรชีวิตของสัตว์ปีกที่มีขนาดใหญ่และวิ่งเร็วที่สุดในโลก
เที่ยงบริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง ให้ท่านได้ทดลองชิมเนื้อและไข่ ของนกกระจอกเทศ
บ่าย

 

  นำท่านเที่ยวชมความงดงามที่ซ่อนเร้นของเมืองเคปทาวน์ เมืองเก่าแก่ที่มีอายุมากกว่า300 ปี ได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่สวยที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง ตั้งอยู่ปลายสุดของอัฟริกาใต้ เป็นเมืองหลวงด้านนิติบัญญัติของแอฟริกาใต้ มีอดีตเก่าแก่และทันสมัยที่สุดแถมด้วยรางวัลเมืองที่ได้ชื่อว่าใจกว้างที่สุดของ แอฟริกาใต้อีกด้วย เพราะที่เมืองนี้คนต่างสีผิวสามารถเดินเคียงบ่าเคียงกันได้ทุกสถานที่ นำท่านแวะชมไร่องุ่นและแหล่งผลิตไวน์กันที่ กรูทคอนสแตนเทีย Groot Constantia ไวน์เอสเตทที่สร้างด้วยสถาปัตยกรรมแบบดัตช์ ซึ่งยังคงรักษาอาคารบ้านเรือนสมัยเก่าไว้ได้ในสภาพที่ดีเยี่ยมและสวยงาม มีไร่องุ่นมากมายและเป็นไร่องุ่นที่ดี มีโรงงานผลิตไวน์แดง และมีบริการให้ชิมไวน์กันด้วย

ค่ำ

    บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร พิเศษ กุ้งมังกรและหอยเป๋าฮื้อ เมนูทีเด็ด

พักที่ :CAPETONIAN OR SOUTHERN SUN CAPE SUN HOTEL หรือระดับใกล้เคียง
วันที่เจ็ดเคปทาวน์ – ย่านวิคตอเรีย อัลเฟรด วอเตอร์ฟร้อนท์ – เดินทางกลับ
เช้าบริการอาหารเช้า ณ โรงแรมที่พัก
นำท่านเดินทางสู่ย่านวิคตอเรีย อัลเฟรด วอเตอร์ฟร้อนท์  ย่านการค้า ที่อดีตเคยเป็นอู่ซ่อมบำรุงและท่าเทียบเรือแลกเปลี่ยนสินค้ามาตั้งแต่สมัยยุคล่าอาณานิคม แต่ด้วยความเจริญรุ่งเรืองทางการค้าในย่านนี้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ต้องบูรณะสร้างเป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยว มีสาธารณูปโภคที่อำนวยความสะดวกอย่างครบครัน เรียกว่าเป็นแหล่งเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ขนาดใหญ่ของนักท่องเที่ยว ให้ได้สัมผัสความมีชีวิตชีวาของเคปทาวน์ มีโรงแรมระดับห้าดาว ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร พิพิธภัณฑ์ ร้านขายสินค้าที่ระลึก เวทีกลางแจ้ง ได้เวลาอันสมควรนำท่านออกเดินทางสู่สนามบิน
14.30น.ออกเดินทางสู่เมืองกรุงไนโรบี โดยเที่ยวบินที่ KQ783
22.05 น.เดินทางถึงสนามบินไนโรบี แวะต่อเครื่อง
23.59 น.นำท่านออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยเที่ยวบินที่ KQ886
วันที่แปดกรุงเทพฯ
หมายเหตุโปรแกรมการเดินทางอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม อาจเนื่องจากสภาพ ลม, ฟ้า, อากาศ และสถานการณ์ในการเดินทางในขณะนั้น ตามดุลยพินิจของหัวหน้าทัวร์และมัคคุเทศก์ท้องถิ่น

ข้อมูลเพิ่มเติม

Month

5-พฤษภาคม

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์

เข้ามาเพิ่มบทวิจารณ์เป็นคนแรก “WKQ2108J แอฟริกาใต้ 8 วัน KQ [JNB-CPT] พ.ค.-ธ.ค. 2019”