melanie-van-leeuwen-83771
ปอมเปอี
OASIS
Vernaza village, Cinque Terre, Liguria, Italy, Europe_505942468
melanie-van-leeuwen-83771
ปอมเปอี
OASIS
Vernaza village, Cinque Terre, Liguria, Italy, Europe_505942468

WQR6610B Mediterranean 10 D. QR 04-13MAY19

สเปน – ฝรั่งเศส – อิตาลี

OASIS OF THE SEA 

เรือสำราญที่ใหญ่และใหม่ที่สุดในโลก

Tour Price

BookingDepartArriveAirlinePriceDownload
4 พ.ค. 6213 พ.ค. 62128,900฿download pdf

หมายเหตุ รายละเอียดด้านหน้านี้เป็นรายการเบื้องต้น หากท่านต้องการรับรายละเอียดโปรแกรมที่สมบูรณ์กรุณาติดต่อพนักงานขาย หรือกดดาวน์โหลดไฟล์ PDF ด้านบน
วันแรก กรุงเทพมหานคร
18.00
พร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 8 เคาน์เตอร์ Q สายการบินกาตาร์ แอร์เวย์
 21.15 ออกเดินทางสู่ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ โดยเที่ยวบินที่ QR833
วันที่สอง โดฮา – บาร์เซโลน่า – เรือสำราญ
00.25 ถึงกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ (เพื่อแวะเปลี่ยนเครื่อง)
 01.40 ออกเดินทางสู่เมืองบาร์เซโลน่า โดยสายการบิน กาต้าแอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR137
 07.40 ถึงเมืองบาร์เซโลน่า (BARCELONA) หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองแล้ว นำท่าน ชมความงามของเมืองบาร์เซโลนา แวะบันทึกภาพกับ สนามกีฬาโอลิมปิค 1992 นำท่านบันทึกภาพกับมหาวิหารซากราด้า ฟามิเลียร์ (Sagrada Familia) (เข้าชมภายใน) สัญลักษณ์แห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สูงใหญ่ถึง 170 เมตร ออกแบบก่อสร้างอย่างสวยงามแปลกตา ตั้งแต่ปี ค.ศ.1882 เป็นผลงานชั้นยอดที่แสดงถึงอัจฉริยภาพของ อันโตนี เกาดี้ สถาปนิกผู้เลื่องชื่อ มหาวิหารแห่งนี้
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย หลังอาหารนำท่านเชคอินขึ้นเรือสำราญที่ใหญ่ที่สุดในโลกลำใหม่ล่าสุดของ Royal Caribbean “Oasis of the Seas” ซึ่งเป็นเรือสำราญที่จะเปิดปฐมฤกษ์ในเส้นทางล่องทะเลเมดิเตอร์เรเนียนในปี 2018 ร่วมเป็นสักขีพยานเปิดหน้าประวัติศาสตร์ของเรือสำราญที่จะทุบสถิติ เป็นเรือลำใหญ่ที่สุดในโลก ประจำปี 2018 ด้วยระวางเรือขนาด 230,000 ตัน จุผู้โดยสารได้กว่า 5,494 คน พร้อมพนักงานบนเรือทั้งหมด 2,175 ท่าน ห้องพักบนเรือทั้งหมด 2,775 ห้อง พร้อม Entertainment Complex ต่างๆ มากกว่าเรือลำอื่น
16.00 เรือสำราญเดินทางออกจากท่าเทียบเรือบาร์เซโลนา มุ่งหน้าสู่ ท่าเรือปัลมา เดอ มายอร์กา
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ
พักที่ **ห้องพัก OCEAN VIEW BALCONY สุดโรแมนติกพร้อมระเบียงวิวทะเล**
วันที่สาม ปัลมา เดอมายอร์ก้า
เช้า *** เรือสำราญเทียบท่า ตั้งแต่ 08.00 – 16.00 น. ***
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
08.00 เรือจอดเทียบท่าที่ ท่าเรือปัลมา เดอ มายอร์กา (Palma de Mallorca) นำท่านเที่ยวชมเมืองปัลมา เดอ มายอร์กา เป็นเมืองสำคัญและเมืองท่าบนเกาะมายอร์กาและเป็นเมืองหลักของของแคว้นปกครองตนเองแห่งหมู่เกาะแบลีแอริก เมืองตั้งอยู่ชายฝั่งทิศใต้ของเกาะ เป็นเขตเมืองที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับ 12 ของสเปน เกือบครึ่งหนึ่งของประชากรบนเกาะมายอร์กาอาศัยอยู่ในปัลมา มีการทำการค้าผลิตผลทางการเกษตรและเหล้าองุ่น มีอุตสาหกรรมสิ่งทอ ถุงเท้ารองเท้า เครื่องจักสาน เครื่องเย็บปักถักร้อย และอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว
 เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางสู่ มหาวิหารเลอซู (La Seu, Cathedral of Palma) โบสถ์สไตล์โกธิคโรมันคาทอลิก บ้านคู่เมืองของเกาะมายอร์กา สร้างขึ้นตามบัญชาของกษัตริย์เจมส์ที่ 1 แห่งอารากอนในปี ค.ศ. 1229 และเสร็จสิ้นในปี ค.ศ.1601 โดยใช้เวลาร่วม 370 ปีในการก่อสร้าง และได้มีการปรับปรุงตามแบบฉบับของอันโตนิโอ เกาดี้ สถาปนิกและผู้ออกแบบผู้มีชื่อเสียงแห่งเมืองบาร์เซโลน่าในช่วงระหว่างปี ค.ศ.1901-1914 นำท่านเข้าชมความงดงามภายในมหาวิหารแห่งปัลมา ตกแต่งด้วยกระจกลายสีที่ใหญ่ที่สุดในโลก จากนั้นอิสระเล่นเล่นตามอัธยาศัย
15.00 นำท่านเดินทางสู่ท่าเทียบเรือปัลมา เดอ มายอร์กา
16.00 เรือออกเดินทางจากท่าเทียบเรือ ปัลมา เดอ มายอร์กา มุ่งหน้าสู่ท่าเทียบเรือมาร์กแซย์
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ / หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ
พักที่ **ห้องพัก OCEAN VIEW BALCONY สุดโรแมนติกพร้อมระเบียงวิวทะเล**
วันที่สี่ มาร์กแซร์ – โพรวองซ์ – อาเล่ส์ – เอ็กซ์ โพรวองซ์
เช้า

09.00

 

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
เรือจอดเทียบท่า ณ ท่าเทียบเรือมาร์กเซย์ (โพรวองซ์) ประเทศฝรั่งเศส จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองอาเล่ส์(Arles) เมืองประวัติศาสตร์โบราณเก่าแก่ และเป็นเมืองที่แวนโก๊ะ เคยอาศัยอยู่ที่นี้ก่อน จะเสียชีวิต เมืองนี้ตั้งอยู่ริมแม่น้ำโรน เป็นเมืองที่ค่อนข้างมีความโดดเด่นในด้านของโบราณสถานสำคัญที่มีมาตั้งแต่ยุคสมัยโรมาเนสก์ และองค์การยูเนสโกยกให้เมืองอาเล่ส์ เป็นมรดกโลกไปในปี ค.ศ.1981 ในเขตเมืองเก่าท่านจะได้สัมผัสความเป็นเมืองโรมันโบราณ นำท่านชมโบสถ์ โทรแปรง (St.Trophime Church) เป็นโบสถ์ที่สร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 3 สร้างขึ้นในแบบของสถาปัตยกรรมโรมัน เป็นโบสถ์ที่บิชอบคนแรกของเมืองอาเล่ส์ได้อยู่สถานที่แห่งนี้ นำท่านชม สนามสู้วัวกระทิงตั้งแต่สมัยโรมัน (Les Arènes) ในปัจจุบันที่นี่ยังถูกใช้จัดงานแสดงสู้วัวกระทิง ประจำปีของเมือง Arles แวะเก็บภาพ ที่ร้าน“Café la nuit” ร้านนี้มีพลังดึงดูดคนหลายแสนจากการวาดภาพของแวนโก๊ะ“Van Gogh” ให้มานั่งร้านกาแฟที่ถูกวาดอยู่ในภาพ ทั้งๆที่รูปนั้นถูกวาดจากร้านกาแฟข้างๆ ที่แวนโก๊ะมานั่งวาดภาพกับไม่มีคนเท่ากับร้าน“Café la nuit” รูปที่ว่านั้นมีชื่อว่า Terrasse de café de nuit ถูกเขียนในปี ค.ศ.1888
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร  **เมนูพิเศษล๊อฟเตอร์!!!!**
นำท่านเดินทางสู่ เมืองเอ็กซ์ ออง โพรวองส์” (Aix en Provence)(ระยะทาง 70 กม.) ผ่านชมเมืองเพื่อสัมผัสกับวิถีชีวิตของชาวโพรวองส์ กับผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน ผัก และผลไม้สดๆจากไร่ ตลาดดอกไม้สด พร้อมชมอาคารบ้านเรือนสไตล์บาร็อคที่หรูหรา ซึ่งอดีตเคยเป็นเมืองเก่าแก่ในสมัยโรมัน ที่มีความรุ่งเรืองเป็นอย่างมาก ต่อมามีการปรับปรุง และมีการก่อสร้างอาคารที่สวยงามมากขึ้น ปัจจุบันจึงเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีความสำคัญเมืองหนึ่ง โดยเฉพาะช่วงที่มีเทศกาลดนตรีในเดือนกรกฎาคม จากนั้นเดินทางสู่ เมืองมาร์เซย์” (Marseille) (ระยะทาง 34 กม.) เมืองท่าที่สำคัญของประเทศฝรั่งเศส เป็นเมืองชายหาดริเวียร่าที่งดงาม ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นประตูเมดิเตอร์เรเนียนของฝรั่งเศส
17.00 นำท่านเดินทางสู่ท่าเทียบเรือมาร์กเซย์
18.00 เรือออกเดินทางจากท่าเทียบเรือมาร์กเซย์ มุ่งหน้าสู่ท่าเทียบเรือลาสเปเซีย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ  / หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ
พักที่ **ห้องพัก OCEAN VIEW BALCONY สุดโรแมนติกพร้อมระเบียงวิวทะเล**
วันที่ห้า ลาสเปเซีย – ชิงเกว่ แตร์เร
  *** เรือสำราญเทียบท่า ตั้งแต่ 08.30 – 20.30 น. ***
เช้า

08.30

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
เรือจอดเทียบท่าที่ท่าเรือลาสเปเซีย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมือง ลา สเปเซีย (LA SPEZIA) เมืองในเขตลิกูเรีย ทางตอนเหนือของอิตาลี อยู่ระหว่างเมืองเจนัวและปิซ่า บนทะเลลิกูเรียและเป็นหนึ่งในอ่าวที่มีความสำคัญทางด้านการค้า และการทหาร เดินทางถึง เมือง ลา สเปเซีย นำท่าน เดินทางสู่เมือง ชิงเกว่ แตร์เร (Cinque Terre) หมู่บ้านเล็กๆ ทั้งห้า ที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งริเวียร่าของอิตาลี มีความหมายว่า “ห้าดินแดน” (Five Lands) ประกอบด้วย หมู่บ้านห้าแห่ง ได้แก่ Monterosso al mare, Vernazza, Corniglia, Manalora และ Riomaggiore โดยทั้งห้าหมู่บ้านนี้มีหุบเขาล้อมรอบประกอบกันเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติฯและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนสีเทอร์ควอยซ์ทำให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตแห่งหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย อิสระให้ท่านชมความงดงาม และถ่ายภาพตามอัธยาศัย
เที่ยง รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
หมู่บ้านริโอแมกจิโอเร ( RIOMAGGIORE) เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีเสน่ห์ และมีบรรยากาศเหมือนเมืองตุ๊กตาบ้านเรือนที่ตั้งลดหลั่นกันบนหน้าผาที่ปกคลุมด้วยต้นไม้เขียวขจีตัดกับน้ำทะเลเมดิเตอร์เรเนียนสีเทอร์ควอยซ์ทำให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตแห่งหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย อิสระให้ท่านชมความงดงาม และถ่ายภาพตามอัธยาศัย
18.30 ได้เวลาสมควรนำท่านออกเดินทางกลับนำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือลาสเปเซีย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ //หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือช้อปปิ้งและสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ
20.30 เรือออกเดินทางจากท่าเทียบเรือลาสเปเซีย เพื่อมุ่งหน้าสู่ท่าเรือซิวิตาแวคเซีย ประเทศอิตาลี
วันที่หก ชิวิคตาเวคเคีย – ทิโวรี – ปราสาทแกนโดลโฟ
  *** เรือสำราญเทียบท่า ตั้งแต่ 07.00 – 20.00 น. ***
เช้า
07.00
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
เรือเทียบท่า ณ ท่าเรือชิวิคตาเวคเคียนำท่านออกเดินทางสู่เมืองทิโวรี่ จากนั้นนำท่านชมภายนอก สนามกีฬาโคลอสเซียม 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่เกิดขึ้นมาเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจของ “ เวสปาเรียน Vespasian จักรพรรดิแห่งโรม พระองค์เริ่มครองราชย์ในปี ค.ศ. 69 แล้วเสร็จปี ค.ศ. 80 ในสมัยของ Titus บุตรชายของจักรพรรดิ์เวสปาเรียน โดยโคลอสเซียมแห่งนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกของชาวโรมันโบราณ ชม “ประตูชัยคอนสแตนติน”สัญลักษณ์แห่งชัยชนะและที่มาของ “ถนนทุกสายมุ่งสู่กรุงโรม” ผ่านชมสถาปัตยกรรมอันเก่าแก่ภายในกรุงโรม อาทิ “จัตุรัสเวเนเซีย” จัตุรัสที่ยิ่งใหญ่ใจกลางกรุงโรม ผ่านชม ระเบียงปาลาสโซ สถานที่ใช้กล่าวสุนทรพจน์ของมุสโสลินีในโอกาสต่างๆ “อนุสาวรีย์พระเจ้าวิคเตอร์ เอ็มมานูเอ็ลที่ 2” ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นพระบิดาของชาวอิตาลี จากนั้นผ่านชมร่องรอยของศูนย์กลางแห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ “โรมันฟอรั่ม” เดินทางเข้า สู่ นครรัฐวาติกัน “รัฐอิสระที่เล็กที่สุดในโลก” เป็นที่ประทับของ พระสันตะปาปา ซึ่งเป็นประมุขสูงสุดแห่งศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางสู่ปราสาทแกนโดโฟ (Castel Gandolfo) คาสเตลแกนโดลโฟ พระตำหนักที่ประทับพักร้อนของสมเด็จพระสันตะปาปา เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งองค์พระประมุขแห่งคริสตจักรโรมันคาทอลิกมานานหลายศตวรรษ ซึ่งหมู่อาคารพระตำหนัก ณ ที่นี้มีความพิเศษตรงที่ถือเป็นเขตกรรมสิทธิ์ของวาติกันแม้ว่ามันจะอยู่ภายนอกก็ตาม ความที่ทำเลนี้สวยงามมองเห็นผืนน้ำสีครามเบื้องล่างและอากาศดีจึงเป็นที่ที่จักรพรรดิโรมันทรงเลือกเป็นที่ประทับมาตั้งแต่เมื่อ 2,000 ปีที่แล้ว จนต่อมา ก็กลายเป็นสวนแบบอิตาเลียนที่ร่มรื่นและพระตำหนักของโป๊ปจอห์นปอลที่ 2 ได้สร้างสระว่ายน้ำขึ้นในที่ประทับฤดูร้อนเป็นครั้งแรก สถานที่พักร้อนแห่งนี้ได้มีบทเด่นขึ้นมาในหน้าประวัติศาสตร์เมื่อยุคนาซีเรืองอำนาจได้มีชาวยิวจำนวนหนึ่งเข้ามาลี้ภัยการถูกไล่ล่าอยู่ในที่แห่งนี้ซึ่งภายในมีฟาร์มเรือนกระจกและมีการเลี้ยงสัตว์เองจึงเป็นเสบียงสำคัญที่ช่วยให้ทุกคนอยู่รอดได้ ดังนั้นสถานที่แห่งนี้จึงศักดิ์สิทธิ์ทั้งองค์ผู้ประทับและกับน้ำพระทัยที่ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์อย่างไร้ขอบเขต
18.30 นำท่านเดินทางกลับสู่เรือสำราญ
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ // หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ
20.00 เรือออกเดินทางจากท่าเทียบเรือ ชิวิคตาเวคเคีย เพื่อมุ่งหน้าสู่ ท่าเรือเนเปิลส์
พักที่ **ห้องพัก OCEAN VIEW BALCONY สุดโรแมนติกพร้อมระเบียงวิวทะเล**
วันที่เจ็ด เนเปิ้ล – กาแซร์ตา – ปอมเปอี
  *** เรือสำราญเทียบท่า ตั้งแต่ 07.00 – 18.30 น. ***
เช้า

07.00

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
เรือเทียบท่า ณ ท่าเทียบเรือ เนเปิล ประเทศอิตาลี
นำท่านเดินทางสู่เมืองกาแซร์ตา (Caserta) เมืองหลวงแห่งจังหวัดกาแซร์ตา แห่งแว้นคัมปาเนียของอิตาลี นำท่านเข้าชมพระราชวังกาแซร์ตา (Palace of Caserta) อดีตพระราชวังที่ประทับของกษัตริย์แห่งเนเปิลส์แห่งราชวงศ์บูร์บง หนึ่งในพระราชวังแบบบาโรกที่ใหญ่ที่สุดที่สร้างขึ้นในยุโรปในคริสต์ศตวรรษที่ 18 พระราชวังแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลก ในปี ค.ศ.1997 ในฐานะที่เป็นงานชิ้นเลิศของยุคบาโรก
เที่ยง 

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

  เดินทางเข้าสู่ “ เมืองปอมเปอี ”  นำชมเมืองโบราณ 2,000 ปี ที่ถูกทำลายโดยลาวาของภูเขาไฟ วิโซเวียส ซึ่งภูเขาไฟลูกนี้ระเบิดเอาดินโคลนเถ้าถ่าน และหินละลายทับถมจมลงไปในดินในชั่วเวลาไม่กี่นาทีเมื่อ พ.ศ.662 ประชาชนนับหมื่นต้องถูกฝังทั้งเป็นตายด้วยความทุกข์ทรมาน โดยไม่มีโอกาสหนีรอดออกมาได้เลย และปอมเปอี ก็ถูกลืมไปจากความทรงจำของชาวโลกต่อมาได้มีการฟื้นฟูศึกษาประวัติศาสตร์โบราณชื่อปอมเปอีจึงถูกค้นพบแต่ไม่มีใครทราบว่าอยู่ที่ไหน จนกระทั่ง พ.ศ.2291 ได้พบร่องรอยของซากเมือง เมื่อรื้อดินที่ทับถมออกมาหมดแล้วก็พบซากเมืองที่ใหญ่โต และสร้างด้วยหินอย่างแข็งแรง บางแห่งพบ “ซากชาวปอมเปเอียน และสัตว์เลี้ยงของเขาที่ตายกลายเป็นหินยังคงสภาพเดิมทุกประการ ” แต่ทว่าภาพนั้นจะเห็นลักษณะของความหวาดกลัวต่อความตายได้เป็นอย่างดีบางคนนั่งเอามือปิดหน้าตายบางคนนั่งซบกับกำแพงบ้านตายก็มี ปอมเปอีจึงได้ชื่อว่า “ซากเมืองแห่งความตาย ”
16.30 นำท่านกลับสู่ท่าเทียบเรือเนเปิลส์
18.30 เรือเดินทางออกจากท่าเรือเนเปิลส์ เพื่อมุ่งหน้าสู่ท่าเทียบเรือบาร์เซโลน่า
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ / หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ
พักที่ **ห้องพัก OCEAN VIEW BALCONY สุดโรแมนติกพร้อมระเบียงวิวทะเล**
วันที่แปด ร่วมสนุกพักผ่อนกับกิจกรรม บนเรือสำราญสุดหรู
เช้า           รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ

  • วันนี้เชิญท่านสมาชิกพักผ่อนอย่างอิสระกับบริการ และกิจกรรมบันเทิงต่าง ๆ มากมายบนเรือ อาทิเช่น
  • ห้องบุฟเฟต์นานาชาติ (บริการ 24 ชั่วโมง) ห้องอาหารอิตาเลี่ยน ห้องอาหารสไตล์นิวออร์ลินส์
  • บาร์เครื่องดื่ม บาร์ไอศครีม บาร์กริลล์ ฮอทด็อก แฮมเบอร์เกอร์
  • ห้องฟังเพลง ห้องเลาจ์นห้องโชว์ และการแสดงที่พรั่งพร้อมด้วยระบบแสง สี เสียง
  • โรงภาพยนตร์ ห้องคาสิโน ห้องเกมส์ และเครื่องเล่น Simulator
  • อินเตอร์เน็ต คาเฟ่
  • สโมสรสำหรับเด็กเล็ก
  • สระว่ายน้ำ สระน้ำวน เซาวน่า ห้องนวด  ห้องยิม ห้องเสริมสวย
  • สนามกอล์ฟคอมพิวเตอร์ คอร์ตแพ็ตเดิ้ลเทนนิส บาสเก็ตบอล และวอลเล่ย์บอล
  • ห้องสมุด ห้องทำพิธีแต่งงาน ห้องแพทย์
  • ร้านค้าปลอดภาษี ร้านสรรพสินค้า และของที่ระลึก
  • ห้องแสดงภาพเขียนศิลปะ
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ**ห้องพัก OCEAN VIEW BALCONY สุดโรแมนติกพร้อมระเบียงวิวทะเล**
หมายเหตุ***      ในคืนนี้หัวหน้าทัวร์จะแจก ป้ายผูกกระเป๋าสำหรับนำลงจากเรือให้แก่ทุกท่าน และในตอนกลางคืนให้นำกระเป๋าของท่านไว้หน้าห้องไปตั้งแต่กลางดึกแล้วพนักงานจะนำกระเป๋าของท่านไปเตรียมไว้ และค่าใช้จ่ายต่างๆที่ท่านใช้จ่ายบนเรือ  จะถูกส่งมาให้ท่านตรวจเช็คและชำระในวันรุ่งขึ้น

วันที่ 9  บาร์เซโลนา – ชมเมือง – ช้อปปิ้ง
  *** เรือจอดสำราญเทียบท่า 05.00 น. ***
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
05.00 เรือจอดเทียบท่าที่ท่าเรือบาร์เซโลน่า
07.00 นำท่านเช็คเอาท์ออกจากเรือสำราญ พร้อมรับกระเป๋าสัมภาระ
นำท่านขึ้นสู่จุดชมทิวทัศน์รอบตัวเมือง บนยอดเขา “มองต์จูอิค” Mont Juic เป็นเนินเขาในบาร์เซโลน่า ที่มีทัศนียภาพอันงดงาม ทางด้านตะวันออกของเนินเขายังมีหน้าผาสูงชันซึ่งทำหน้าที่เป็นดั่งกำแพงเมือง ส่วนด้านบนเป็นที่ตั้งของป้อมปราการหลายแห่ง นำท่านสู่ถนนช้อปปิ้งสายใหญ่ของบาร์เซโลนา ถนนลารัมบลา (Larambla) ย่านที่มีชื่อเสียงที่สุดของบาร์เซโลนาแหล่งท่องเที่ยวอันเป็นที่ชื่นชอบของคนทุกวัย ถนนสายเล็กๆ ที่มีความยาวเพียง  1.2 กิโลเมตรแต่มีสีสันเสน่ห์น่าประทับใจทั้งกลางวันและกลางคืน
บ่าย รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
หลังอาหารกลางวันนำท่านสู่ ลา โรคค่า เอาท์เลต (La Roca Village Shopping Center) เอาท์เลตแบรนด์เนมขนาดใหญ่ใกล้เมืองบาร์เซโลน่า จุใจกับสินค้า  แบรนด์เนมมากมาย อาทิ เช่น Camper, Coach, Gucci, Guess, G-Star, Lacoste, Loewe, MaxMara, Ray Ban, Samsonite, Tag Heuer, Timberland, Versace, etc. อิสระให้ท่านช้อปปิ้งตามอัธยาศัย
จนได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่สนามบิน
22.30 ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินการ์ต้า แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR142
วันที่ 10 โดฮา – กรุงเทพฯ
05.40 เดินทางถึงสนามบิน โดฮา ประเทศการ์ต้า
08.40  ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินการ์ต้า แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR832
19.00 เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ