Additionally, paste this code immediately after the opening tag:
shutterstock_755943769
แพนทีออน
Valensole. Provence, France_443004475
Capri
OASIS
Palma de Mallorca. Cathedral of Palma._1242110383
shutterstock_755943769
แพนทีออน
Valensole. Provence, France_443004475
Capri
OASIS
Palma de Mallorca. Cathedral of Palma._1242110383

WQR6110F Mediterranean 10 D. QR 03-12 JUL 19

อิตาลี – โรม – เนเปิ้ล – บาเซโลน่า – สเปน – ปัลมา

ฝรั่งเศส – โพรว๊อง – ฟลอเรนซ์ – ปิซ่า – โรม

Tour Price

BookingDepartArriveAirlinePriceDownload
3 ก.ค. 6211 ก.ค. 62128,900฿download pdf

หมายเหตุ รายละเอียดด้านหน้านี้เป็นรายการเบื้องต้น หากท่านต้องการรับรายละเอียดโปรแกรมที่สมบูรณ์กรุณาติดต่อพนักงานขาย หรือกดดาวน์โหลดไฟล์ PDF ด้านบน
วันแรก กรุงเทพมหานคร
18.00
พร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ประตู 8 เคาน์เตอร์ Q สายการบินกาตาร์ แอร์เวย์
 21.15 ออกเดินทางสู่ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ โดยเที่ยวบินที่ QR833
23.40 ถึงสนามบินกรุงโดฮา รอเปลี่ยนเครื่อง ประมาณ 2 ชั่วโมง
วันที่สอง โรม – ชิวิคตาเวคเคีย
 01.35 เหิรฟ้าสู่เมืองโรม…โดยสายการบินกาต้าร์ แอร์เวย์ Qatar Airways เที่ยวบินที่ QR115
 06.55 เดินทางถึงเมืองโรม ประเทศอิตาลี หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองเรียบร้อยแล้ว

นำท่าน  ชมภายนอก สนามกีฬาโคลอสเซียม 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก ที่เกิดขึ้นมาเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งอำนาจของ “ เวสปาเรียน ” Vespasian จักรพรรดิแห่งโรม พระองค์เริ่มครองราชย์ในปี ค.ศ. 69 แล้วเสร็จปี ค.ศ. 80 ในสมัยของ Titus บุตรชายของจักรพรรดิ์เวสปาเรียน โดยโคลอสเซียมแห่งนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกของชาวโรมันโบราณนำท่าน ชมโรมัน ฟอลัม (Roman Forum)คือซากหินปรักหักพังที่หลงเหลืออยู่อันเป็นสถานที่ที่หลงเหลือให้เห็นถึงความรุ่งเรืองของโรมันในอดีต โดยที่แห่งนี้เคยเป็นจุดศูนย์กลางแห่งความรุ่งเรืองของโรมัน เป็นจุดที่ตั้งของสถานที่สำคัญมากมายในอดีต อีกทั้งยังเป็นจุดนัดพบที่สำคัญสำหรับคนในยุคนั้น

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านเดินทางสู่เมืองชิวิคตาเวคเคีย นำท่านถ่ายรูปกับป้อมปราการไมเคิลแองเจโล (Forte Michelangelo) เป็นปราสาทยุคโบราณสร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 16 โดยมีการสร้างกำแพงล้อมรอบปราสาท เพื่อใช้เป็นป้อมปราการป้องกันการรุกรานจากข้าศึกในอดีตปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นใช้เป็นป้อมปราการด่านหน้าในการเรียกเก็บระวางเรือและภาษีในสมัยก่อน
15.30 หลังอาหารนำท่านเชคอินขึ้นเรือสำราญที่ใหญ่ที่สุดในโลกลำใหม่ล่าสุดของ Royal Caribbean “Oasis of the SEAS” ซึ่งเป็นเรือสำราญที่จะเปิดปฐมฤกษ์ในเส้นทางล่องทะเลเมดิเตอร์เรเนียนในปี 2018 ร่วมเป็นสักขีพยานเปิดหน้าประวัติศาสตร์ของเรือสำราญที่จะทุบสถิติ เป็นเรือลำใหญ่ที่สุดในโลก ประจำปี 2018 ด้วยระวางเรือขนาด 230,000 ตัน จุผู้โดยสารได้กว่า 5,494 คน พร้อมพนักงานบนเรือทั้งหมด 2,175 ท่าน ห้องพักบนเรือทั้งหมด 2,775 ห้อง พร้อม Entertainment Complex ต่างๆ มากกว่าเรือลำอื่น
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ
18.00 เรือสำราญเดินทางออกจากท่าเทียบเรือชิวิคตาเวคเคีย มุ่งหน้าสู่ท่าเทียบเรือเกาะคาปรี
พักที่ **ห้องพัก OCEAN VIEW BALCONY สุดโรแมนติกพร้อมระเบียงวิวทะเล**
วันที่สาม เกาะคาปรี – ขึ้นยอดเขาบนเกาะคาปรี
เช้า *** เรือสำราญเทียบท่า ตั้งแต่ 07.00 – 18.30 น. ***
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
07.00 เรือจอดเทียบท่าที่ เกาะคาปรี นำท่านเที่ยวชมเกาะคาปรี(CAPRI)เกาะคาปรี สถานที่ตากอากาศของชนชั้นสูงมาตั้งแต่สมัยโรมันเรืองอำนาจ และยังคงไว้ซึ่งมนตเสน่ห์แห่งความงามมาจนถึงทุกวันนี้ สิ่งสะท้อนความงดงามของเกาะคาปรี คือว่าบรรดากวีและนักเขียนชื่อดังต่างก็บอกในงานเขียนเป็นเสียงเดียวกันว่า “ที่คาปรีสวรรค์อยู่ใกล้ๆ เพียงแค่ปรายตามอง” จากนั้นนำท่านนั่งรถราง EUNICULAR ขึ้นสู่จุดชมวิวบนสุดของเกาะคาปรี เก็บภาพวิวอันสวยงาม
 เที่ยง บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
ชื่นชมกับบรรยากาศที่ทำให้คาปรีมีเสน่ห์เป็นที่หลงใหลของนักท่องเที่ยว อดีตเคยเป็นที่ประทับตากอากาศของจักรพรรดิแห่งอาณาจักรโรมัน ที่โปรดให้เป็นวิมานฉิมพลีริมฝั่งทะเล ชมทิวทัศน์อันงดงามของ ยอดเขาอนาคาปรี ชมบ้านเรือนและบ้านพักตากอากาศแบบเมดิเตอร์เรเนียนได้เวลาสมควร
17.00 นำท่านเดินทางสู่ ท่าเทียบเรือเกาะคาปรี
18.30 เรือเดินทางออกจากท่าเรือเมืองเนเปิ้ล เพื่อมุ่งหน้าสู่บาเซโลน่า
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ / หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ
พักที่ **ห้องพัก OCEAN VIEW BALCONY สุดโรแมนติกพร้อมระเบียงวิวทะเล**
วันที่สี่ ร่วมสนุกพักผ่อนกับกิจกรรม บนเรือสำราญสุดหรู
เช้า

09.00

 

  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ

  • วันนี้เชิญท่านสมาชิกพักผ่อนอย่างอิสระกับบริการ และกิจกรรมบันเทิงต่าง ๆ มากมายบนเรือ อาทิเช่น
  • ห้องบุฟเฟต์นานาชาติ (บริการ 24 ชั่วโมง) ห้องอาหารอิตาเลี่ยน ห้องอาหารสไตล์นิวออร์ลินส์
  • บาร์เครื่องดื่ม บาร์ไอศครีม บาร์กริลล์ ฮอทด็อก แฮมเบอร์เกอร์
  • ห้องฟังเพลง ห้องเลาจ์นห้องโชว์ และการแสดงที่พรั่งพร้อมด้วยระบบแสง สี เสียง
  • โรงภาพยนตร์ ห้องคาสิโน ห้องเกมส์ และเครื่องเล่น Simulator
  • อินเตอร์เน็ต คาเฟ่
  • สโมสรสำหรับเด็กเล็ก
  • สระว่ายน้ำ สระน้ำวน เซาวน่า ห้องนวด  ห้องยิม ห้องเสริมสวย
  • สนามกอล์ฟคอมพิวเตอร์ คอร์ตแพ็ตเดิ้ลเทนนิส บาสเก็ตบอล และวอลเล่ย์บอล
  • ห้องสมุด ห้องทำพิธีแต่งงาน ห้องแพทย์
  • ร้านค้าปลอดภาษี ร้านสรรพสินค้า และของที่ระลึก
  • ห้องแสดงภาพเขียนศิลปะ
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร  
17.00 นำท่านเดินทางสู่ท่าเทียบเรือมาร์กเซย์
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ  / หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ
พักที่ **ห้องพัก OCEAN VIEW BALCONY สุดโรแมนติกพร้อมระเบียงวิวทะเล**
วันที่ห้า บาเซโลน่ามองต์จูอิคชมเมือง
  *** เรือสำราญเทียบท่า ตั้งแต่ 05.00 – 18.00 น. . ***
เช้า

05.00

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
เรือจอดเทียบท่าที่ เมืองบาเซโลน่า
นำท่านเดินทางชมความงามของเมืองบาร์เซโลน่า แวะบันทึกภาพกับ สนามกีฬาโอลิมปิค 1992 และชมทิวทัศน์รอบตัวเมืองบนยอดเขา “มองต์จูอิค”Mont Juic จากนั้นผ่านชม อนุสาวรีย์ คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส นักเดินเรือผู้ยิ่งใหญ่ที่ออกเดินทางจากกรุงบาร์เซโลนา ไปพบหมู่เกาะแคริบเบียนและทวีปอเมริกาในปี ค.ศ.1492 แวะบันทึกภาพกับมหาวิหารซากราด้า ฟาอมิเลียร์ (Sagrada Familia) (ชมภายใน) สัญลักษณ์แห่งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่สูงใหญ่ถึง 170 เมตร ออกแบบก่อสร้างอย่างสวยงามแปลกตา ตั้งแต่ปี ค.ศ.1882 เป็นผลงานชั้นยอดที่แสดงถึงอัจฉริยภาพของ อันโตนี เกาดี้ สถาปนิกผู้เลื่องชื่อ มหาวิหารแห่งนี้
เที่ยง รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางสู่ GUELL PARK (ชมภายใน)  เป็นคอมเพลกซ์สวนที่มีองค์ประกอบด้านสถาปัตยกรรม ตั้งอยู่บนเขาเอลการ์เมล ในเขตกราเซีย เมืองบาร์เซโลนา ออกแบบโดยสถาปนิกชาวคาตาลัน อันตอนี เกาดี และสร้างตั้งแต่ปี ค.ศ.1900 ถึง 1914 มีพื้นที่ครอบคลุม 0.1718 กม² ทำให้เป็นหนึ่งในงานด้านสถาปัตยกรรมที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปใต้ โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งในสถานที่ตั้งมรดกโลก ที่เป็นงานของ อันตอนี เกาดี หลังจากนั้นนำทุกท่านชมตึกประหลาด คาซ่า มิล่า (ชมภายนอก) เอกลักษณ์ที่เด่นชัดสะดุดตาอย่างแรกของ ตึกประหลาด คาซา มิลา คือ ตัวอาคารที่มีผนังโค้งเป็นคลื่น ระเบียงซึ่งมีลักษณะคล้ายถ้ำ และตรงกลางเป็นปล่องลึก ตื่นตากับนานารูปปั้นรูปทรงแปลกตาบนดาดฟ้า พร้อมสัมผัสทิวทัศน์แบบ 360 องศา ตึกประหลาด คาซา มิลา เทียบได้กับ ผาสูงชันที่ชนเผ่าแอฟริกันสร้างเป็นถ้ำที่อยู่อาศัย นับเป็นหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวของบาร์เซโลนาที่หลายคนให้ความสนใจ
18.00 เรือสำราญเดินทางออกจากท่าเทียบเรือบาร์เซโลน่า มุ่งหน้าสู่ท่าเทียบ ปัลมา เดอ มายอร์ก้า
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ //หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือช้อปปิ้งและสนุกสนานกับกิจกรรมบน
วันที่หก ปัลมา เดอ มายอร์ก้า
  *** เรือสำราญเทียบท่า ตั้งแต่ 08.00 – 16.00 น. ***
เช้า
08.00
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
เรือจอดเทียบท่าที่ ท่าเรือปัลมา เดอ มายอร์กา (Palma de Mallorca) หมู่เกาะมายอร์กา (Mallorca) หมู่เกาะแสนสวยในประเทศสเปน ตั้งอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เป็นเกาะใหญ่ที่สุดในเมืองหลวงของเกาะคือเมืองปัลมา นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะมาพักผ่อนริมชายหาด ชมโบสถ์โบราณ ปราสาท และพิพิธภัณฑ์  นำท่านเดินทางเข้าสู่ มหาวิหารปัลมา (Cathedral of Palma) โบสถ์สไตล์โกธิคโรมันคาทอร์ลิค คู่บ้านคู่เมืองของเกาะมายอร์กา สร้างขึ้นตามบัญชาของกษัตริย์เจมส์ที่ 1 แห่งอารากอนในปี ค.ศ. 1229 และเสร็จสิ้นใน ปี ค.ศ.1601 โดยใช้เวลาร่วม 370 ปีในการก่อสร้าง และได้มีการปรับปรุงตามแบบฉบับของอันโตนิโอ เกาดี้ สถาปนิกและผู้ออกแบบผู้มีชื่อเสียง
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางเข้าสู่ปราสาทเบลเวอร์ (Bellver) อยู่บนเนินเขาสูง มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอยู่ในปราสาทรูปทรงกลมในสไตล์โกธิค ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 ในรัชสมัยของกษัตริย์อาร์โต้  รูปแบบรอบ  ล้อมรอบเนินเขาที่ล้อมรอบและการป้องกันที่เชื่อถือได้ ประสบความสำเร็จในการป้องกันอันตรายจากศัตรู
16.00 เรือเดินทางออกจากท่าเรือปัลมา เดอ มายอร์กา เพื่อมุ่งหน้าสู่ท่าเทียบเรือมาร์แซย์
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ // หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบน
พักที่ **ห้องพัก OCEAN VIEW BALCONY สุดโรแมนติกพร้อมระเบียงวิวทะเล**
วันที่เจ็ด มาร์กแซย์ – วาลองโซล – ทุ่งลาเวนเดอร์
  *** เรือสำราญเทียบท่า ตั้งแต่ 09.00 – 18.00 น. ***
เช้า

09.00

รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
เรือจอดเทียบท่า ณ ท่าเทียบเรือมาร์กเซย์ (โพรวองซ์) ประเทศฝรั่งเศสจากนั้นนาท่านออกเดินทางสู่เมืองวารองโซล (Valensole) ให้ชมทุ่งดอกลาเวนเดอร์ ที่สวยงามระหว่างทาง เนื่องจากแคว้นโพวองซ์เป็นแหล่งปลูกดอกไม้เพื่อสกัดหัวนํ้าหอมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศฝรั่งเศส นำท่านชมโรงงานน้ำหอม Lavendes Angelvin  และมีเวลาให้ท่านเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นคุณภาพสูง ในราคาพิเศษ!!!
เที่ยง 

รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร

  นำท่านเดินทางสู่เมืองเอ็กซองโพรวองซ์ (AIX-EN-PROVENCE) ในอดีตเคยมีฐานะเป็นถึงเมืองหลวงของแคว้นโพรวองซ์ เป็นศูนย์กลางของอำนาจและความเจริญของแคว้น ปัจจุบันเป็นเมืองมหาวิทยาลัยที่มี  ชื่อเสียงของประเทศฝรั่งเศส ที่มีความเก่าแก่ถึง 600 ปี ผ่านชม เมืองเอ็กซ์ซ็องโพรวองซ์ เดินไปยัง จัตุรัสแปร์เซอร์ (PLACE DES PRECHEURS) ที่มีสถานที่สำคัญๆ เช่น โบสถ์มาเดอลีน (EGLISE DE LA MADELEINE) และศาลยุติธรรม (PALAIS DE JUSTICE) แถบนั้นมีสีสันของตลาดนัด และแผงขายสินค้าพื้นเมือง กลางจัตุรัสมีเสาโอเบสิลก์อียิปต์ตั้งอยู่เหนือน้ำพุ บนยอดปลายเสามีรูปปั้นเป็นรูปนกอินทรีกางปีก ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของนโปเลียน เมื่อครั้งหนีออกจากเกาะเอลบา ในการถูกจับเนรเทศครั้งแรก นำท่านชม “ถนนมิราโบ” (LE COUR MIRABEAU) เป็นที่ตั้งของร้านค้าหรูและร้านกาแฟสไตล์ฝรั่งเศส เมืองนี้โด่งดังจากภาพวาดภูเขาแซงก์วิกตัวร์ (SAINTVICTOIRE) ที่มีชื่อเสียงในด้านความงดงามของภูมิทัศน์ ผลงานของศิลปินชื่อก้องโลกปอล เซซาน (PAUL CÉZANNE) ที่มีถิ่นกำเนิดในเมืองนี้
17.00 นำท่านเดินทางสู่ท่าเทียบเรือมาร์กแซย์
18.00 เรือออกเดินทางจากท่าเทียบเรือมาร์กแซย์ มุ่งหน้าสู่ท่าเทียบเรือ ลา สเปเซีย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ / หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ
พักที่ **ห้องพัก OCEAN VIEW BALCONY สุดโรแมนติกพร้อมระเบียงวิวทะเล**
วันที่แปด ลา สเปเซีย – ชิงเกว่ แตร์เร
เช้า

08.30

*** เรือสำราญเทียบท่า ตั้งแต่ 08.30 – 20.30 น. ***

เรือจอดเทียบท่าที่ท่าเรือลาสเปเซีย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมือง ลา สเปเซีย (LA SPEZIA) เมืองในเขตลิกูเรีย ทางตอนเหนือของอิตาลี อยู่ระหว่างเมืองเจนัวและปิซ่า บนทะเลลิกูเรียและเป็นหนึ่งในอ่าวที่มีความสำคัญทางด้านการค้า และการทหาร เดินทางถึง เมือง ลา สเปเซีย นำท่าน เดินทางสู่เมือง ชิงเกว่ แตร์เร (Cinque Terre) หมู่บ้านเล็กๆ ทั้งห้า ที่ตั้งอยู่บนชายฝั่งริเวียร่าของอิตาลี มีความหมายว่า “ห้าดินแดน” (Five Lands) ประกอบด้วย หมู่บ้านห้าแห่ง ได้แก่ Monterosso al mare, Vernazza, Corniglia, Manalora และ Riomaggiore โดยทั้งห้าหมู่บ้านนี้มีหุบเขาล้อมรอบประกอบกันเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติฯและได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้ แวะหมู่บ้าน Monterosso ชมความสวยงาม และ รับประทานอาหารมื้อเที่ยงในหมู่บ้าน

เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
บ่าย แวะเที่ยวชมความงามของหมู่บ้านริโอแมกจิโอเร ( RIOMAGGIORE) เป็นหมู่บ้านเล็กๆ ที่มีเสน่ห์ และมีบรรยากาศเหมือนเมืองตุ๊กตาบ้านเรือนที่ตั้งลดหลั่นกันบนหน้าผาที่ปกคลุมด้วยต้นไม้เขียวขจีตัดกับน้ำทะเลเมดิเตอร์เรเนียนสีเทอร์ควอยซ์ทำให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิตแห่งหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย อิสระให้ท่านชมความงดงาม และถ่ายภาพตามอัธยาศัย
18.30 ได้เวลาสมควรนำท่านออกเดินทางกลับนำท่านเดินทางสู่ ท่าเรือลาสเปเซีย
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ //หลังอาหารอิสระให้ท่านพักผ่อนตามอัธยาศัยหรือช้อปปิ้งและสนุกสนานกับกิจกรรมบนเรือ
20.30 เรือออกเดินทางจากท่าเทียบเรือลาสเปเซีย เพื่อมุ่งหน้าสู่ท่าเรือซิวิตาแวคเซีย ประเทศอิตาลี
วันที่ 9  ซิวิคตาเวคเคีย – โรม – บันไดสเปน – น้ำพุเทวี่ – วิหารแพนธีออน
  *** เรือจอดสำราญเทียบท่า 07.00 น. ***
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารภายในเรือสำราญ
07.00 เรือเทียบท่า ณ ท่าเทียบเรือ ชิวิคตาเวคเคีย ประเทศอิตาลี
นำท่านสู่ย่านบันไดสเปน เป็นบันไดที่กว้างที่สุดและยาวที่สุดในทวีปยุโรป ซึ่งได้รับการตกแต่งสวยงามและล้อมรอบไปด้วยสถาปัตยากรรมและแกะสลักอันงดงามอันเป็นเอกลักษณ์แบบโรมันของกรุงโรม มีเวลาให้ทุกท่านเดินช้อปปิ้งสินค้าแบรนด์ดังมากมาย ตั้งเรียงรายอยู่ในย่านสุดหรูแห่งนี้จากนั้นนำท่านชมความสวยงามของ “น้ำพุเทรวี่” ซึ่งออกแบบโดยสถาปนิกชื่อ Francesco Salvi ในช่วงศตวรรษที่ 17 น้ำพุเทรวี่นี้ถือเป็นผลงานชิ้นเอกที่สร้างความประทับให้กับนักท่องเที่ยวทั่วโลก  เชื่อกันว่าเมื่อโยนเหรียญลงไปในสระน้ำ จะได้กลับมาเยือนกรุงโรมอีกครั้ง จากนั้นนำท่านเดินเข้าสู่เขตเมืองเก่าเพื่อเข้าชมความมหัศจรรย์ของ “วิหารแพนธีออน” สถาปัตยกรรมจากยุคโรมันที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศอิตาลี มีอายุเก่าแก่ประมาณ 2,000 กว่าปี วิหารแห่งนี้ได้ถูกสร้างขึ้นเมื่อ 27 ปีก่อนคริสตกาล โดยจักพรรดิ์ มาคุส อากริปปา  ในปี ค.ศ. 80
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านออกเดินทางสู่  / Designer Outletให้ทุกท่านอิสระกับการ

ช้อปปิ้ง สินค้าแบรนด์เนมมากมาย อาทิ เช่น BURBERRY, MS SIXTY, GEOX, DOCKSTEPS, HUGO BOSS, SAMSONITE, NIKE FACTORY, VALENTINO, STEFANEL, QUICKSILVER, LINDT, LEVI’S DOCKERS, และอื่นๆอีกมากมาย

ได้เวลาอันสมควร เดินทางสู่สนามบิน

22.40 เหิรฟ้ากลับสู่กรุงโดฮา โดยสายการบิน QATAR AIRWAYS เที่ยวบินที่ QR114
วันที่ 10 โดฮา – กรุงเทพฯ
05.10 เดินทางถึงสนามบิน โดฮา ประเทศการ์ต้า
08.00  ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินการ์ต้า แอร์เวย์ เที่ยวบินที่ QR832
19.00 เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ