0d4f122ed50ca6951be8ba1ef67f5b9d
1
2
3
5
e5d655d118f71da61523bb6bbd2a7bb7
snowy Matterhorn
รถม้า
0d4f122ed50ca6951be8ba1ef67f5b9d
1
2
3
5
e5d655d118f71da61523bb6bbd2a7bb7
snowy Matterhorn
รถม้า

WTG0510Z สวิตเซอร์แลนด์-ฝรั่งเศส 10 วัน TG

 

ซูริค – อันเดอร์แมท – กลาเซียร์เอ็กซเพรส – เซอร์แมทซ์ 

นั่งกระเช้าขึ้นเมทเธอร์ฮอร์น – แทซ – มองเทรอซ์

 เวเว่ย์ – โลซานน์ – เมอเรน – กรุงเบิร์น – อินเทอร์ลาเก้น

กรินเดลวาลด์ – นั่งรถไฟชมวิวพิชิตยอดเขาจุงเฟรา

 ถ้ำน้ำแข็ง1,000 ปี –  ไคลน์ไชเด็ค – ลูเซิร์น 

กอลมาร์ – ริคเวีย – ริโบวิลล์ – สตาร์สบูร์ก

นั้งรถไฟด่วน TGV – ปารีส – พระราชวังแวร์ซายย์

ขึ้นหอไอเฟล – เข้าพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ – ห้างลาฟาแยต

ครั้งเดียวคุ้ม ช๊อปปิ้ง และท่องเที่ยว

วันแรก ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
 22.00 สมาชิกทุกท่านพร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศชั้น 4
  เคาน์เตอร์สายการบินไทย(เคาน์เตอร์ D) พร้อมเจ้าหน้าที่คอยดูแลเช็คสัมภาระและบัตรที่นั่งบนเครื่อง
วันที่2 ซูริค – อันเดอร์แมท – กลาเซียร์เอ็กซเพรส – เซอร์แมทซ์
00.35 เหิรฟ้าสู่เมืองซูริค โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 970
06.55 เดินทางถึงสนามบินเมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ หลังผ่านการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว
นำคณะออกเดินทางสู่ “เมืองอันเดอร์แมท” ผ่านชมความงามของเทือกเขาแอล์ฟ และทะเลสาบระหว่างทาง เดินางถึงเมืองอันเดอแมท นำท่านเข้าสู่ตัวเมือง อันเดอแมทเป็นเมืองสกีรีสอร์ท ที่ตั้งอยู่ทามกลางภูเขา มีความสวยงามมาก บ้านเรือนผู้คนท้องถิ่นในสไตล์สวิสชาเล่ย์ ประดับประดาด้วยดอกไม้มีเวลาให้ท่านได้บันทึกภาพไว้เป็นที่ระลึก นำท่านเดินสู่ร้านอาหาร
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร

บ่าย

นำคณะสัมผัสประสบการณ์กับการนั่งรถไฟ “กลาเซียร์เอ็กซเพรส” Glacier Express ผ่านชมภูมิประเทศที่งดงามของเทือกเขาแอลป์ มีทั้งอุโมงค์, สะพาน, หุบเหว, สวิสแกรนด์แคนยอน และหุบเขาที่สูง 2,000 กว่าเมตร ตลอดเส้นทางท่านสามารถชมยอดเขาที่ปกคลุมด้วยธารน้ำแข็งเจ้าของเส้นทาง Furka-Oberralp-Bahn ที่พาดผ่านในกลางเทือกเขาแอลป์สู่ “เซอร์แมทซ์” เมืองตากอากาศที่สวยงามดุจสวรรค์บนดิน ตั้งอยู่บนความสูงกว่า 1,620 เมตร (5,350 ฟุต) เป็นเจ้าของ ยอดเขาแมทเธอร์ฮอร์น สัญลักษณ์ของสวิตเซอร์แลนด์ เป็นเมืองซึ่งสงวนสถานที่ไว้ให้มีแต่อากาศบริสุทธิ์ โดยห้ามรถที่ใช้แก๊สและน้ำมันเข้ามา นอกจากรถไฟฟ้า และรถม้าที่มีไว้บริการนักท่องเที่ยว อิสระกับการเดินเที่ยวชมเมืองตามอัธยาศัย
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ AMBASSADOR / MIRABEAU / ANTARES ZERMATT  หรือที่พักระดับใกล้เคียง
วันที่3 เซอร์แมทซ์ – นั่งกระเช้าขึ้นเมทเธอร์ฮอร์น – แทซ – มองเทรอซ์ – เวเว่ย์ – โลซานน์
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำคณะเดินทางสู่สถานีกระเช้าลอยฟ้า ให้คณะได้ตื่นตาตื่นใจกับการ “นั่งกระเช้า” ขึ้นสู่ “ยอดเขาไคลน์แมทเทอร์ฮอร์น” ซึ่งมีความสูงกว่า 3,000 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ตื่นตาตื่นใจกับยอดเขาแมทเทอร์ฮอร์น ซึ่งท่านสามารถเห็นอยู่แค่เอื้อม  ชื่นชมกับทิวทัศน์เหนือม่านเ  มฆ เพลิดเพลินกับทิวทัศน์อันงดงามของหิมะซึ่งปกคลุมยอดเขาตัดกับสีฟ้าเข้มของท้องฟ้า นำท่านสู่ลานหิมะอันกว้างใหญ่ สนุกสนานกับการเล่นหิมะ และชมบรรยากาศของ “ยอดเขาเมทเธอร์ฮอร์น” ยอดเขาทรงปิรามิดที่มีปลายคุ้มงอเหมือนตะขอแปลกตาจนราชาการ์ตูนวอล์ทดีสนีย์นำไปเป็นแบบเครื่องเล่นบิ๊กธันเดอร์ Big Thunder ในสวนสนุกดีสนีย์แลนด์  ตลอดจนทิวทัศน์โดยรอบที่สวยงามยิ่งนัก สมควรแก่เวลาเดินทางลงจากยอดเขากลับสู่เมือง แทซ (หากมีพายุลมแรง ทำให้กระเช้าปิดบริการ ทางบริษัทฯจะเปลี่ยนเซอร์วิสเป็ นนั่ง รถไฟขึ้นยอดเขากรอนเนอแกรต ชมยอดเขาเมทเธอร์ฮอร์นแทน)
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำคณะออกเดินทางผ่าน “มองเทรอซ์” เมืองพักผ่อนตากอากาศที่มีชื่อเสียงทั้งในฤดูร้อน และหนาวริมทะเลสาบเจนีวา ซึ่งได้รับสมญานามว่าเป็น “ไข่มุกแห่งริเวียร่าสวิสฯ”  คฤหาสน์ และโรงแรมหรูของเมืองนี้เรียงรายริมถนนเรียบทะเลสาบที่ยาวถึง 7 กิโลเมตร ระหว่างทางแวะถ่ายภาพที่ระลึกกับ “ปราสาทชิลลอง”  ซึ่งสร้างขึ้นโดยบัญชาของท่านเคาท์ ปีเตอร์ ออฟ ซาวอย หรือที่รู้จักกันแพร่หลายในสมญานามชาร์ลมาญน้อยในครึ่งหลังศตวรรษที่ 13 เป็นที่ประทับโปรดปรานของเคาน์และดยุคแห่งซาวอยนำท่านเดินทางผ่าน “เมืองเวเว่ย์”  เมืองที่แสนโรแมนติกริมทะเลสาบ ที่แม้แต่ศิลปินตลกแห่งฮอลลีวู้ด “ชาลี แชลปปลิ้น” ยังหลงใหล และได้อาศัยอยู่ที่นี่ในบั้นปลายชีวิต ผ่านพื้นที่ปลูกองุ่นพันธุ์ ลาโว อันเลื่องชื่อของประเทศสวิสเซอร์แลนด์ วอย จากนั้นนำคณะสู่เมืองโลซานน์ เมืองหลวงของรัฐโวด์ (Vaud) ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของทะเลสาบเจนีวา หรือที่ชาวสวิสเรียกว่า ลัค เลอมอง เป็นเมืองที่มีเสน่ห์สวยงามตามธรรมชาติมากที่สุดเมืองหนึ่งของสวิสเซอร์แลนด์ และยังเป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานย้อนกลับไปได้ถึงศตวรรษที่ 4 เมื่อชาวโรมันย้ายถิ่นฐานแผ่อิทธิพลเข้ามาถึงบริเวณที่ราบลุ่มแห่งนี้ สำหรับชาวไทย เรามีความผูกพันกับ เมืองนี้ เนื่องมาจากการประทับอยู่ของสมเด็จย่า ในรัชกาลที่ 9 และพระโอรส พระธิดาเมื่อครั้งยังเยาว์วัย และเป็นเครื่องจุดประกายให้ชาวไทยหันมาติดตามข่าวสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับโลซานน์ และตั้งแต่บัดนั้นมาจนถึงบัดนี้ โลซานน์ได้กลายเป็นหนึ่งเมืองในดวงใจที่ใครๆ ก็อยากจะได้มีโอกาสซักครั้งในชีวิตที่ได้ไปเห็นด้วยตาตนเอง นำคณะชื่นชมบรรยากาศของเมืองพร้อมชมสวนสาธารณะเดอนีองตู ที่ตั้งของศาลาไทยสัญลักษณ์ความสัมพันธ์ระหว่างไทย-สวิสฯ แวะให้ท่านได้ถ่ายรูปหน้าพิพิธภัณฑ์โอลิมปิกสากลมีเวลาให้ท่านเดินเล่นชมรูปปั้นเหล่านักกีฬาภายในบริเวณสวนด้านหน้าพิพิธภัณฑ์ นำท่านเก็บภาพความสวยงามบริเวณที่เรือ ริมทะเลสาบลัค เลอมอง
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ DE LA PIX HOTEL / AGORA SWISS NIGHT  หรือที่พักระดับใกล้เคียง
วันที่4   โลซานน์ – กรุงเบิร์น – เมอเรน – อินเทอร์ลาเก้น
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
จากนั้นนำคณะเดินทางสู่ “กรุงเบิร์น”  นครหลวงอันเก่าแก่ของสวิตเซอร์แลนด์ เมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงสวยงามเป็นอย่างยิ่งจนได้รับการอนุรักษ์ และประกาศให้เป็น “มรดกโลกจากองค์การยูเนสโก้” ชม “เบเร็นกราเบ็นหรือบ่อหมี” สัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมือง เดินทางเข้าสู่ย่านมาร์คกาสเซย่านเมืองเก่าซึ่งปัจจุบัน เต็มไปด้วยร้านดอกไม้และร้านบูทีคเป็นเขตที่ปลอดมลพิษ ไม่ให้รถย  นต์วิ่งผ่าน จึงเหมาะกับการเดินเที่ยว นำชมอาคารเก่า อายุ 200-300 ปี ชมถนนจุงเคอร์นกาสเซ ถนนที่มีระดับสูงสุดๆ ของเมืองนี้เข้าสู่ “ถนนครัมกาสเซ” เต็มไปด้วยร้านภาพวาด และร้านขายของเก่าในอาคารโบราณ ชม “นาฬิกาไซ้ท์ กล็อคเค่น” อายุกว่า 800 ปี ที่มีโชว์ให้ดูทุกๆชั่วโมงที่นาฬิกาตีบอกเวลา ชมมหาวิหารเซนต์วินเซนต์รัทฮาวน์ และกรุงเบอร์นยังเป็นเมืองที่มีน้ำพุมากที่สุดเมืองหนึ่งในยุโรป
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคารเทอร์น
บ่าย จากนั้นนําท่านนั่งเคเบิ้ลคาร์สู่สถานี Grutschalp จากนั้นเปลี่ยนเป็นนั่งรถรางเพื่อไปยัง หมู่บ้านเมอเรน (MURREN) (หมู่บ้านริมหน้าผาที่ได้ขึ้นชื่อเรื่องความสวยงามที่สุดในสวิตเซอร์แลนด์) หมู่บ้านชาเลต์สวิสฯที่ ตั้งอยู่บนแนวเทือกเขาเอลป์ ถือเป็นหมู่บ้านที่คนสวิสฯต่างบอกว่าที่นี้สวยเหมือนสรวงสวรรค์ หาก อากาศดีท้องฟ้าแจ่มใสไม่มีหมอกบดบังท่านสามารถชม 3 ยอดขุนเขาที่ตั้งตระหง่านเหนือหมู่บ้านเมอเรน คือยอดเขา Eiger,Monch,Jungfrau หากมาในช่วง ดอกไม้ผลิ เม.ย. – ส.ค.ท่านจะพบกับดอกไม้ป่า และดอกไม้ที่ถูก ปลูกประดับไว้ตามบ้านเรือนสวยงาม และหมู่บ้านเมอเรน ถือเป็นหมู่บ้านปลอดรถยนต์จึงยัง มีความบริสุทธิ์ของอากาศมาก จากนั้นนำคณะเดินทางสู่ “ เมืองอินเทอร์ลาเก้น เมืองหลวงของแบร์นเนอร์โอเบอร์ลันด์ เมืองตากอากาศที่สวยงาม ที่ตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบ 2 แห่ง คือ Thunersee และ Brienzersee ใจกลางเมืองตั้งอยู่ท่ามกลางเทือกแอล์ฟ ยอดเขาน้อยใหญ่ สวยงามประดุจเทพนิยาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านจะได้เห็นเขาจุงเฟราอันลือชื่อรวมทั้งสวนสาธารณะ ที่สวยงามนาฬิกาดอกไม้ประจำเมือง จากนั้นมีเวลาให้ท่านเดินเลือกซื้อสินค่าต่างๆ มากมายทั้งของที่ระลึก และนาฬิกาสวิสฯยี่ห้อต่างๆ หรือเลือกเสียงโชคในสถานคาสิโน ฯลฯ
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร เมนูพิเศษ อาหารพื้นเมือง “ฟองดูชุดใหญ่”จุใจถึง 3 แบบ
พักที่ METROPOLE / ROYAL ST.GORGE / BEAU RIVAGE  หรือที่พักระดับใกล้เคียง
วันที่5      อินเทอร์ลาเก้น – กรินเดลวาลด์ – นั่งรถไฟชมวิวพิชิตยอดเขาจุงเฟรา – ถ้ำน้ำแข็ง1,000 ปี – ภัตตาคารชมวิวพานอราม่า – ไคลน์ไชเด็ค – ลูเซิร์น
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำคณะท่านออกเดินทางขึ้นมุ่งหน้าสู่ “หมู่บ้านกรินเดลวาลด์” ระหว่างการเดินทางท่านจะได้ชมวิวทิวทัศน์แบบสวิสเซอร์แลนด์แท้ๆ ที่มีทุ่งหญ้าอันเขียวขจี ดอกไม้ป่าบานสะพรั่งในฤดูใบไม้ผลิ หรือใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงฤดูใบไม้ร่วง พร้อมนำคณะเปลี่ยนบรรยากาศโดยการ “นั่งรถไฟชมวิว ท่องเที่ยวธรรมชาติบนภูเขาสูง แห่งแอลป์แล้วเปลี่ยนเป็นรถไฟสายภูเขาที่ “ สถานีไคลน์ไชเด็ค ” รถไฟที่จะนำท่านเดินทางลอดอุโมงค์ที่ชาวสวิสฯได้ขุด เจาะไว้ที่ความสูงถึง 3,464 เมตร แล้วนำคณะลงรถไฟ ณ “ สถานีรถไฟที่สูงที่สุดในยุโรป ” Top of Europe“ สถานีบน “ ยอดเขาจุงเฟรา” Jungfraujoch ซึ่ง มีความสูง 4,158 เมตร (13,642 ฟุต) นักท่องเที่ยวหลายๆคนบอกว่าที่นี่สวยงามดุจดินแดนแห่งสวรรค์ นำคณะท่านเข้าชมถ้ำน้ำแข็ง 1,000ปี Ice Palace ที่สร้างโดยการเจาะธารน้ำแข็งเข้าไปถึง 30 เมตร พร้อมชมน้ำแข็งแกะสลักรูปร่างต่างๆ จากนั้นชมวิวทิวทัศน์และสัมผัสหิมะที่ลานพลาโต Plateau และไม่ควรพลาดการส่งโปสการ์ดจากที่ทำการไปรษณีย์ที่สูงที่สุดในโลก
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคารบนยอดเขา Panorama Restaurant (พร้อมเมนูอาหารแบบกรุ๊ปที่ดีที่สุดบนยอดเขา)
บ่าย ได้เวลาพอสมควรเดินลงจากยอดเขา จากนั้นนำท่านเดินทางเข้าสู่ “เมืองลูเซิร์น”Luzern ซึ่งเป็นอดีตหัวเมืองโบราณของสวิสเซอร์แลนด์ สวิสเซอร์แลนด์ เป็นดินแดนที่ได้รับสมญานามว่า “หลังคาแห่งทวีปยุโรป” (The roof of Europe) เพราะนอกจากจะมีเทือกเขาสูงเสียดฟ้าอย่างเทือกเขาแอลป์แล้ว ก็ยังมี  ภูเขาใหญ่น้อยสลับกับป่าไม้ที่แทรกตัวอยู่ตามเนินเขาและไหล่เขา สลับแซมด้วยดงดอกไม้ป่าและทุ่งหญ้าอันเขียวชอุ่ม สำหรับเลี้ยงสัตว์ และเป็นเมืองที่ได้ชื่อว่านักท่องเที่ยวบันทึกภาพไว้มากที่สุด นำคณะไปถ่ายรูปกับ“อนุสาวรีย์สิงโต ”อนุสรณ์รำลึกถึงการเสียชีวิตของทหารสวิสฯผู้ถวายการอารักขาแด่พระเจ้าหลุยส์ที่ 16 ในสงครามปฏิวัติใหญ่ฝรั่งเศส นำท่านเดินชมเมืองเก่าเดินข้าม“สะพานไม้คาเปล”ที่มีชื่อเสียงที่สุดของลูเซิร์น ซึ่งเป็นสะพานไม้ที่มีหลังคาคลุมตลอด ทอดตัวข้าม“แม่น้ำรุซซ์ ”(Reuss)ซึ่งสร้างมากว่า 660 ปี เพื่อเชื่อมเขตเมืองใหม่ในฝั่งใต้และเขตเมืองเก่าในฝั่งเหนือ สะพานแห่งนี้เคย ถูกไฟไหม้เมื่อปี 1993 แต่ก็ได้บูรณะใหม่จนมีสภาพใกล้เคียงของเดิม
พักที่ Radison Blu / Renaissance / Astoria lucerne หรือที่พักระดับใกล้เคียง
วันที่6      ลูเซิร์น – กอลมาร์ – ริคเวีย – ริโบวิลล์ – สตาร์สบูร์ก
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
จากนั้นนำท่านสู่บริเวณ ลานสกี ให้ท่านได้อิสระจนถึงเวลาสมควรนำท่านลงจากยอดเขานำท่านออกเดินทางสู่เมืองกอลมาร์” (Colmar) เมืองท่องเที่ยวยุคกลางที่มีชื่อเสียงและยังเป็นเมืองหลวงของจังหวัดโอ-แร็ง (Haut-Rhin) ในแคว้นอาลซัส (Alsace) ประเทศฝรั่งเศส ตัวเมืองนั้นตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส เมืองกอลมาร์ ยังเป็นเมืองที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น เมืองหลวงแห่งไวน์แห่งอาลซัส นอกจากนี้ยังเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในการอนุรักษ์เมืองให้ยังคงเป็นเมืองที่มีลักษณะสถาปัตยกรรมและบรรยากาศของเมืองโบราณ ให้ท่านได้มีเวลาเดินเล่นชมตัวเมืองเก่าที่เรียงรายไปด้วยเรือนไม้โบราณ ร้านค้าโบราณ โบสถ์ พิพิธภัณฑ์ คริสต์ศาสนสถาน และร้านค้าและที่อยู่อาศัย ที่คงสภาพเหมือนเมืองในยุคกลาง จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองริคเวีย (Riquewihr) เมืองที่ติดกับเมืองกอลมาร์เป็นแหล่งปลูกไวน์ชั้นเลิศของ แคว้นอาลซาส และเป็นหนึ่งใน Les Plus Beaux Villange de France หรือหมู่บ้านที่สวยที่สุดในฝรั่งเศส และยังได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก (Unesco) อีกด้วย นําท่านเดินชมบ้านเรือนที่อยู่ในหุบเขาล้อมรอบไปด้วยไร่องุ่นที่ไว้สำหรับทำไวน์โดยเฉพาะช่วงเดือน เม.ย – พ.ย. จะเห็นต้นองุ่นที่ถูกปลูกสวยงาม นำท่านเดินเล่นชมเมือง ริคเวีย ท่านจะได้พบกับบ้านเรือนที่มีสีสันสวยงามล้อมรอบไปด้วยไร่องุ่น มีตรอกซอกซอยร้านค้าร้านไวน์ร้านกาแฟ ให้ท่านเลือกนั่ง จิบไวน์หรือกาแฟ หรือเลือกซื้อไวน์ที่มีชื่อเสียงอิสระให้ท่านเดินถ่ายรูปตามอัธยาศัย
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำท่านเดินทางสู่ “ริโบวิลล์” (Ribeauville) หนึ่งในเมืองสวยงามที่สุดของแคว้นอาลซัส ที่มีแนวกำแพงเมืองโบราณล้อมรอบเมืองเก่า ท่านออกเดินทางสู่ เมืองสตาร์สบูร์ก เมืองแห่งความโรแมนติกตั้งอยู่ในแคว้นอัลซาส(Alsace) ทางตะวันออกเฉียงเหนือของฝรั่งเศส มีชายแดนติดกับประเทศเยอรมนีและเป็นทั้งพื้นที่ที่มีชื่อเสียงด้านการผลิตไวน์ ตั้งอยู่เหนือหุบเขาลุ่มแม่น้ำไรน์ซึ่งอยู่ทางทิศตะวันออกของปารีสประมาณ 300 กม. เป็นเมืองหลวงของแคว้นอัลซาสและมีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่ผสมผสานของฝรั่งเศส-เยอรมัน
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ Hillton Hotel Strasbourg  / หรือที่พักระดับใกล้เคียง
วันที่7       สตาร์สบูร์ก – นั้งรถไฟด่วน TGV – มหานครปารีส – พระราชวังแวร์ซายย์ – ขึ้นลิฟท์สู่ชั้น 2 ของหอไอเฟล
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำคณะออกเดินทางเข้าสู่ “ มหานครปารีส ” เมืองหลวงของประเทศฝรั่งเศส โดยรถไฟด่วน TGV หรือ Train A Grande Vitesse
ด้วยความเร็วกว่า 300 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ท่านจะได้ชมวิวสวยงามระหว่างทาง และเปลี่ยนบรรยากาศ การเดินทางด้วยรถไฟ / ถึงมหานครปารีส นำท่าน ผ่านชม มหานครปารีส  ตั้งอยู่บน แม่น้ำแซนน์บริเวณตอนเหนือของประเทศฝรั่งเศสบนใจกลางแคว้นอีล-เดอ-ฟรองซ์ จากการตั้งถิ่นฐานมากว่า 2,000 ปี ปัจจุบันกรุงปารีสเป็นหนึ่งในศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและวัฒนธรรมที่ล้ำสมัยแห่งหนึ่งของโลก และ ด้วยอิทธิพลของการเมือง การศึกษา บันเทิง สื่อ แฟชั่น วิทยาศาสตร์และศิลปะ ทำให้กรุงปารีสเป็นหนึ่งในเมืองที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก
 เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
นำคณะเข้าชมความสวยงามภายใน “ พระราชวังแวร์ซายย์” ไกด์ประจำพระราชวังคอยบรรยายตามจุดต่างที่สำคัญๆของพระราชวัง  จัดเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคปัจจุบัน  เพราะความสวยงามใหญ่โตของตัวปราสาท   และสวนดอกไม้ที่มีการตกแต่งไว้อย่างสวยงาม   ผู้ที่ก่อสร้างพระราชวังแวร์ซายส์  ที่งดงามแห่งนี้ คือ พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ของฝรั่งเศส  พระราชวังในอดีตแห่งนี้มีพื้นที่ประมาณถึง 37,000 ไร่ แต่ปัจจุบันนั้นพื้นที่  บางส่วนถูกนำไปใช้ประโยชน์ด้านอื่นจึงเหลือพื้นที่เพียง 5,500 ไร่แต่อย่างไรก็ตาม พระราชวังแวร์ซายส์ ก็ยังคงความงดงามและยิ่งใหญ่อลังการเสมอมา  นำท่านชมห้องหับต่างๆ ที่ตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงตามชื่อเทพเจ้าต่างๆ  อาทิเช่น ห้องเฮอคิวลีส, ห้องวีนัส, ห้องนโปเลียน, ห้องอพอลโล, ฮอลล์ออฟมิเรอร์ Hall of Mirrors แต่ละห้องของพระราชวังล้วนมีค่าด้วยภาพเขียนสีแบบเฟรสโก้ โดยช่างฝีมือเอกชาวฝรั่งเศส ควรค่าแก่การยกย่อง ให้เป็นพระราชวังที่งดงามล้ำค่าที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ชมห้องประวัติศาสตร์เมื่อคราวที่พระยาโกษาธิบดี(ปาน) เข้าเฝ้าราชสำนักฝรั่งเศส จากนั้นนำท่านขึ้นลิฟท์สู่ชั้น 2 ของหอไอเฟล พร้อมชมวิวมหานครปารีสจากมุมสูง
ค่ำ บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ Novotel Tour Eifel  / หรือที่พักระดับใกล้เคียง
วันที่8       ปารีส – เข้าพิพิธภัณฑ์ลูฟร์ – Duty Free – ช้อปปิ้งแบรนด์เนม – ห้างลาฟาแยต
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
นำคณะท่านเดินทางเพื่อ เข้าชมภายในพิพิธภัณฑ์ลูฟร์(ไกด์ประจำพิพิธภัณฑ์ คอยบรรยายตามจุดต่างที่สำคัญๆของพิพิธภัณฑ์)  เป็นพิพิธภัณฑ์ที่สำคัญและยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเป็นสถานที่ตั้งแสดงศิลปวัตถุนับชิ้นไม่ถ้วน เดิมลูฟร์เป็นพระราชวัง แต่ต่อมาเมื่อราชสำนักย้ายไปที่ แวร์ซายส์ก็ได้กลายเป็นพิธภัณฑ์ ภายในจัดแสดงศิลปวัตถุชิ้นสำคัญ อาทิ ภาพวาด โมนาลิซ่า ของลีโอนาร์โด ดาวินชี, รูปปั้นวีนัส เดอมิโล, รูปแกะสลักทาส ของไมเคิล แองเจโล ฯลฯ ประตูทางเข้าตรงกลางครอบไว้ด้วยปิรามิดกระจก ซึ่งเพิ่งก่อสร้างเพิ่มเติมขึ้นมาในปี ค.ศ.1989 จากนั้นนำท่าน “ล่องเรือชมแม่น้ำแซนน์” พร้อมชมชมสถานที่สำคัญคู่บ้านคู่เมืองสองฝั่งของแม่น้ำแซนน์ โบราณสถานและอาคารที่เก่าแก่สร้างด้วยศิลปะแบบเรอเนสซองส์ ควรค่าแก่การอนุรักษ์และสร้างภาพให้ปารีสโดดเด่นเป็นมหานครที่งดงามแห่งหนึ่งของโลก อาทิเช่น หอไอเฟล , พิพิธภัณฑ์ลูฟร์ , ศาลาว่าการ โอเต็ล เดอ วิลส์ ,เกาะเซ็นต์หลุยส์ ,โบสถ์นอร์ทเตรอดาม , พิพิธภัณฑ์ออร์เซย์ , แซงวาลี้ด , พระราชวังบูร์บ็อง ,สะพานอเล็กซานเดอร์ที่ 3 ฯลฯ นำคณะช้อปปิ้งสินค้าปลอดภาษีที่ Duty Free อิสระกับการ ช้อปปิ้งสินค้าตามรสนิยมแบรนด์ชื่อดังนานาชนิด อาทิ น้ำหอม เสื้อผ้ากระเป๋า เครื่องสำอาง
เที่ยง บริการอาหารมื้อกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย บริการอาหารมื้อค่ำ ณ ภัตตาคาร
พักที่ Novotel Tour Eifel  / หรือที่พักระดับใกล้เคียง
วันที่9      ปารีส – เดินทางกลับ
เช้า บริการอาหารมื้อเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรมที่พัก
ได้เวลานัดหมาย เดินทางเข้าสู่สนามบิน ชาร์ เดอ โกลล์
12.30 ออกเดินทางสู่กรุงเทพฯโดยสายการบินไทยเที่ยวบินที่ TG 931
วันที่10 กรุงเทพฯ
06.00 เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ / โดยสวัสดิภาพพร้อมความประทับใจ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์

เข้ามาเพิ่มบทวิจารณ์เป็นคนแรก “WTG0510Z สวิตเซอร์แลนด์-ฝรั่งเศส 10 วัน TG”