Additionally, paste this code immediately after the opening tag:

แกรนด์อิตาลี

“กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในวันเดียว”

ในช่วงที่ยุคของจักรวรรดิโรมันเรื่องอำนาจนั้น ต้องทำสงครามแย่งชิงดินแดนกับบรรดาชนชนชาติต่างๆ ที่อยู่รอบข้างพวกเขา อย่างเช่น ชนเผ่าอีทรัสกัน เผ่าเคลต์ หรือแม้แต่พวกกรีก ซึ่งทุกครั้งชาวโรมันไม่เคยพ่ายศึกแม้แต่ครั้งเดียว จนดูเหมือนกับว่าเทพแห่งสงครามอยู่เคียงข้างชาวโรมันมาตลอด…

หลังจากชาวโรมันพิชิตคาบสมุทรอิตาลีได้สำเร็จ พวกเขาก็มีแผนที่จะขยายอำนาจลงสู่ทะเลเมดิเตอร์เรเนียนซึ่งเป็นเส้นทางการค้าที่สำคัญของยุคนั้นซึ่งเส้นทางที่อาณาจักรโรมันต้องการนี้ถูกครอบครองโดยอาณาจักรคาเธจ ซึ่งตั้งอยู่บนฝั่งแอฟริกาเหนือ และถ้าหากชาวโรมันต้องการครอบครองเส้นทางสายนี้ คงต้องเผชิญกับศึกหนักที่สุดศึกหนึ่งที่ชาวโรมันเคยเจอมา…

อาณาจักรคาเธจเป็นชนชาติหนึ่งที่ชาวโรมันไม่อาจพิชิตได้โดยง่ายเหมือนศึกครั้งอื่นๆ ชาวคาเธจสืบเชื้อสายมาจากชาวพินีเซีย ซึ่งเป็นชนชาติที่มีความเชียวชาญการค้าและการเดินเรือ พวกฟีนีเซียทำให้นครคาเธจเติบโตจนกลายเป็นนครการค้าที่สำคัญที่สุดของแอฟริกาเหนือ อาณาจักรคาเธจมีกองเรือที่เข้มแข็งที่สุดในเมดิเตอร์เรเนียน และขยายอาณาเขตครอบครองดินแดนเกือบทั้งหมดของชายฝั่งแอฟริกาเหนือ ข้ามไปถึงภาคใต้ของสเปน รวมทั้งเกาะซิซิลี คอร์สิก้า และซาดิเนียร์…

ชาวโรมันเรียกชาวคาเธจว่า ปูนิค (ที่มาจากคำว่า Phoenic) สงครามครั้งนี้จึงถูกเรียกว่า “สงครามปูนิค” ศึกชี้ชะตาแห่งสองจักรวรรดิสงครามครั้งนี้อาณาจักรโรมันแทบจะล่มสลายจากกองทัพของคาเธจ ซึ่งนำโดยแม่ทัพที่ชื่อว่า “ฮานนิบาล บาคาร์”…

หลังสงครามอาณาจักรโรมันยังคงอยู่ แต่อาณาจักรคาเธจ ล่มสลายลงอย่างไม่เหลือแม้แต่ซากเมืองให้คนรุ่นหลังได้เห็น ? ร่วมค้นหาความยิ่งใหญ่ของอาณาจักรโรมันกับเรา วัน เวิลด์ ทัวร์
ความยิ่งใหญ่ของคาบสมุทรอิตาลี

ดินแดนอิตาลี มีมนุษย์อาศัยตั้งแต่ยุคหินเก่า ดินแดนลุ่มแม่น้ำไทเบอร์เป็นที่ตั้งถิ่นฐานของมนุษย์นีแอนเดอร์ทัลตั้งแต่เมื่อประมาณ 5 หมื่นปีที่แล้ว และด้วยอิตาลีนั้นตั้งอยู่บนคาบสมุทรในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งมีอารยธรรมโบราณกล่าวคือ อารยธรรมมิโนนและไมซีเนียน อารยธรรมที่เกี่ยวพันกับอารยธรรมกรีกโบราณ อิตาลีเป็นประเทศที่มีอารยธรรมมาช้านานและแผ่ขยายดินแดนอื่นๆ ใน ทวีปยุโรป ในช่วง 1,600 ปีก่อนคริต์ศักราช พวกอีตรัสกัน จากเอเชียไมเนอร์ก็ได้เข้ามาตั้งถิ่นฐานในบริเวณที่เป็นแคว้นตอสกานาในปัจจุบัน พร้อมกับนำอารยธรรมกรีกเข้ามาเผยแพร่ ส่วนพวกกรีกเองก็ได้เดินทางมาตั้งอาณานิคมชื่อว่า “แมกนากราเซีย” ในตอนใต้ของอิตาลีใน 800 ปีก่อนคริสต์ศักราช มีพื้นที่ครอบคลุมบริเวณตั้งแต่เมืองนาโปลี จนถึงเกาะซิชิเลีย ในศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสต์ศักราช พวกอีตรัสกันได้มีอำนาจปกครองดินแดนตั้งแต่บริเวณชายฝั่งตะวันตกของคาบสมุทรอิตาลีตั้งแต่หุบเขาโป จนถึงบริเวณเมืองนาโปลี และดินแดนรอบๆ กรุงโรม ขณะเดียวกันชนเผ่าอื่นๆ ที่อาศัยอยู่ในคาบสมุทรอิตาลีก็รวมตัวกันจัดตั้งเป็น “นครรัฐ” ขึ้น เพื่อต่อต้านการขยายตัวและอำนาจของพวกอีตรัสกันและกรีก ชนเผ่าที่สำคัญในการต่อต้านอำนาจเหล่านี้ได้แก่พวกละติน หรือโรมัน ซึ่งเมื่อถึง 200 ปีก่อนคริสต์ศักราช พวกละตินก็ได้มีอำนาจเหนือดินแดนอิตาลี เกาะซาร์ดิเนียและซิซิเลีย ทั้งหมดแล้ว ใน 27 ปีก่อนคริสต์ศักราช โรมได้เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองจากสาธารณรัฐเป็นระบอบจักรวรรดิ โดยมีจักรพรรดิออกตาเวียน เป็นจักรพรรดิพระองค์แรก นครหลวงแห่งนี้ได้เจริญถึงขีดสุดและสามารถขยายอำนาจปกครองอิทธิพลไปทั่วทั้งยุโรป และบริเวณรายรอบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางของการค้าและความเจริญในด้านวัฒนธรรมและศิลปวิทยาการแขนงต่างๆ แทนกรีกที่ได้ถดถอยลง ระหว่างปี ค.ศ. 96 – 180 เป็นช่วงระยะเวลาแห่งความเจริญรุ่งเรืองของจักรพรรดิที่ปกครอง 5 พระองค์ แต่หลังจากนั้น โรมต้องประสบปัญหาทั้งในทุกๆด้าน รวมไปถึงการรุกรานของพวกอนารยชน รวมทั้งการเสื่อมโทรมทางศีลธรรมจรรยา ใน พ.ศ. 855 (ค.ศ. 312) จักรพรรดิคอนสแตนติน ทรงยอมรับคริสต์ศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ซึ่งมีผลให้คริสต์ศาสนามีโอกาสได้เผยแพร่ไปทั่วดินแดนที่อยู่ใต้อานัติของโรม ในคริสต์ศตวรรษที่ 5 จักรวรรดิโรมันและกรุงโรมได้ถูกพวกอนารยชนเยอรมันเข้าปล้นสะดม ซึ่งต่อมาในปี พ.ศ. 1019 (ค.ศ. 476) จักรพรรดิโรมันพระองค์สุดท้ายก็ถูกพวกอนารยชนขับออกจากบัลลังก์ นับเป็นการสิ้นสุดจักรวรรดิโรมันตะวันตก ประวัติศาสตร์โลกสมัยโบราณ และโลกตะวันตกก็เข้าสู่ยุคกลาง

ระบบการเมือง
อิตาลีเป็นสาธารณรัฐที่มีหัวหน้ารัฐบาล – นายกรัฐมนตรี – ได้รับการแต่งตั้งจากประธานาธิบดีและประมุข – ประธานาธิบดี รัฐสภาประกอบด้วยบ้าน 2 หลัง: สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาแห่งสาธารณรัฐ ประเทศแบ่งย่อยออกเป็น 20 ภูมิภาค 5 สิ่งเหล่านี้มีสถานะเป็นอิสระแบบพิเศษทำให้พวกเขาสามารถผ่านกฎหมายในเรื่องท้องถิ่น

ที่ตั้งบนแผนที่สหภาพยุโรป

การค้าและเศรษฐกิจ
ภาคที่สำคัญที่สุดของเศรษฐกิจของอิตาลีในปี 2559 ได้แก่ การค้าส่งค้าปลีกการขนส่งที่พักและบริการอาหาร (20.9%) อุตสาหกรรม (19.3%) และการบริหารสาธารณะการป้องกันการศึกษาสุขภาพของมนุษย์และงานสังคมสงเคราะห์ (16.9%)

บัญชีการค้าภายในสหภาพยุโรปเป็น 56% ของการส่งออกของอิตาลี (เยอรมนี 13%, ฝรั่งเศส 11% และสหราชอาณาจักรและสเปน 5% ต่อรายการ) ในขณะที่นอกสหภาพยุโรป 9% ไปที่สหรัฐอเมริกาและ 5% ไปยังสวิตเซอร์แลนด์

ในแง่ของการนำเข้า 61% มาจากประเทศในสหภาพยุโรป (เยอรมนี 16%, ฝรั่งเศส 9% และเนเธอร์แลนด์ 6%) ในขณะที่นอกสหภาพยุโรป 7% มาจากประเทศจีนและ 4% จากสหรัฐอเมริกา